ศุลกากรเกาหลีใต้พบ 3 บริษัทลักลอบนำเข้า ‘ถ่านหิน-เหล็ก’ จากเกาหลีเหนือ

MGROnline

       

       เอเอฟพี - บริษัทเกาหลีใต้ 3 รายลักลอบนำเข้าถ่านหินและเหล็กหลายหมื่นตันจากเกาหลีเหนือในปีที่แล้ว ซึ่งถือเป็นการฝ่าฝืนมติคว่ำบาตรที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติประกาศใช้เมื่อเดือน ส.ค. ปี 2017
       

       สำนักงานศุลกากรเกาหลีใต้แถลงในวันนี้ (10 ส.ค.) ว่า มีถ่านหินและเหล็กจากเกาหลีเหนือกว่า 35,000 ตันถูกนำเข้าผ่านทางรัสเซียระหว่างเดือน เม.ย.- ต.ค. ปีที่แล้ว พร้อมเตือนว่า “เรือลำใดก็ตามที่ต้องสงสัยว่าฝ่าฝืนมติยูเอ็นจะถูกยึด หรือถูกห้ามไม่ให้เข้ามาจอดเทียบท่าในเกาหลีใต้อีกต่อไป”
       
       ศุลกากรเกาหลีใต้ซึ่งใช้เวลาสอบสวนเรื่องนี้นานถึง 10 เดือนชี้ว่า ถ่านหินและเหล็กเหล่านี้ถูกส่งออกไปยังรัสเซียก่อน จากนั้นจึงมีการแก้ไขเอกสารที่ระบุ “ประเทศต้นทาง” และขนย้ายลงเรือต่อมายังเกาหลีใต้
       
       สำนักงานศุลกากรยืนยันว่ามีการกระทำความผิดทางอาญาใน 7 ข้อหา และจะส่งรายชื่อผู้กระทำผิด 3 คนและอีก 3 บริษัทให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายดำเนินคดีต่อไป
       
       สัปดาห์ที่แล้ว ยูเอ็นได้เผยแพร่รายงานกล่าวหาเกาหลีเหนือว่ายังคงลักลอบส่งออกถ่านหิน เหล็ก และสินค้าต้องห้ามอื่นๆ รวมถึงนำเข้าน้ำมันเกินพิกัดที่กำหนดโดยการขนถ่ายจากเรือสู่เรือที่กลางทะเลอีกด้วย
       
       ผู้ตรวจสอบยูเอ็นพบว่า การลักลอบส่งออกเหล็กและเหล็กกล้าไปยังจีน อินเดีย และประเทศอื่นๆ สร้างรายได้ให้เกาหลีเหนือเกือบ 14 ล้านดอลลาร์ระหว่างเดือน ต.ค. ปี 2017 จนถึง มี.ค. ปีนี้
       
       คณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็นได้ประกาศมติคว่ำบาตรโสมแดงหลายระลอกในปีที่แล้ว โดยมุ่งปิดกั้นการส่งออกสินค้าหลักๆ ของเกาหลีเหนือเพื่อไม่ให้รัฐบาลเปียงยางมีรายได้มาพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์
       
       ความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลีเริ่มผ่อนคลายลงหลังเกาหลีเหนือยอมส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวที่เกาหลีใต้เมื่อต้นปีนี้ และนำมาสู่การประชุมซัมมิตครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างผู้นำ คิม จองอึน กับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่สิงคโปร์ในเดือน มิ.ย.
       
       อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้กระบวนการปลดอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือก็ยังไม่คืบหน้า ขณะที่โสมแดงก็ตำหนิสหรัฐฯ ว่าทำตัวเหมือน ‘อันธพาล’ ที่กดดันให้พวกเขาต้องปลดนิวเคลียร์ฝ่ายเดียว
       
       จีนและรัสเซียเสนอให้คณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็นพิจารณาผ่อนคลายคว่ำบาตรให้เกาหลีเหนือ เพื่อเป็นรางวัลตอบแทนที่ยอมเปิดเจรจากับสหรัฐฯ และระงับการทดสอบขีปนาวุธ แต่วอชิงตันยังคงเรียกร้องให้นานาชาติใช้มาตรการกดดันต่อไปจนกว่าระบอบคิมจะยอมละทิ้งอาวุธนิวเคลียร์อย่างสมบูรณ์แบบ