ทีมประดาน้ำออสซี่เผยเจอเหตุระทึกในถ้ำหลวง เครื่องสูบน้ำขัดข้องหลังช่วย'13ทีมหมูป่า'

MGROnline

       

       เทเลกราฟ - สื่อต่างประเทศเผยคำบอกเล่าทีมประดาน้ำออสเตรเลีย ระบุภารกิจเสี่ยงตายช่วยชีวิตนักเตะเยาวชนทีมหมูป่า ออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เกือบจบลงด้วยโศกนาฏกรรม หลังเครื่องสูบน้ำเกิดเสียขึ้นมากะทันหัน ตอนที่ทีมกู้ภัยยังอยู่ภายในถ้ำ หลังจากเด็กๆและโค้ชรวม 13 คน ได้รับการอพยพออกมาเรียบร้อยแล้ว
       

        หนังสือพิมพ์ดิออสเตรเลีย อ้างคำสัมภาษณ์ของคณะนักประดาน้ำออสเตรเลียที่มีส่วนร่วมในปฏิบัติการดังกล่าว เล่าว่าระหว่างที่ทีมกู้ภัยยังคงเหน็ดเหนื่อยอยู่ลึกภายในถ้ำราว 1 ไมล์(ประมาณ 1.6 กิโลเมตร) ระหว่างกองบัญชาการบริเวณโถง 3 กับปากทางเข้าถ้ำ ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากเครื่องสูบน้ำเกิดขัดข้อง เนื่องจากเครื่องสูบน้ำไฮเทคเหล่านั้นถูกใช้งานอย่างหนักตลอด 24 ชั่วโมง
       
        ในตอนนั้นทีมนักประดาน้ำอยู่ในอารมณ์เฉลิมฉลองและกำลังเฮฮาอยู่ภายในถ้ำ หลังจากฝ่าสภาพแวดล้อมที่แสนอันตรายพาตัวเด็กๆ 12 คนอายุระหว่าง 11-16 ปีและโค้ชวัย 25 ปี ดำน้ำออกจากถ้ำที่คดเคี้ยว คับแคบ ขรุขระและจมอยู่ใต้น้ำได้สำเร็จ
       
        แต่อารมณ์แห่งความยินดีปรีดามีแค่ช่วงสั้นๆ โดยขณะกำลังช่วยกันเก็บกวาด ทีมนักประดาน้ำเห็นไฟคาดศรีษะจากหมวกนิรภัยหลายร้อยส่องมาที่พวกเขา "ทุกคนกำลังช่วยกันเก็บกวาด ระหว่างนั้นก็เห็นไฟคาดศีรษะเริ่มข้ามเนินเข้ามา มีทีมกู้ภัย 100 คนวิ่งลงเนินมา "เครื่องสูบน้ำขัดข้องและระดับน้ำในถ้ำเริ่มสูงขึ้น" นักประดาน้ำคนหนึ่งเล่า เคราะห์ดีที่ทุกคนออกมาได้ทันเวลา
       
        ดิออสเตรเลีย ระบุว่าทีมช่วยเหลือหวิดเกิดความสูญเสียอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้จ.อ.สมาน กุนัน นักประดาน้ำอดีตนาวีซีลต้องมาจบชีวิตลงอย่างน่าเศร้า ขาดอากาศหายใจระหว่างดำน้ำติดตั้งถังอากาศตามเส้นทางหลบหนีเมื่อวันศุกร์(6ก.ค.)
       

       นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (ศอร.) ยกย่องจ.อ.สมาน ในฐานะ "วีรบุรุษที่แท้จริงของถ้ำหลวง" และในวันพุธ(11ก.ค.) มีคำแถลงจะสร้างอนุสาวรีย์เพื่อเป็นเกียรติแก่เขาบริเวณด้านนอกถ้ำ
       
        นักปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์ชาวเยอรมนีรายหนึ่งที่ทำงานร่วมกับทีมประดาน้ำผู้เชี่ยวชาญชาวอังกฤษ ซึ่งเป็นหัวหอกของภารกิจนี้และเป็นผู้พบตัวเด็กชายเป็นคนแรกเมื่อวันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคม ได้เล่าถึงความทุกข์ยากที่ทีมกู้ภัยต้องเผชิญกับเว็บไซต์ข่าวเทเลกราฟ ว่า "มันยากขึ้นอีกเล็กน้อยเมื่อมีสมาชิกในทีมของเราเสียชีวิต ระดับน้ำขึ้นๆลงๆ เราจำเป็นต้องดำน้ำและต้องปีนป่าย มันไม่น่าเชื่อจริงๆ ตอนที่คนสุดท้ายออกจากถ้ำ ผมถึงกับร้องไห้ เรามาอยู่ที่นี่ 10 วันและมีโอกาสได้พักแค่วันเดียว"
       
       เกล็น แม็คอีวาน ผู้บัญชาการตำรวจกลางออสเตรเลีย เล่าข้อมูลเจาะลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับปฏิบัติการกู้ภัย รวมถึงความอดทนอดกลั้นของเหล่าทีมช่วยเหลือ โดยบอกว่านักประดาน้ำออสเตรเลีย 7 คน เป็นผู้ให้การสนับสนุนด้านโลจิสติกส์แก่ทีมนำที่ต้องขนอุปกรณ์หนักรวมกว่า 20 ตัน ทั้งเครื่องสูบน้ำ, อุปกรณ์ทางการแพทย์และอาหาร ผ่านเส้นทางที่จมอยู่ใต้น้ำ
       
       "มันเป็นปฏิบัติการที่ซับซ้อน ขนานใหญ่และเสี่ยงอย่างที่เคยไม่พบเจอมาก่อน" เขากล่าว พร้อมยกย่องความพยายามนานาชาติที่นำโดยฝ่ายไทย "สิ่งที่มนุษย์สามารถทำได้น่าทึ่งมาก ผู้คนที่พิเศษได้ร่วมทำในสิ่งที่พิเศษ เมื่อคุณมีจุดมุ่งหมายร่วมกัน โดยเฉพาะมันคือพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ ทุกคนต่างลุกขึ้นทำมันด้วยกัน"
       
       ริชาร์ด แฮร์ริส วิสัญญีแพทย์ ชาวออสเตรเลีย ที่มาร่วมปฏิภารกิจในครั้งนี้ ที่ได้รับข่าวสะเทือนใจ ว่าคุณพ่อเสียชีวิต เพียงไม่กี่ชั่วโมง หลัง เสร็จสิ้นภารกิจถ้ำหลวง
       
        ในเรื่องนี้ อเล็ก รูบิน จากกองกำลังป้องกันตนเองออสเตรเลีย กล่าวสรรเสริญดอคเตอร์ ริชาร์ด แฮร์ริส ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพของเด็กๆตอนที่ติดอยู่ภายในถ้ำ