3 โจ๋พระจอมฯ ร่วมเป็นอาสาสมัครรักษ์เจ้าพระยา สืบสานมรดกชุมชน

ผู้จัดการออนไลน์

       

        ปิดเทอมภาคฤดูร้อนเป็นช่วงเวลาที่เยาวชนทุกคนรอคอย หลายคนเลือกการท่องเที่ยวเดินทาง พักผ่อน ทำงานอดิเรก ฝึกเล่นกีฬาที่หรือกลับไปเยี่ยมภูมิลำเนาเดิม แต่สำหรับเยาวชนคนรุ่นใหม่กลุ่มนี้ 10 กว่าคน กลับเลือกเป็นอาสาสมัครรักษ์เจ้าพระยา ณ ศูนย์ศึกษาและปฏิบัติการแม่น้ำเจ้าพระยา ในโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา (Chao Phraya for All)
       


        พวกเขาทำหน้าที่จิตอาสาช่วยเจ้าหน้าที่ในกิจกรรมเผยแพร่ข้อมูลและพัฒนาชุมชนสองฝั่งเจ้าพระยา ทำให้ได้สัมผัสประสบการณ์, เรียนรู้การฟื้นฟูแม่น้ำให้มีสุขภาพดี, พัฒนามรดกวัฒนธรรม และเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีของชุมชน ในครั้งนี้มีตัวแทนสามหนุ่มสาววัยใสจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ออกมาเล่าถึงความประทับใจในการทำกิจกรรมจิตอาสารักษ์น้ำเจ้าพระยาที่ผ่านมา
       

        เริ่มด้วย นัฐวุฒิ หนูพุ่ม หรือ กอล์ฟ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ชั้นปีที่ 2 ที่เล่าว่าถึงช่วงปิดเทอมที่แสนสนุกและเปี่ยมด้วยความรู้
        
        
        “ผมมาเป็นอาสาสมัครรักษ์เจ้าพระยาเพราะเคยได้ฟังแนวคิดการฟื้นฟูและพัฒนาภูมิทัศน์แม่น้ำของอาจารย์รณฤทธิ์ ธนโกเศศ จึงอยากจะเข้ามามีส่วนร่วมช่วยชุมชน อนุรักษ์ สืบสานและสร้างสรรค์วิถีชีวิตริมแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งมีชุมชนรวม 33 ชุมชน”
        
        เขาเล่าถึงกิจกรรมเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าได้ติดตามเหล่าสถาปนิก นักประวัติศาสตร์ชุมชน ลงพื้นที่ชุมชนวัดเทวราชกุญชร เพื่อเรียนรู้การสำรวจและการเก็บข้อมูลการทำโบราณคดีชุมชนของทีมงานร่วมกับคนในชุมชน
        
        
        “ได้เรียนรู้เรื่องระบบนิเวศน์ ประวัติศาสตร์ มรดกชุมชน เศรษฐกิจ ความเชื่อ ศูนย์รวมกิจกรรม ชาติพันธ์ หรือแม้แต่โทนสี ลักษณะต่างๆ ที่พบเจอในชุมชน หลายอย่างไม่สามารถสังเกตเอาเองได้ จึงสืบค้นจากเป็นคำบอกเล่า ภาพถ่าย หลักฐาน เอกสารต่างๆของคนในชุมชน ซึ่งล้วนเป็นสิ่งสำคัญในการที่จะรวบรวมอัตลักษณ์ หรือ มรดกชุมชน ข้อมูลเหล่านี้จะนำมาบันทึกลงในแผนที่วัฒนธรรมชุมชน”
       

        กอล์ฟเสริมอีกว่า ชุมชนริมฝั่งเจ้าพระยาเป็นเหมือนห้องสมุดใหญ่ ให้คนรุ่นหลังและคนภายนอกได้มาเรียนรู้เปิดประสบการณ์ และในอนาคตอยากเห็นพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่ยังคงสามารถดำรงวิถีชีวิตร่วมกับน้ำได้อย่างยั่งยืน พร้อมไปกับการพัฒนาให้ร่วมสมัย โดยที่คนในพื้นที่เองมีความเป็นอยู่ที่ดีมีความสุข คนนอกก็มีความสุขและได้ชื่นชมแม่น้ำที่มีสุขภาพดี
       

        ด้านธันยภร โภคารักษ์ หรือ เฟิร์น สาวคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ชั้นปีที่ 2 เล่าถึงสาเหตุที่มาเป็นอาสาสมัครรักษ์เจ้าพระยา ด้วยรักแม่น้ำเช่นเดียวกับคนไทยถึงแม้ตนจะเป็นคนตัวเล็กๆ คนหนึ่งแต่ก็อยากเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยพัฒนาชุมชนริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา
       
        
        “การลงพื้นที่ในครั้งแรกกับทีมสถาปนิกและทีมการมีส่วนร่วมลงไปสำรวจพื้นที่ชุมชนเทวราชกุญชร ได้ค้นพบข้อมูลที่น่าสนใจ เช่น บริเวณโรงเรียนวัดเทวราชกุญชรตรงนั้นเคยเป็นอู่จอดรถรางดั้งเดิมของกรุงเทพมาก่อน ยังมีรางอยู่ใต้พื้นดิน ถือเป็นประวัติศาสตร์ส่วนหนึ่งของกรุงเทพฯที่คนรุ่นหลังไม่รู้จักกันแล้ว”
        
        
        สิ่งที่ทำให้เฟิร์นประทับใจ คือ คนหลายรุ่นในชุมชนได้ถ่ายทอดประวัติศาสตร์ของชุมชน แสดงความคิดเห็นถึงการที่จะสืบสานอัตลักษณ์ เช่น จุดเด่นของฝีมือและบริการทำอาหารนอกสถานที่ซึ่งทำกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายายกว่า 100 ปีจนถึงวันนี้มีถึง 16 รายในชุมชน รวมทั้งวัดและพิพิธภัณฑ์ที่งดงามล้วนเป็นมรดกวัฒนธรรมที่มีคุณค่า
        
        นอกจากเธอยังได้รับรู้ถึงปัญหาภายในชุมชนด้วย เช่น บางชุมชนขาดพื้นที่สาธารณะที่ทุกคนจะสามารถเข้ามาใช้ร่วมกันได้ ซึ่งมีส่วนช่วยสร้างประสบการณ์เรียนรู้ถึงการทำงาน การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การปรึกษาหารือกันในแต่ละฝ่าย ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายที่ทุกฝ่ายจะเห็นพ้องต้องกัน
       

        “ในอนาคตเฟิร์นอยากเห็นคนในประเทศกลับมาผูกพันกับแม่น้ำอีกครั้ง ช่วยกันฟื้นฟูดูแลสิ่งที่อยู่ควบคู่กับแม่น้ำเจ้าพระยามาตั้งแต่ในอดีต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวิถีชีวิต ประเพณีวัฒนธรรม เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ให้สืบทอดไปสู่ในคนรุ่นต่อๆ ไป อยากให้เเม่น้ำเจ้าพระยาเป็นสิ่งที่มีค่าสำหรับคนไทยตลอดไป”
       

        ปิดท้ายด้วยนักศึกษาไฟแรงจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ศาชล เถาว์ศิริ หรือ ฮาร์ท ที่เป็นห่วงแม่น้ำเจ้าพระยาที่ถูกละเลยมานานและมีปัญหาความเสื่อมโทรมที่สั่งสมจากคุณภาพน้ำ การทิ้งขยะและน้ำเสีย
        
        
        “ผมเห็นว่าเป็นเรื่องดีที่จะช่วยฟื้นฟูแม่น้ำ ภูมิทัศน์ นันทนาการ เชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ จึงเข้ามาเป็นอาสาสมัครรักษ์เจ้าพระยาอย่างเต็มตัวในช่วงปิดเทอม ถือเป็นการเติมประสบการณ์ที่ดีและได้ทำประโยชน์ต่อสังคมด้วย ผมได้เรียนรู้สิ่งที่น่าสนใจที่คนรุ่นใหม่อย่างเราไม่เคยรู้มาก่อน เช่น วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในแต่ละชุมชน ภูมิปัญญาต่างๆ เรื่องราวทางประวัติศาสตร์”
        
        
        “ส่วนที่ชอบที่สุด คือ ความสุขจากความทรงจำของคนที่ได้เข้าไปพูดคุยด้วยและโดยส่วนตัวผมชอบของเก่า ที่มักจะมีการผลิตประณีตซับซ้อนและใส่ใจในการใช้สอยมากๆ ทำให้สิ่งของนั้นมีเรื่องราวและคุณค่าในตัวของมัน ซึ่งจากการลงพื้นที่สำรวจก็ได้เห็นกล่องไม้ที่ไว้ใส่จานชามของร้านรับจัดอาหารที่เปิดกิจการมานาน ทำให้เห็นถึงการใช้ชีวิตประจำวันของคนสมัยก่อน”
       

        ฮาร์ทปิดท้ายว่าการทำกิจกรรมนี้เป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและมีค่าแก่การเรียนรู้ เพราะแต่ละชุมชนมีเรื่องราวและลักษณะแตกต่างกัน และได้สัมผัสขั้นตอนการทำงานอย่างมีระบบของทีมงาน ได้พัฒนาทักษะการพูดคุยแลกเปลี่ยน ฯลฯ ซึ่งในอนาคตตนก็อยากเห็นแม่น้ำเจ้าพระยาใสสะอาด สวยงามและเป็นแม่น้ำของทุกคน
       
       ภาพบรรยากาศ
       

       

       

       

       

       

       

       
       

ข่าวLife on Campus

ข่าวยอดนิยม

ข่าววันนี้