โสมแดงแผลงฤทธิ์! ขู่ล้มซัมมิต “ทรัมป์” แถมยกเลิกหารือโซลที่ร่วมซ้อมรบ US

MGROnline

       

       เอเจนซีส์ - เกาหลีเหนือขู่ล้มซัมมิต “คิม-ทรัมป์” ถ้าวอชิงตันดึงดันบีบเปียงยางยกเลิกคลังแสงนิวเคลียร์ฝ่ายเดียวเหมือนที่เคยทำกับลิเบียและอิรัก ไม่เพียงเท่านั้นโสมแดงยังประกาศยกเลิกการหารือระดับสูงกับโสมขาวในวันพุธ (16 พ.ค.) โดยประณามว่า การซ้อมรบระหว่างอเมริกากับเกาหลีใต้ที่กำลังดำเนินอยู่เป็นการยั่วยุที่หยาบคายและชั่วช้า ทางด้านผู้เชี่ยวชาญชี้ สิ่งที่เปียงยางกำลังทำอยู่คือการวัดใจว่า ทรัมป์ยินดีอ่อนข้อให้ตนบ้างหรือไม่เพื่อแลกกับการประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์ หรือว่าพร้อมจะหันหลังให้การเจรจา สำหรับในส่วนของปักกิ่ง เรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันสร้างบรรยากาศที่เอื้ออำนวยต่อการปลดอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลี
       

        ในวันพุธ เปียงยางทำลายบรรยากาศการปรองดองทางการทูตที่แผ่ซ่านปกคลุมคาบสมุทรเกาหลีอย่างรวดเร็วมาหลายเดือนแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ด้วยคำแถลงของ คิม คเย-กวาน รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศ ที่เผยแพร่ผ่านสำนักข่าวเคซีเอ็นเอของทางการโสมแดงว่า ถ้าอเมริกายังพยายามต้อนเกาหลีเหนือให้จนมุมเพื่อบีบให้ยกเลิกอาวุธนิวเคลียร์ฝ่ายเดียว เกาหลีเหนือคงไม่สนใจที่จะร่วมหารือเรื่องดังกล่าวอีกต่อไป และคงต้องทบทวนการตัดสินใจร่วมประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กำหนดจะมีขึ้นในวันที่ 12 เดือนหน้าที่สิงคโปร์
       
        ทั้งนี้ วอชิงตันพยายามกดดันให้เกาหลีเหนือปลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างสมบูรณ์ ตรวจสอบได้ และไม่อาจฟื้นฟูกลับมาได้อีก ขณะที่เปียงยางยืนกรานมาตลอดว่า จำเป็นต้องมีอาวุธนิวเคลียร์เพื่อป้องกันการรุกรานของสหรัฐฯ และจนถึงขณะนี้ ก็ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดชัดเจนว่า ข้อเสนอของตนเองในการทำให้คาบสมุทรเกาหลีปลอดอาวุธนิวเคลียร์คืออะไร
       
        รัฐมนตรีช่วยคิมสำทับว่า เปียงยางประกาศชัดเจนมาหลายครั้งว่า เงื่อนไขเบื้องต้นสำหรับการปลดอาวุธนิวเคลียร์คืออเมริกาต้องยุตินโยบายอันเป็นปรปักษ์ การคุกคามด้วยอาวุธนิวเคลียร์ และการแบล็กเมล์
       
        ในอดีตนั้น เกาหลีเหนือมักเรียกร้องให้อเมริกาถอนทหารออกจากเกาหลีใต้ รวมทั้งระบบป้องกันขีปนาวุธในเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ทว่ายังมิได้พูดอะไรอย่างชัดเจนในคราวนี้
       
        รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศโสมแดงยังประณามจอห์น โบลตัน ที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ ที่บอกว่า “ลิเบีย โมเดล” จะเป็นต้นแบบการปลดอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ โดยบอกว่า การนำเกาหลีเหนือซึ่งเป็นรัฐที่ทรงเกียรติไปเปรียบเทียบกับชะตากรรมที่ลิเบียและอิรักต้องเผชิญ ทำให้เกาหลีเหนือเคลือบแคลงในความจริงใจของอเมริกา
       

       ทั้งนี้ หลังจากยกเลิกโครงการอาวุธนิวเคลียร์ มูอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำลิเบียในขณะนั้น ถูกสังหารระหว่างการลุกฮือของประชาชนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากการโจมตีทางอากาศขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต)
       
       นอกจากนั้น คิมยังยืนยันว่า เกาหลีเหนือจะไม่ยอมยกเลิกโครงการนิวเคลียร์เพื่อแลกเปลี่ยนกับการสนับสนุนทางเศรษฐกิจจากอเมริกา ตามที่ไมค์ พอมเพโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เสนอเมื่อวันเสาร์ (12) และวันอาทิตย์ (13)
       
       ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ พบประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนถึง 2 ครั้ง รวมทั้งร่วมประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์กับประธานาธิบดีมุน แจอินของเกาหลีใต้เมื่อปลายเดือนที่แล้ว มิหนำซ้ำเปียงยางยังประกาศแผนทำลายสถานที่ทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ภายในสัปดาห์หน้า
       
        หากซัมมิตเปียงยาง-วอชิงตันถูกยกเลิก จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความคาดหวังของทรัมป์ว่า การประชุมกับคิมจะสำเร็จด้วยดีและกลายเป็นผลงานชิ้นโบแดงทางการทูตนับจากเข้ารับตำแหน่ง แม้ว่า นักวิเคราะห์หลายคนยังสงสัยในความจริงใจของเกาหลีเหนือในการยกเลิกคลังแสงนิวเคลียร์ที่สามารถโจมตีถึงอเมริกาก็ตาม
       
        คิม ฮุนวุก ศาสตราจารย์จากสถาบันการทูตแห่งชาติเกาหลี ชี้ว่า เปียงยางกำลังปัดฝุ่นยุทธวิธีการเดิมพันอันตรายทางการทูตกลับมาใช้อีกครั้ง โดยมีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนจุดยืนของอเมริกา หลังจากที่เกาหลีเหนือสามารถฟื้นความสัมพันธ์ระดับปกติกับจีนสำเร็จซึ่งช่วยรับประกันว่า ตนเองจะได้รับความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจจากปักกิ่ง
       
        ขณะที่ โจชัว พอลแล็ค จากสถาบันมิดเดิลบิวรีเพื่อศึกษาการระหว่างประเทศในแคลิฟอร์เนีย มองว่า เปียงยางไม่พอใจที่อเมริกาเที่ยวอวดอ้างว่า นโยบาย “กดดันสุดขีด” บีบให้โสมแดงต้องยอมกลับสู่โต๊ะเจรจา
       
        ส่วนผู้เชี่ยวชาญคนหนึ่งของรัฐบาลสหรัฐฯ เชื่อว่า ความเคลื่อนไหวล่าสุดของคิมอาจต้องการทดสอบว่า ทรัมป์จะยอมอ่อนข้อให้เกาหลีเหนือก่อนการประชุมสุดยอด หรือยินดียกเลิกการเจรจา
       
        ก่อนหน้าเผยแพร่คำแถลงของรัฐมนตรีช่วยต่างประเทศ เคซีเอ็นเอยังแถลงประณามการซ้อมรบร่วม “แม็กซ์ ธันเดอร์” ของอเมริกาและเกาหลีใต้ที่ดำเนินอยู่ในเวลานี้ ว่าเป็นการยั่วยุอย่างหยาบคายและชั่วช้า ขณะที่โซลเผยว่า ได้รับแจ้งจากเปียงยางว่ายกเลิกการหารือระดับรัฐมนตรีของทั้งสองฝ่าย เกี่ยวกับแผนการดำเนินการตามปฏิญญาปันมุนจอมในวันพุธออกไปไม่มีกำหนด
       
        การซ้อมรบร่วม แม็กซ์ ธันเดอร์ นาน 2 สัปดาห์เริ่มต้นมาตั้งแต่วันศุกร์ที่แล้ว (11) และมีเครื่องบินจากทั้งสองฝ่ายเข้าร่วมราว 100 ลำ ซึ่งรวมถึงเครื่องบินขับไล่ล่องหน เอฟ-22
       
       เบ็ก แต-ฮยุน โฆษกกระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้ แสดงความเสียใจกับการยกเลิกการหารือของเกาหลีเหนือ ซึ่งถือว่า ขัดกับหลักการและวัตถุประสงค์ของปฏิญญาปันมุนจอม ซึ่งออกมาหลังการประชุมสุดยอดของผู้นำสองเกาหลีเมื่อปลายเดือนที่แล้ว
       
        ทางด้านจีนแถลงเรียกร้องให้ทุกฝ่ายแสดงมิตรไมตรีและความจริงใจเพื่อสร้างบรรยากาศที่เอื้ออำนวยต่อการปลดอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลี
       
        ที่วอชิงตัน ฮีตเทอร์ นูเอิร์ต โฆษกกระทรวงต่างประเทศ แถลงว่า สหรัฐฯ จะยังคงจัดเตรียมแผนการสำหรับซัมมิตระหว่างทรัมป์กับคิมต่อไป เช่นเดียวกับการซ้อมรบร่วมกับเกาหลีใต้ และเสริมว่า ยังไม่ได้รับแจ้งการเปลี่ยนแปลงใดๆ จากเกาหลีเหนือ
       
        นูเอิร์ตยังตั้งข้อสังเกตว่า คิมเคยกล่าวก่อนหน้านี้ว่า เข้าใจดีถึงความจำเป็นที่อเมริกาและเกาหลีใต้ยังต้องซ้อมรบร่วมกันต่อไป