รัสเซียเผยปี 2017 โดนแฮ็กเกอร์ขโมยเงินในธนาคารไปกว่า 1 พันล้านรูเบิล

       

       เอเจนซีส์ - เจ้าหน้าที่ของธนาคารกลางรัสเซีย ระบุในวันอังคาร (13 ก.พ.) ว่าในปี 2017 บรรดาธนาคารในรัสเซียโดนเหล่าแฮ็กเกอร์ขโมยเงินไปรวมแล้วมากกว่า 1 พันล้านรูเบิล โดยใช้เครื่องมือทดสอบระบบรักษาความปลอดภัย Cobalt Strike
       

       รัสเซียกำลังถูกตรวจสอบอย่างหนักเกี่ยวกับเรื่องอาชญากรรมไซเบอร์ หลังมีการกล่าวหาว่าบรรดาแฮ็กเกอร์ที่รัสเซียหนุนหลังได้เล่นงานเป้าหมายต่างๆ ในอเมริกาและยุโรป ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่ทางรัสเซียปฏิเสธมาโดยตลอด
       
       ล่าสุดทางการรัสเซียกำลังพยายามแสดงให้เห็นว่าตนเองก็ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมไซเบอร์เช่นกัน และกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อหาทางรับมือ
       
       ดมิทรี สโคเบลกิน รองผู้ว่าการธนาคารกลางรัสเซีย ระบุในการประชุมข้อมูลข่าวสารด้านการรักษาความปลอดภัยว่า มีการโจมตีทางไซเบอร์มากถึง 21 ครั้งในปี 2017 โดยใช้เครื่องมือทดสอบความปลอดภัย Cobalt Strike
       
       "มีองค์กรเครดิตการเงินมากกว่า 240 แห่งที่ถูกเล่นงานจากการโจมตีเหล่านี้ ในจำนวนนี้มี 11 ครั้งที่ประสบความสำเร็จ จำนวนเงินที่ถูกขโมยไปนั้นมากกว่า 1 พันล้านรูเบิล" เขากล่าว
       
       Cobalt Strike เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการทดสอบความเข้มแข็งของระบบป้องกันภัยทางไซเบอร์ขององค์กรต่างๆ อย่างไรก็ตาม มันถูกแฮ็กเกอร์เอาไปใช้โจมตีธนาคารหลายแห่งในยุโรปและรัสเซีย
       
       มีแฮ็กเกอร์กลุ่มหนึ่งที่รู้จักกันในชื่อ Cobalt เพราะพวกเขาใช้เครื่องมือชนิดนี้เล่นงานเครื่องถอนเงินสดในประเทศต่างๆ มากกว่าสิบแห่งเมื่อปี 2016 โดยเป็นการใช้มัลแวร์บังคับให้ตู้เอทีเอ็มจ่ายเงินสดออกมา
       
       สโคเบลกิน ระบุว่า เมื่อปีที่แล้วธนาคารกลางรัสเซียได้ส่งคำเตือนไปยังองค์กรต่างๆ มากกว่า 400 รายที่ตกเป็นเป้าหมายของกลุ่ม Cobalt