'ไทเป' จะเพิ่มบทลงโทษความผิดฐานเป็นสปายให้ 'ปักกิ่ง'

       

       (เก็บความจากเอเชียไทมส์ www.atimes.com)
       

       Taipei to boost penalties for spying for Beijing
       By Asia Times staff
       12/03/2018
       
       รัฐสภาไต้หวันนำโดยพวกสมาชิกจากพรรครัฐบาล กำลังผลักดันให้แก้ไขกฎหมายที่จะเพิ่มความชัดเจนและเพิ่มบทลงโทษที่สูงขึ้นต่อผู้กระทำความผิดฐานเป็นสปายสายลับให้จีนแผ่นดินใหญ่ ทั้งนี้ในปัจจุบันนั้น การสืบความลับหรือการคายความลับให้ปักกิ่งไม่ถือว่าเป็นความผิดฐานทรยศกบฎชาติ เนื่องจากจีนไม่ได้ถูกพิจารณาว่าเป็นต่างชาติภายใต้กฎหมายของไต้หวัน
       
       รัฐสภาของไต้หวัน ซึ่งเรียกขานกันในภาษาอังกฤษว่า Legislative Yuan กำลังพิจารณาแก้ไขกฎหมาย “รัฐบัญญัติพิทักษ์คุ้มครองข้อมูลข่าวสารด้านความมั่นคงแห่งชาติที่จัดชั้นเป็นความลับ” (Classified National Security Information Protection Act) โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะเพิ่มบทลงโทษผู้ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานเป็นสปายสายลับให้ปักกิ่ง ในบรรยากาศที่เวลานี้กำลังมีการไต่สวนพิจารณาคดีดังๆ เกี่ยวกับการจารกรรมอยู่หลายคดี
       
       การแก้ไขกฎหมายคราวนี้ ซึ่งมีพวกสมาชิกรัฐสภาของพรรคเดโมเครติก โปรเกรสสีฟ ปาร์ตี้ (Democratic Progressive Party หรือ DPP) ของประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน เป็นแกนนำนั้น คาดหมายกันว่าจะเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมาธิการการยุติธรรมภายในสัปดาห์นี้
       
       พวกที่ผลักดันให้แก้ไขให้เหตุผลว่า กฎหมายฉบับปัจจุบันมีช่องโหว่ ตรงที่ผู้เป็นสปายสายลับให้จีนหรือบอกข้อมูลข่าวสารซึ่งเป็นความลับให้ปักกิ่ง จะไม่เข้าลักษณะความผิดฐานทรยศกบฎชาติ เนื่องจากจีนนั้นไม่ได้ถูกถือว่าเป็นต่างชาติ
       
       ตามญัตติแก้ไขที่เสนอกันขึ้นมา บทระวางลงโทษความผิดฐานเปิดเผยความลับให้จีนจะเพิ่มขึ้นจากสูงสุดไม่เกิน 7 ปีไปเป็น 15 ปี นอกจากนั้นยังมีข้อเสนอให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวตต่อผู้ทำให้ความลับสุดยอดรั่วไหลอีกด้วย
       
       ไม่เพียงเท่านั้น ญัตติแก้ไขยังจะกำหนดบทลงโทษหนักยิ่งขึ้นสำหรับความผิดฐานเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่ไม่ถือเป็นความลับแต่มีความอ่อนไหว ให้แก่พลเมืองต่างประเทศและบุคคลสัญชาติจีน หรือผู้ที่พยายามเสาะแสวงหาข้อมูลข่าวสารเหล่านี้ด้วยตนเอง ตัวอย่างหนึ่งของข้อมูลข่าวสารเช่นว่านี้ก็ได้แก่ กำหนดการประจำวันของประธานาธิบดีไต้หวัน
       
       รายงานข่าวของสำนักข่าวเซนทรัลนิวส์เอเจนซี ของไต้หวันบอกอีกว่า ถ้าหากญัตติแก้ไขนี้ได้รับการประกาศใช้เป็นกฎหมาย พวกอดีตเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ระดับรัฐมนตรีขึ้นไป รวมทั้งข้าราชการลูกจ้างรัฐบาลคนอื่นๆ ซึ่งเคยผ่านการตรวจสอบด้านความมั่นคงและสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่เป็นความลับ จะเจอข้อห้ามไม่ให้เดินทางไปต่างประเทศซึ่งเข้มงวดยิ่งกว่าเดิม นั่นคือเพิ่มเป็น 3 ปีภายหลังพ้นตำแหน่ง
       
       ทั้งนี้เมื่อปี 2016 เคยเกิดกรณีที่คำขออนุญาตเดินทางไปฮ่องกงของอดีตประธานาธิบดีหม่า อิงจิ่ว ถูกปฏิเสธจากประธานาธิบดีไช่ ซึ่งขึ้นดำรงตำแหน่งต่อเนื่องจากเขา ด้วยเหตุผลที่ว่า หม่าอาจจะพลั้งเผลอเปิดเผยความลับของรัฐออกมาขณะกำลังเยือนเขตบริหารพิเศษของจีนแห่งนั้น
       
       พวกผู้สนับสนุนบอกด้วยว่า การเพิ่มบทลงโทษฐานจารกรรมให้หนักขึ้นเช่นนี้ ยังสอดคล้องอำนวยผลดีให้แก่ความพยายามของไต้หวันในการจัดซื้อจัดหาอาวุธและยุทโธปกรณ์จากนานาชาติอีกด้วย เนื่องจากทั้งสหรัฐฯและพวกชาติที่เป็นพันธมิตรายอื่นๆ ต่างหวั่นเกรงว่าข่าวกรองและเทคโนโลยีที่พวกเขาแลกเปลี่ยนแบ่งปันกับไทเป ลงท้ายแล้วอาจไปถึงมือของพวกสายข่าวของจีนแผ่นดินไหวซึ่งฝังตัวอยู่ในไต้หวัน