ศรีลังกาได้เงินคืนกว่า 1.3 ล้านดอลลาร์ หลังระบบ SWIFT ของธนาคารไต้หวันถูกเจาะ

       

       เอเอฟพี - เจ้าหน้าทีให้ข้อมูลวันนี้(12 ต.ค)ว่า ศรีลังกาสามารถได้เงินคืนจำนวนไม่ต่ำกว่า 1.3 ล้านดอลลาร์ ที่ถูกนำออกมาจากธนาคารไต้หวันหลังจากชาย 2 คนถูกจับกุมในข้อหาปล้นทรัพย์ทางไซเบอร์
       

       เอเอฟพีรายงานวันนี้(12 ต.ค)ว่า มีการตามล่าในระดับนานาชาติเกิดขึ้น หลังมีรายงานเงินจำนวน 60 ล้านดอลลาร์ถูกกวาดออกไปหลังจากที่กลุ่มโจรแฮกเกอร์สามารถเจาะเข้าระบบโอนเงินระหว่างประเทศ SWIFT ของทางธานาคารฟาร์อีสต์อินเตอร์เนชันแนล(the Far Eastern International Bank)สำเร็จ
       
       และพบว่าเงินที่ถูกขโมยโอนผ่านไปยังบัญชีธนาคารที่อยู่ในสหรัฐฯ กัมพูชา และศรีลังกา
       
       ในขณะที่ชาย 2 คนที่ถูกจับกุมในข้อหาปล้นทรัพย์นั้นพยายามที่จะถอนเงินก้อนใหญ่ที่ถูกโอนเข้าบัญชีของพวกเขาซึ่งเปิดกับธนาคารศรีลังกาในกรุงโคลอมโบ
       
       ตำรวจศรีลังกาชี้ว่า ผู้ต้องหาชายทั้งสอง คนแรกเป็นพลเมืองอังกฤษเชื้อชาติศรีลังกา ในขณะที่คนที่ 2 ถือ 2 สัญชาติ ศรีลังกาและอังกฤษ ได้รับเงินจำนวนมหาศาลในบัญชีจากชายชาวอินเดีย 2 ราย
       
       โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจศรีลังกาได้ให้สัมภาษณ์กับเอเอฟพีว่า “ชายชาวอินเดีย 2 คนนี้อยู่ในกรุงโคลอมโบในขณะที่มีการโอนเงินเกิดขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่พวกเขาได้หลบหนีไปหลังจากนั้น”
       
       จากข้อมูลของศรีลังกาชี้ว่า พลเมืองอินเดียทั้งสองเป็นผู้จัดการเงินที่ถูกปล้นในความพยายามที่จะเคลื่อนย้าย โดยแหล่งข่าวตำรวจศรีลังกาชี้ว่า ทางโคลอมโบได้แจ้งต่อนิวเดลีถึงข้อมูลการระบุถึงพลเมืองอินเดียทั้งสองแล้ว
       
       เอเอฟพีรายงานว่า ในไต้หวันมีรายงานชี้ว่า ตำรวจสามารถได้เงินคืนเกือบทั้งหมดของเงินที่ถูกปล้น 60 ล้านดอลลาร์
       
       โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไต้หวันและเจ้าหน้าที่ธนาคารไต้หวันเดินทางมาถึงศรีลังกาในช่วงค่ำวันพุธ(11 ต.ค) เพื่อจัดการคืนเงินที่ถูกปล้นไปคืนให้กับโคลอมโบ