ไฟป่าแคลิฟอร์เนียตายเพิ่มเป็น 23ชีวิต ระดม จนท.ร่วมหมื่นเข้าสกัดเพลิง

update:

       

       เอเจนซีส์ – เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเกือบหมื่นคนพร้อมอุปกรณ์กว่า 300 ชุดจากทั่วอเมริกา ระดมดับไฟนรกที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 23 คนในแคลิฟอร์เนีย นอกจากนี้ยังมีผู้สูญหายอีกหลายร้อยคน ผู้ว่าการรัฐประกาศบังคับใช้สถานการณ์ฉุกเฉินใน 8 เทศมณฑล และทรัมป์ก็ประกาศภาวะภัยพิบัติใหญ่ในแคลิฟอร์เนีย เพื่อจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรส่วนกลางไปช่วยดับไฟป่า
       

       เคน พิมล็อตต์ ผู้อำนวยการแผนกป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่ารัฐแคลิฟอร์เนีย (แคลไฟร์) ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเมื่อวันพุธ (11 ต.ค.) ว่า ไฟป่าได้ปะทุขึ้นตั้งแต่วันอาทิตย์ (8) ขณะที่ลมแรงจัดพัดสายไฟฟ้าขาด เรื่องนี้อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดไฟป่าลุกลามร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์แคลิฟอร์เนียอยู่ในขณะนี้
       
       พิมล็อตต์เสริมว่า ลมที่สงบลงเมื่อวันอังคาร (11) ได้กลับมากรรโชกขึ้นใหม่อีกครั้ง ประกอบกับสภาพอากาศที่แห้งแล้งมายาวนานและต้นไม้ใบหญ้าที่แห้งกรอบเหมาะเป็นเชื้อไฟ ส่งผลให้ความพยายามควบคุมเพลิงไม่เป็นผล และยังมีแนวโน้มว่า จะยังไม่สามารถสกัดเพลิงได้อีกหลายวัน
       
       ไฟป่าครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 23 คน และพิมล็อตต์เตือนว่า ตัวเลขความสูญเสียอาจเพิ่มขึ้นอีก
       
       นอกจากไฟลุกไหม้สร้างความเสียหายแล้ว หลายพื้นที่ เช่น ทั่วทั้งซานฟรานซิสโกเบย์ ยังปกคลุมไปด้วยควันไฟคลุ้งจนประชาชนต้องสวมหน้ากากป้องกัน
       

       โรเบิร์ต จิออร์ดาโน เจ้าพนักงานปกครองของเทศมณฑลโซโนมา ที่มีผู้เสียชีวิตถึง 13 คนนั้น เผยว่า ยังมีประชาชนสูญหายอีก 285 คน ถึงแม้ว่าคงมีจำนวนหนึ่งซึ่งหลบหนีไปอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว ทว่ายังไม่ได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ
       
       ทั้งนี้ เมืองซานตาโรซาซึ่งมีประชากร 175,000 คน และก็เป็นที่ตั้งของที่ทำการเทศมณฑลโซโนมา ได้ถูกไฟป่าเผาวอดเหลือแต่เถ้า เฉพาะเทศมณฑลนี้มีผู้ต้องอพยพออกจากบ้านถึง 25,000 คน
       
       รายงานระบุว่า บ้านเรือนและอาคารธุรกิจกว่า 3,500 หลังถูกทำลาย ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงโรงกลั่นไวน์หลายแห่งในเทศมณฑลโซโนมา และ นาปา ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตไวน์ของแคลิฟอร์เนีย
       
       พิมล็อตต์แถลงว่า เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องต่อสู้กับไฟป่า 22 จุดที่เผาผลาญพื้นที่รวมกว่า 170,000 เอเคอร์ และยังคงต้องการกำลังเสริม จากที่ก่อนหน้านี้มีคำสั่งระดมอุปกรณ์ดับเพลิง 170 เครื่องจากรัฐแอริโซนา เนวาดา ออริกอน และวอชิงตันที่อยู่ใกล้เคียง และอีก 154 เครื่องจากรัฐอื่นๆ ทั่วประเทศ
       
       นอกจากนั้น หลายรัฐยังส่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงไปร่วมดับไฟป่าในแคลิฟอร์เนีย สมทบกับเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเกือบ 8,000 คน, เฮลิคอปเตอร์ 73 ลำ และเครื่องบินทิ้งสารหน่วงไฟ 30 ลำ ที่ปฏิบัติภารกิจอยู่
       

       ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศภาวะภัยพิบัติใหญ่ในแคลิฟอร์เนีย เพื่อจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรส่วนกลางไปช่วยดับไฟป่า และเจอร์รี บราวน์ ผู้ว่าการรัฐ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินใน 8 เทศมณฑล
       
       ทั้งนี้ ไฟป่าถือเป็นปรากฏการณ์ปกติในพื้นที่ชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ ในช่วงที่สภาพอากาศแห้งแล้ง แต่ด้วยยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดอย่างน้อย 23 คน ทำให้ไฟป่าในแคลิฟอร์เนียปีนี้เป็นหนึ่งในเหตุไฟป่าร้ายแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา
       
       ไฟป่าครั้งรุนแรงที่สุดก่อนหน้านี้คือปี 1933 ที่กริฟฟิธปาร์คในลอสแองเจลีส ที่มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 29 คน และไฟป่าในโอคแลนด์ฮิลส์ปี 1991 ที่มีผู้เสียชีวิต 25 คน