In Clip : ผลประชามติกัวเตมาลา กว่า 90% ยันให้ส่งเรื่องให้ “ศาลโลกยูเอ็น” ตัดสินพรมแดนพิพาทอายุ 200 ปี กับเบลิซ

MGROnline

       

       เอเอฟพี/เอพี - ผลการลงประชามติกัวเตมาลาที่ถูกจัดขึ้นในวันอาทิตย์ (15 เม.ย.) ออกมาล่าสุดพบว่า กว่า 90% ของผู้ออกมาใช้สิทธิออกมาสนัยสนุนให้รัฐบาลกัวเตมาลานำเรื่องขัดแย้งทางพรมแดนที่มีมานานกับประเทศเพื่อนบ้านเบลิซให้ส่งขึ้นศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ICJ ในการแก้ข้อขัดแย้งตั้งแต่ปี 1783 ให้ยุติ
       

       เอเอฟพีรายงานวันนี้ (16 เม.ย.) ว่า ถึงแม้จะมีผู้มีสิทธิจำนวนทั้งหมด 7.5 ล้านคน แต่กลับพบว่า มีตัวเลขผู้ออกมาใช้สิทธิกลับเป็นจำนวนที่ต่ำ ซึ่งการทำประชามติในวันอาทิตย์ (15) ได้สอบถามพลเมืองกัวเตมาลาว่า ต้องการให้ทางรัฐบาลยื่นเรื่องข้อขัดแย้งระหว่างพรมแดนร่วมกับประเทศเบลิซไปยังศาลโลก ที่รู้จักในชื่อ ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ICJ เพื่อหาข้อยุติหรือไม่
       
       เอเอฟพีชี้ว่า พบว่าจำนวนของผู้ออกมาใช้สิทธิจำนวน 95.89% ของจำนวนผู้ที่ออกมาใช้สิทธิทั้งหมดตอบ “ใช่” ของจำนวนกว่า 92 % ของทั้งหมดของจำนวนคูหาลงประชามติที่เปิดวันอาทิตย์ (15) กุสตาโว คาสติลโล(Gustavo Castillo) จากคณะกรรมการเลือกตั้งสูงสุดกัวเตมาลากล่าว
       
       ทั้งนี้ พบว่าคูหาได้ถูกปิดลงในเวลา 18.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากการเปิดให้ลงคะแนนเป็นเวลา 11 ชม. เกิดขึ้นโดยไม่มีรายงานเหตุร้ายด้านความมั่นคงแม้แต่น้อย มาเรีย ยูจีเนีย มีจันกอซ (Maria Eugenia Mijangos) ประธานคณะกรรมการเลือกตั้งสูงสุดให้ข้อมูล
       
       เอเอฟพีรายงานว่า ปัญหาความขัดแย้งด้านพื้นที่พรมแดนระหว่างกัวเตมาลาและเบลิซย้อนไปไกลหลายศตวรรษ และได้มีความตรึงเครียดเพิ่มขึ้นเป็นระยะ ซึ่ง 2 ปีก่อนหน้าพบว่ากัวเตมาลาได้ส่งกำลังพลจำนวน 3,000 นายไปยังป่าไม้บริเวณพรมแดนของทั้ง 2 ชาติหลังวัยรุ่นชาวกัวเตมาลันถูกยิงเสียชีวิต
       
       โดยพบว่า หน่วยควบคุมพรมแดนเบลิซได้เปิดฉากยิงหลังโดนโจมตีด้วยอาวุธปืน แต่การสอบสวนโดยองค์การรัฐอเมริกัน OAS ออกมาชี้ว่า ไม่ได้เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการเสียชีวิตของวัยรุ่นชาวกัวเตมาลัน และในปี 2008 ทั้ง 2 ชาติตกลงร่วมกันในการส่งเรื่องไปให้ทางศาลโลก ICJ เป็นผู้ตัดสินหากว่าประชาชนของทั้ง 2 ชาติสนับสนุน
       
       อ้างอิงจากเอพีพบว่า รัฐบาลกัวเตมาลาอ้างเป็นเจ้าของพื้นที่ทางบกจำนวน 11,000 ตาราง กม. ที่อยู่ในความครอบครองของรัฐบาลเบลิซ
       
       แต่ทว่ากลับพบว่าฝ่ายเบลิซ มาถึงเวลานี้ ยังไม่มีการกำหนดจัดการทำประชามติถึงแม้ว่า ทางเจ้าหน้าที่ชี้ว่า อาจสามารถถูกจัดได้ในปีหน้า
       
       เอเอฟพีชี้ว่า การลงประชามติอยู่ภายใต้สายตาจากผู้สังเกตการณ์จาก 25 ประเทศทั่วโลก ด้านประธานาธิบดีกัวเตมาลา จิมมี โมราเลส ที่ตั้งความหวังว่า จะสามารถให้มีผู้อออกมาใช้สิทธิจำนวนมากท่ามกลางช่วงเวลาที่ความนิยมในตัวเขาตกต่ำกล่าวถึงการลงประชามติครั้งประวัติศาสตร์ว่า
       
       เขาโหวตเพื่อความหวังในความสัมพันธ์ที่ดีของทั้ง 2 ชาติระดับทวิภาคี และหวังว่าความขัดแย้งที่มีมานานถึง 200 ปี หรือเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 1783 จะได้รับการแก้ไข