“ปูติน” ส่งกองเรือรบขีปนาวุธร่อนสแตนด์บายในเมดิเตอร์เรเนียน คอยสกัดภัยคุกคามซีเรีย

update:

       

       รอยเตอร์ - วลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ในวันพุธ(16พ.ค.) เผยว่ากองเรือแห่งกองทัพเรือรัสเซีย ซึ่งติดตั้งขีปนาวุธร่อนคาลิเบอร์ จะสแตนด์บายอย่างถาวรในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เพื่อคอยตอบโต้สิ่งที่เขาระบุว่าภัยคุกคามก่อการร้ายในซีเรีย
       

        การประจำการดังกล่าวแสดงให้เห็นว่ารัสเซียมีทหารเข้าประจำการในตะวันออกกลางเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก นับตั้งแต่มอสโกเข้าแทรกแซงสถานการณ์ในซีเรียเมื่อปี 2015 เปลี่ยนกระแสสงครามกลางเมืองให้แกว่งไปเข้าทางของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด พันธมิตรผู้ใกล้ชิด
       
        ที่ผ่านมา รัสเซียเคยยิงขีปนาวุธร่อนคาลิเบอร์จากกองเรือฟรืเกตและกองเรือดำน้ำที่ประจำการในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ถล่มเป้าหมายต่างๆของพวกนักรบ เพื่อสนับสนุนปฏิบัติการรุกคืบจู่โจมของกองทัพรัฐบาลซีเรีย
       
        ในวันพุธ(16พ.ค.) ปูติน ระบุว่ามีเพียงกองเรือรบที่ติดตั้งขีปนาวุธคาลิเบอร์เท่านั้นที่จะสแตนด์บายอย่างถาวร ไม่รวมถึงกองเรือดำน้ำ
       
        ทั้งนี้ระหว่างการปราศรัยต่อผู้บัญชาการทหารระดับสูง ณ ที่ประชุมหนึ่งในเมืองโซชิ ริมทะเลดำ ปูติน กล่าวด้วยว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องจากภัยคุกคามก่อการร้ายที่ยังคงมีอยู่ในซีเรีย
       
        อนึ่งมอสโกมีฐานทัพเรือถาวรอยู่แล้วในเมืองคาร์ตุส ตามแนวชายฝั่งของซีเรีย เช่นเดียวกับฐานทัพอากาศในเมืองฮเมมิม
       
        เมื่อเดือนที่แล้ว รัสเซียแย้มว่าจะสนับสนุนขีปนาวุธจากพื้นสู่อากาศล้ำสมัย S-300 แก่อัสซาด แม้ถูกคัดค้านจากอิสราเอล ซึ่งพยายามล็อบบี้รัสเซียอย่างหนักไม่ให้มอสโกส่งมอบขีปนาวุธแก่รัฐบาลซีเรีย
       
        อย่างไรกตามในวันศุกร์(11พ.ค.) รัสเซียมีท่าทีกลับลำ หลังการเดินทางเยือนมอสโกของ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล โดยเจ้าหน้าที่แดนหมีขาวชี้แจงว่าพวกเขายังไม่เคยพูดคุยกับรัสเซียเกี่ยวกับการจัดส่งขีปนาวุธเลย และคิดว่าขีปนาวุธเหล่านั้นไม่มีความจำเป็นสำหรับซีเรีย