In Pics : ซีเรียหลายร้อย โบกธงชาติกลางจัตุรัสดามัสกัส วันนี้ไม่กลัวสหรัฐฯ - อัสซาดยิ้มเย็นผ่านกล้องทีวีคุยรัสเซีย

MGROnline

       

       เอพี/เอเจนซีส์/MGR ออนไลน์ - วันนี้ (16 เม.ย.) ประชาชนจำนวนหลายร้อยคนเดินขบวนกลางจัตุรัสกลางกรุงดามัสกัส เพื่อส่งสัญญาณสนับสนุนกองทัพซีเรีย เกิดขึ้นหลังจากที่สหรัฐฯ นำโจมตีเช้าวันเสาร์ (14) ไม่ต่างจากปฏิกิริยาของประชาชนซีเรียในเมืองหลวงเมื่อวันเกิดเหตุ ทะลักกลางถนนบีบแตรรถเต้นรำ ท้าทายโลกตะวันตก ด้านผู้นำซีเรีย ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ปรากฏตัวผ่านกล้องโทรทัศน์สถานีรัฐบาลวันอาทิตย์ (15) ครั้งแรก ยิ้มรับคณะจากมอสโก ด้านตัวแทนองค์การเพื่อป้องกันอาวุธเคมี OPCW มาถึงแล้ว
       

       เอพีรายงานวันนี้ (16 เม.ย.) ว่า ประชาชนจำนวนหลายร้อยคนมาพร้อมธงชาติและภาพของผู้นำซีเรียอยู่ที่จัตุรัสโอมายยาด (Omayyad) กลางกรุงดามัสกัส ซีเรีย ในวันจันทร์ (16) เพื่อแสดงการสนับสนุนอย่างเป็นทางการต่อกองทัพซีเรีย รวมไปถึงมีการจุดพลุ และการยิงสลุดอย่างครึกครื้น
       
       สถานีโทรทัศน์รัฐบาลซีเรียรายงานภาพข่าวที่มีการตะโกนคำขวัญ “อัลลาห์ ซีเรีย และเพื่ออัสซาดเท่านั้น” ซึ่งหมายความไปถึงประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด
       
       เอพีรายงานว่า การโจมตีสถานที่ตั้งอาวุธเคมีของรัฐบาลอัสซาดที่เกิดขึ้นในช่วงเช้าวันเสาร์ (14) ที่มีสหรัฐฯ อังกฤษ และฝรั่งเศส เป็นผู้ปฏิบัติการ เกิดขึ้นระหว่างการเดินทางมายังซีเรียขององค์การเพื่อป้องกันอาวุธเคมี OPCW (the Organization of the Prohibition of Chemical Weapons) เพื่อสอบสวนหาความกระจ่าง
       
       ถึงแม้ว่าจะมีการโจมตีเกิดขึ้นแล้ว แต่เอพีชี้ว่ายังเชื่อว่าภารกิจการหาความจริงที่เมืองโดมา ซึ่งเป็นจุดที่รัฐบาลซีเรียถูกนานาชาติประณามว่าใช้ก๊าซพิษคลอรีนสังหารเมื่อวันที่ 7 เม.ย. และทำให้มีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 40 ราย ยังคงต้องมีขึ้นต่อไป แต่ทว่าหลังจากที่เมืองแห่งนี้ถูกควบคุมโดยกองทัพอัสซาดได้สำเร็จแล้ว พบว่าหน่วยงานของกองทัพรัสเซียและหน่วยงานความมั่นคงซีเรียส่งเจ้าหน้าที่เข้าไป สร้างเสียงประณามจากฝ่ายกบฏซีเรีย ที่เชื่อว่าอาจเป็นการทำลายหลักฐาน
       
       ในขณะเดียวกัน ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศซีเรีย ไฟซาล เมคดาด (Faisal Mekdad) แถลงวันนี้ (16) ว่า เจ้าหน้าที่รัฐบาลซีเรียได้พบกับคณะตัวแทนที่จะอยู่ในกรุงดามัสกัสเป็นเวลา 3 วัน เพื่อปรึกษาความร่วมมือ
       
       เมคดาดกล่าวผ่านแถลงการณ์ว่า “ทางซีเรียได้ย้ำระหว่างการหารือว่า ทางซีเรียจะร่วมมืออย่างเต็มที่ และให้การอำนวยความสะดวกเพื่อให้ภารกิจลุล่วง”
       
       ทั้งนี้พบว่าทาง OPCW ได้ประชุมฉุกเฉินวันจันทร์(16) ที่กรุงเฮก เพื่อหารือวิกฤตการโจมตีด้วยอาวุธเคมีที่เมืองโดมา
       
       การรวมตัวของประชาชนซีเรียที่สนับสนุนอัสซาดวันนี้ (16) เกิดขึ้นคล้ายกับปฏิกิริยาของผู้คนที่ออกมาไม่กี่ชั่วโมงหลังสหรัฐฯออกปฎิบัติการโจมตีซีเรียในวันเสาร์ (14) ซึ่งพบว่าประชาชนได้ออกมารวมตัวบนถนนสายต่างๆในกรุงดามัสกัสในเวลานั้น นอกจากที่จะบีบแตรรถส่งสัญญาณท้าทาย ประกาศคำต่อต้านอเมริกา รวมไปถึงการเต้นรำ และการโบกธงชาติซีเรีย
       
       “พวกเราไม่กลัวในมิสไซล์ของพวกอเมริกันแม้แต่น้อย พวกเรากำลังเยาะเย้ยมิสไซล์พวกเขา” มาห์มู๊ด อิบราฮิม (Mahmoud Ibrahim)หนึ่งในประชาชนเข้าร่วมการต่อต้านอเมริกาวันเสาร์ (14) กล่าว พร้อมกับบีบแตรรถ และโบกธงชาตินอกหน้าต่างรถที่เขากำลังนั่งอยู่ด้านใน
       
       เอพีชี้ว่า ฝูงชนกำลังเคลื่อนตัวใกล้กับมหาวิทยาลัยดามัสกัส ซึ่งเป็นจุดที่กลุ่มโปรอาซาดรวมตัวกำลังเต้นรำและโบกปืนไรเฟิลไปมา ในขณะที่มีจำนวนมากได้ตะโกนด่าทอผู้นำสหรัฐฯ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พร้อมกับโบกธงพันธมิตรซีเรีย รัสเซียและอิหร่าน พร้อมกับส่งเสียงเชียร์
       
       ในวันเสาร์ (14) พบว่าสื่อซีเรียได้รายงานความสำเร็จของระบบต่อต้านอากาศยานซีเรียที่ถูกสร้างในสมัยอดีตสหภาพโซเวียตสามารถยิงต้านมิสไซล์ส่วนใหญ่ที่ออกมาจากสหรัฐฯ อังกฤษ และฝรั่งเศสได้สำเร็จ พร้อมเตือนให้ประชาชนอย่าฟังข่าวลือที่ออกมาอ้างถึงความสำเร็จของการโจมตี ซึ่งทางเพนตากอนได้แถลงว่า มีการยิงมิสไซล์จำนวน 105 ลูกในปฏิบัติการวันเสาร์ (14)
       
       ทั้งนี้ สื่อชาตินิยมรัสเซีย รัสเซีย อินไซต์ (Russia Insight) รายงานวันเสาร์ (14) อ้างว่า สหรัฐฯ ล้มเหลวในการใช้จรวดขีปนาวุธโทมาฮอว์กโจมตีซีเรีย จากการที่ระบบต่อต้านอากาศยานของซีเรียที่มีมาตั้งแต่สมัยอดีตสหภาพโซเวียตยังไม่ล่มสลาย สามารถยิงสกัดได้ถึง 71 ลูกจากทั้งหมด 103 ลูก ซึ่งในรายงานมีการแสดงถึงซากของมิสไซล์สหรัฐฯ ที่ถูกทางซีเรียยิงสกัดได้สำเร็จ
       
       ในรายงานชี้ว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายซีเรียผู้ควบคุมได้รับการฝึกฝนและได้รับอุปกรณ์จากอดีตสหภาพโซเวียต
       
       นอกจากนี้ ที่ผ่านมากองกำลังในพื้นที่ยังได้รับการสนับสนุนจากกองกำลังอิหร่านและกองกำลังรัสเซีย มีการเสริมอาวุธสมัยใหม่เพื่อทำให้การปกป้องทางอากาศมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่มีพิกัดการป้องกันเจาะจงไปที่กรุงดามัสกัส กระทรวงกลาโหมซีเรีย ที่ตั้งคณะเสนาธิการร่วมกองทัพซีเรีย และสิ่งปลูกสร้างใกล้กรุงดามัสกัส เป็นต้นว่า ลานบินของรัฐบาล
       
       นอกจากนี้ อ้างอิงจากรัสเซีย อินไซต์ ยังชี้ว่า พิกัดการปกป้องรวมไปถึง พิกัดสำคัญบนที่ราบสูงโกลัน ติดพรมแดนอิสราเอล เนื่องมาจากระบบป้องกันทางอากาศของซีเรียถูกปรับปรุงเพื่อป้องกันการโจมตีจากอิสราเอล
       
       ทั้งนี้ในวันอาทิตย์ (15) ตามการรายงานของ CBS สื่อสหรัฐฯ อ้างอิงจากภาพข่าวจากสถานีโทรทัศน์ทางการซีเรีย เผยแพร่ภาพผู้นำซีเรียเป็นครั้งแรกหลังการถูกโจมตี
       
       โดยในรายงานระบุว่า ประธานาธิบดีอัสซาดกำลังต้อนรับกลุ่มนักการเมืองรัสเซียที่กรุงดามัสกัสในวันอาทิตย์ (15)
       
       จากภาพที่ปรากฏพบว่า ผู้นำซีเรียยังคงอยู่ในอาการที่สงบที่ไม่ดูเหมือนว่าเพิ่งถูกสหรัฐฯ ยิงขีปนาวุธเข้าใส่ที่ตั้งของสถานที่เกี่ยวข้องกับอาวุธเคมีของตัวเอง โดยทางหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ ถึงขั้นชี้ว่า “ดูเหมือนอาซาดยังคงมีอารมณ์ดี” ซึ่งอ้างอิงจากสื่อรัสเซียที่ได้รับการบอกเล่าจากนักการเมืองรัสเซียที่เดินทางเข้าพบกับผู้นำซีเรีย
       
       ที่มีการชี้ว่า ผู้นำซีเรียทั้งยิ้มและหัวเราะระหว่างการหารือ “ประธานาธิบดีอัสซาดนั้นอยู่ในช่วงอารมณ์แง่บวกอย่างแน่นอน เขามีอารมณ์ที่แจ่มใส” สำนักข่าวอินเตอร์แฟกซ์ของรัสเซียรายงานโดยอ้างจากการให้สัมภาษณ์ของ นาตาลยา โคมาโรวา(Natalya Komarova) ผู้ว่าการเขตคานที-มานซิยสค์( Khanty-Mansiysk) ซึ่งเป็นเขตปกครองตัวเอง
       
       ในการหารือร่วมกับกลุ่มนักการเมืองรัสเซีย อัสซาดได้กล่าวชื่นชมโดยชี้ว่า ผลจากการโจมตีของสหรัฐฯแสดงให้ประจักษ์ว่า อาวุธของรัสเซียนั้นมีประสิทธิภาพสูงกว่า โดยได้ให้ตัวเลขที่สอดคล้องกับการรายงานของ รัสเซีย อินไซต์ที่ 71 จาก 103 แต่เป็นข้อมูลที่ทางเพนตากอนชี้ว่า “ไม่เป็นความจริง”
       
       “เมื่อวานนี้ทางเราได้เห็นถึงความอหังการ์ของพวกอเมริกัน และเราสามารถต่อต้านได้ด้วยมิสไซล์โซเวียตที่สร้างมาตั้งแต่ยุค 70” ดมิทรี ซาบิน(Dmitry Sablin) นักการเมืองรัสเซียที่พบผู้นำซีเรียได้กล่าวข้อความของอัสซาดในการให้สัมภาษณ์ต่อสำนักข่าวรัสเซีย
       
       และในการให้ความเห็นของอัสซาด อ้างอิงจากซาบิน ยังกล่าวต่อว่า “ในภาพยนต์ของพวกอเมริกันที่มีมาตั้งแต่ยุค 90 ชี้ว่า อาวุธที่รัสเซียทำขึ้นนั้นถอยหลัง แต่ทว่าในวันนี้ ทางเรากลับได้พบว่า ใครกันแน่ที่ถูกทิ้งให้อยู่เบื้องหลัง”