FBIดอดส่งจนท.ขอพบสาว“เซ็กซ์กูรู”ถูกจับกุมฐานสอนเสียวในไทย หลังอ้างกุมความลับ'รัสเซีย'พัวพันทีมหาเสียง'ทรัมป์'

       

       ซีเอ็นเอ็น - เจ้าหน้าที่เอฟบีไอพยายามขอพบกับหนุ่มสาวเซ็กซ์กูรูที่ถูกคุมขังในกรุงเทพฯ หลังทั้งสองอ้างว่ามีหลักฐานรัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐฯปี 2016 ซีเอ็นเอ็นรายงานโดยอ้างคำสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ระดับสูงของไทยในวันอังคาร(13มี.ค.)
       

        อนาสตาเซีย วาชูเควิช และอเล็กซานเดอร์ คิริลลอฟ 2 พลเมืองเบลารุส เขียนหนังสือส่งถึงสถานทูตสหรัฐฯประจำกรุงเทพฯเมื่อเดือนที่แล้ว เพื่อร้องขอให้ทางสถานทูตช่วยพวกเขาออกจากศูนย์กักตัว แลกกับการให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับความสัมพันธ์โยงใยระหว่างรัสเซียกับทีมหาเสียงของทรัมป์
       
        ซีเอ็นเอ็นอ้างคำสัมภาษณ์ของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของไทย เผยว่าเจ้าหน้าที่เอฟบีไอได้ติดต่อมายังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในความพยายามขอเข้าพบกับผู้ต้องขังทั้งสอง
       
        อย่างไรก็ตามแหล่งข่าวระบุว่าคำขอดังกล่าวถูกปฏิเสธโดยเจ้าหน้าที่ไทย เพราะว่ามีเพียงตัวแทนทางกฎหมายและสมาชิกในครอบครัวเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้าพบผู้ถูกคุมขัง
       
        เมื่อซีเอ็นเอ็นสอบถามไปยังสถานทูตสหรัฐฯประจำกรุงเทพฯ เกี่ยวกับความพยายามเข้าพบผู้ต้องขังทั้งสองของเอฟบีไอ ทางโฆษกสถานทูตไม่ได้ให้ข้อมูลใดๆ โดยเพียงแต่อ้างถึงถ้อยแถลงที่เผยแพร่ในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งระบุว่า "เราทราบข่าวจากสื่อมวลชนว่าบุคคลนี้ถูกจับกุม เธอไม่ใช่พลเมืองสหรัฐฯ และเราอยากให้คุณไปสอบถามเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายของไทยเอาเอง"
       
        วาชูเควิช ซึ่งมีนามแฝงในสื่อสังคมออนไลน์ว่า นาสต์ยา ริบกา กับ คิริลลอฟ ซึ่งเป็นทั้งแฟนและโค้ชศิลปะยั่วยวนของเธอ เป็นหนึ่งในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่พูดภาษารัสเซีย 10 คนที่ถูกจับกุมในไทย ฐานเปิดอบรมหลักสูตรทางเพศในโรงแรมหรูชื่อดังกลางเมืองพัทยาเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์
       
        ต่อมาทั้งสองอ้างว่ารัสเซียจัดฉากจับกุมพวกเขา โดยอ้างว่าเพื่อสกัดไม่ให้พวกเขาเปิดโปงหลักฐานต่างๆ คำกล่าวอ้างที่ทางรัสเซียปฏิเสธ
       
        วาชูเควิช อ้างว่าเธอมีข้อพิสูจน์ว่ารัสเซียแทรกแซงศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ 2016 ในรูปแบบของเทปบันทึกเสียงยาวกว่า 1 ชั่วโมงและภาพถ่ายการพบปะกัน อย่างไรก็ตามจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีการเปิดเผยบันทึกเสียงและภาพถ่ายที่กล่าวอ้างต่อสาธารณชน
       
        วาชูเควิช อ้างว่าเคยเป็นอดีตนางบำเรอของโอเลก เดริปาสกา มหาเศรษฐีรัสเซีย และบอกว่าเธอเคยพบเห็นการพบปะกันหลายครั้งระหว่าง เดริปาสกา กับชาวอเมริกันนิรนามอย่างน้อย 3 คน ระหว่างปี 2016 ถึง 2017
       
        สำหรับ เดริปาสกา มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย มาช้านาน และครั้งให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นเอ็นเมื่อปีก่อน เดริปาสกา ปฏิเสธคำกล่าวหาที่ว่าเขาอาจเป็นช่องทางฉากหลังของเครมลินในการปล่อย "ข่าวปลอม" ช่วยแกว่งผลเลือกตั้งให้เข้าทางทรัมป์
       
        เดริปาสกา ตกเป็นเป้าสนใจ หลังจากปรากฏวิดีโอบนสื่อสังคมออนไลน์ เป็นภาพการประชุมบนเรือยอชต์ส่วนตัวระหว่างเขากับ รองนายกรัฐมนตรี เซอร์เกย์ ปริคอดโก ที่เคยเป็นที่ปรึกษาอาวุโสและเป็นคนสนิทของ ปูติน โดยระหว่างนั้นมีคนได้ยินเสียงทั้งสองพูดคุยกันเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่ระหว่างรัสเซียกับสหรัฐฯ
       
        ทั้งนี้จากข้อมูลพบด้วยว่า เดริปาสกา ยังเคยคบค้าทางธุรกิจกับ พอล มานาฟอร์ต อดีตประธานทีมหาเสียงของทรัมป์ โดย มานาฟอร์ต เคยรับงานให้บริการด้านคำปรึกษาและการลงทุนแก่เดริปาสกา ราวทศวรรษก่อน
       
        นอกจากนี้ อเล็กเซย์ นาวัลนีย์ นักการเมืองฝ่ายค้านกล่าวหา เดริปาสกา ว่ามีเกี่ยวข้องกับเรื่องทุจริตคอร์รัปชันในรัฐบาลรัสเซีย และถูกใช้ในฐานะตัวเชื่อมระหว่างรัสเซียกับทีมหาเสียงของทรัมป์ คำกล่าวหาที่ทางเครมลินปฏิเสธซ้ำๆ ส่วน ทรัมป์ ก็ยืนกรานว่าไม่ได้สมคบคิดใดๆกับรัสเซีย
       
        หลังจากถูกจับกุมในพัทยา วาชูเควิช โพสต์วิดีโอลงบนบัญชีอินสตาแกรมที่บันทึกระหว่างอยู่ภายในรถยนต์ของตำรวจ ร้องขอความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ "ถ้าพวกเราถูกส่งกลับไปยังรัสเซีย เราจะตายในเรือนจำรัสเซียหรือไม่พวกเขาก็จะฆ่าเรา" เธอกล่าว "นี่มันร้ายแรงมาก สหรัฐฯกรุณาช่วยเราด้วยเถิด อย่าให้เราตายด้วนเงื้อมมือของรัสเซียเลย"
       
        เจ้าหน้าที่ของไทยไม่ยืนยันว่าผู้ต้องสงสัยทั้งสองจะถูกนำตัวขึ้นศาลเมื่อไหร่ แต่บอกว่าการสืบสวนของตำรวจเสร็จสิ้นแล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่จากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของไทยรายหนึ่งเปิดเผยกับซีเอ็นเอ็นว่า ถ้าคนกลุ่มนี้ถูกเทรเทศ มีความเป็นไปได้ทั้งที่จะถูกส่งกลับประเทศบ้านเกิดหรือไปประเทศหนึ่งๆที่พวกเขาต้องการแบบมีเงื่อนไข"