“จีน” คือผู้มีชัยจากซัมมิตของ “ทรัมป์-คิม” แต่ก็ผวาสัมพันธ์ชิดใกล้สหรัฐฯ-โสมแดง

MGROnline

       

       เอพี/เอเจนซีส์ - นักวิเคราะห์ชี้ผลการประชุมสุดยอดอเมริกา-เกาหลีเหนือถือเป็นข่าวดีที่รอคอยมานานของผู้เล่นสำคัญที่ไม่ได้ร่วมโต๊ะหารือด้วยอย่างจีน หลังจากที่ทรัมป์ให้คำมั่นสุดเซอร์ไพรส์ว่า จะระงับการซ้อมรบกับโซล รวมทั้งอาจถอนทหารออกจากคาบสมุทรเกาหลีในที่สุด
       

       ปักกิ่งนั้นไม่ต้องการให้มีทหารอเมริกันอยู่ในเกาหลีใต้และญี่ปุ่น และเฝ้าเรียกร้องให้วอชิงตันระงับการซ้อมรบกับโซลที่เปียงยางมองว่า เป็นการซ้อมรุกราน เพื่อแลกกับการระงับกิจกรรมนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ
       
       ไรอัน ฮาสส์ ผู้จัดทำนโยบายต่อจีนของสภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ ในยุคอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ชี้ว่า จีนต้องการเห็นทหารต่างชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือลดจำนวนลง และเพิ่มระยะห่างระหว่างอเมริกากับพันธมิตร
       
       “ปักกิ่งกำลังจะบรรลุเป้าหมายเหล่านั้นโดยแทบไม่ต้องเสียอะไรเลย” ฮาสส์สำทับ
       
       กระนั้น ทันทีที่ คิม จองอึน ก้าวออกจากเครื่องบินที่จีนจัดหาให้สำหรับการเดินทางไปประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ที่สิงคโปร์คราวนี้ ปักกิ่งอาจระลึกได้ว่าจำเป็นต้องรักษาอิทธิพลที่ตนครอบงำเปียงยางอยู่ ขณะที่โสมแดงอาจกำลังรู้สึกว่ ตนเองถูกโดดเดี่ยวน้อยลงหลังจากทรัมป์ชมเปาะว่า คิมน้อย “ฉลาดมาก” และรับประกันความมั่นคงปลอดภัยของเกาหลีเหนือโดยไม่ได้เร่งรัดขอสิ่งตอบแทนมากนัก
       
       พอล แฮนเล อดีตผู้อำนวยการสภาความมั่นคงแห่งชาติของทำเนียบขาวในยุคโอบามาและอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช เชื่อว่า จีนจะมองว่า ความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นระหว่างอเมริกาและเกาหลีเหนือเป็นความสูญเสียของตนเอง
       
       นักวิเคราะห์หลายคนคาดหมายว่า หลังซัมมิตกับทรัมป์แล้ว คิมจะรีบรุดเข้าพบประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และผู้นำจีนจะย้ำความยินดีในการให้ความช่วยเหลือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจเกาหลีเหนือ
       
       แม้ก่อนหน้านี้เพื่อนบ้านคอมมิวนิสต์คู่นี้เคยมึนตึงใส่กัน ทว่านับแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา สีกับคิมพบกันถึงสองครั้ง โดยครั้งล่าสุดเมื่อเดือนที่แล้วซึ่งพบกันที่เมืองต้าเหลียน มณฑลเหลียวหนิง ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีนนั้น ประมุขแดนมังกรยังจัดงานเลี้ยงให้และพาคิมน้อยเดินเล่นในสวนริมหาด
       
       การพบกันครั้งนั้นถูกมองว่า เป็นความพยายามของจีนในการสร้างความมั่นใจว่า คิมรับฟังความคิดเห็นของตนก่อนที่จะได้พบกับทรัมป์ ขณะที่ผู้นำสหรัฐฯ ถึงขั้นกล่าวหาว่า การเดินทางไปจีนทำให้เกิด “การเปลี่ยนแปลงทัศนคติ” ที่ไม่น่าอภิรมย์ของคิม ในช่วงเตรียมการประชุมสุดยอดซึ่ง ณ จุดหนึ่งทรัมป์ฉุนขาดจนประกาศยกเลิกซัมมิตก่อนจะกลับลำในอีกไม่กี่วันต่อมา และช่วงนั้นจีนต้องออกโรงเรียกร้องให้สองฝ่ายไม่ยกเลิกการประชุม
       
       เหตุการณ์ดังกล่าวตอกย้ำสมดุลอันละเอียดอ่อนที่จีนจำเป็นต้องประคับประคองให้ได้ ระหว่างการสนับสนุนให้เปียงยางและวอชิงตันตกลงกันเพื่อยุติโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ และการไม่ผลักไสให้เปียงยางเข้าสู่อ้อมแขนทรัมป์มากเกินไป
       

       แฮนเลเสริมว่า จีนคงจะต้องระวังว่า การที่สหรัฐฯระงับการร่วมซ้อมรบกับเกาหลีใต้ จะทำให้อเมริกาและเกาหลีเหนือกระชับความสัมพันธ์อย่างชัดเจนในบางรูปแบบหรือไม่ โดยจีน ซึ่งส่ง “อาสาสมัคร” เรือนล้านไปรบกับอเมริกาในนามของเกาหลีเหนือในช่วงสงครามเกาหลีปี 1950-1953 นั้น ต้องการให้เกาหลีเหนือเป็นประเทศอิสระที่มั่นคงเพื่อเป็นกันชนกับเกาหลีใต้และทหารอเมริกันนับหมื่นคนที่ประจำอยู่ในแดนโสมขาว
       
       ปักกิ่งยังหวังว่า จะโน้มน้าวให้โซลถอนการติดตั้งระบบป้องกันต่อต้านขีปนาวุธชั้นสูงของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นภัยต่อความมั่นคงของตน
       
       ปัจจุบัน จีนเป็นพันธมิตรสำคัญเพียงหนึ่งเดียว และยังเป็นผู้จัดหาพลังงาน ความช่วยเหลือ และการค้าเพื่อให้เศรษฐกิจของเกาหลีเหนืออยู่รอด แต่สาเหตุที่สองประเทศปีนเกลียวกันเมื่อไม่กี่เดือนมานี้สืบเนื่องจากปักกิ่งให้การสนับสนุนการเพิ่มมาตรการแซงก์ชันเกาหลีเหนือของสหประชาชาติ และระงับการนำเข้าถ่านหินและแร่เหล็กของเกาหลีเหนือ
       
       ปีที่แล้ว เปียงยางยังลูบคมปักกิ่งด้วยการทดสอบขีปนาวุธพร้อมๆ กับที่ในจีนกำลังมีการจัดการประชุมสุดยอดระดับโลก
       
       แฮนเลเสริมว่า ปักกิ่งตระหนักดีว่า เปียงยางอาจพยายามรักษาระยะห่างกับตน เพื่อลดทอนอิทธิพลของจีนที่ครอบงำอยู่
       
       กระนั้น เฉิง เสี่ยวเหอ ผู้ช่วยศาสตราจารย์จากวิทยาลัยการระหว่างประเทศศึกษา ของมหาวิทยาลัยเหรินหมินในปักกิ่ง ชี้ว่า การที่คิมเดินทางไปสิงคโปร์ด้วยเครื่องบินของแอร์ ไชน่า เป็นเครื่องสะท้อนถึงความไว้ใจของเกาหลีเหนือที่มีต่อจีน
       
       เฉิงเสริมว่า เปียงยางต้องการความช่วยเหลือจากปักกิ่งในการปฏิรูปตลาดตามแบบเติ้ง เสี่ยวผิง ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงใหญ่หลวงต่อเศรษฐกิจจีน
       
       นอกจากนั้นหลังการประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์สิ้นสุดลง จีนก็เสนอแนะให้ยูเอ็นระงับหรือยกเลิกมาตรการแซงก์ชัน หากเกาหลีเหนือปฏิบัติตามมติของยูเอ็น ซึ่งตีความได้ว่า เร็วๆ นี้ปักกิ่งอาจช่วยล็อบบี้เพื่อให้มีการผ่อนคลายมาตรการลงโทษเปียงยาง
       
       ขณะที่ หลู่ เชา ผู้เชี่ยวชาญด้านเกาหลีของบัณฑิตยสภาทางสังคมศาสตร์แห่งเหลียวหนิง กล่าวว่า แม้จีนยังคงปฏิบัติตามมาตรการแซงก์ชันของยูเอ็น แต่เริ่มมีการผ่อนคลายลง เช่น การฟื้นความร่วมมือทางเศรษฐกิจในระดับปกติ
       
       ส่วน คิม ดองกิล ผู้อำนวยการศูนย์คาบสมุทรเกาหลีของมหาวิทยาลัยปักกิ่ง เชื่อว่า จีนจะยังไม่ดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับมาตรการแซงก์ชันหากไม่มีข้อตกลงจากอเมริกาก่อน เนื่องจากอาจกระทบต่อการเจรจาระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐฯ
       
       ไมเคิล คอฟริก ผู้เชี่ยวชาญด้านเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือจากกลุ่ม อินเตอร์เนชันแนล ไครซิส กรุ๊ป แสดงความเห็นว่า จีนอาจต้องการให้เกาหลีเหนือยึดมั่นในการระงับโครงการนิวเคลียร์ก่อนที่จะล็อบบี้ให้ผ่อนคลายมาตรการแซงก์ชัน และจะหาวิธีที่ไม่เป็นการละเมิดมาตรการแซงก์ชันเพื่อจูงใจเกาหลีเหนือ เช่น ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม