10 ประเทศ...ระบบการศึกษาแข็งแกร่งที่สุดในโลก 2016

ผู้จัดการออนไลน์

       

        Quacquarelli Symonds หรือ QS สำนักจัดอันดับมหาวิทยาลัยจากประเทศอังกฤษ ประกาศผลการจัดอันดับอีกครั้ง โดยในครั้งนี้เป็นการจัดอันดับในหัวข้อ ‘ระบบการศึกษาแข็งแกร่งที่สุดในโลก 2016’ มีด้วยกันทั้งหมด 50 ประเทศ จาก 6 ทวีป โดยมีเกณฑ์พิจารณาจาก system strength, access, flagship institution performance, และ economic context วันนี้ Life on campus นำอันดับ Top 10 มาให้ได้ชม
        

       10.ญี่ปุ่น
       

        ผลการจัดอันดับจาก QS พบว่าที่ประเทศญี่ปุ่นมีมหาวิทยาลัยติดอันดับหนึ่งใน 50 สถาบันการศึกษาระดับโลกด้วยกันถึงสองแห่ง โดย Kyoto University อยู่อันดับที่ 38 และ the University of Tokyo อยู่อันดับที่ 39 จึงทำให้เมืองแดนอาทิตย์อุทัยแห่งนี้ติดมาเป็นอันดับที่ 10 ของการจัดอันดับความแข็งแกร่งของระบบการศึกษาของแต่ละประเทศปี 2016
        นอกจากนี้เฉพาะเมืองโตเกียว ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่นก็ยังถูกจัดอันดับให้เป็นที่ 3 ในการจัดอันดับ10 เมืองที่ดีที่สุดสำหรับนักศึกษา 2016 โดย QS ที่ผ่านมาอีกด้วย ถึงแม้ว่าจะมีอัตราส่วนจำนวนนักเรียนต่ำกว่าอัตราส่วนประชากรทั่วไป แต่ก็ถือว่าเป็นอีกประเทศที่น่าสนใจสำหรับคนอยากเรียนนอกและหลงใหลในวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์
       
       9.เกาหลีใต้
       

        นอกจากกระแส K-pop ,K - drama อาหารเกาหลี หรือสถานที่ท่องเที่ยวจะเป็นที่ดึงดูดใจชาวต่างชาติอย่างต่อเนื่อง ด้านการศึกษาเกาหลีใต้ก็ไม่แพ้ใคร ใน 50 อันดับสถาบันการศึกษาระดับโลก เกาหลีใต้ก็ติดถึง 2 มหาวิทยาลัย โดย Seoul National University อันดับ 36 และ KAIST, Korea Advanced Institute of Science & Technology อันดับที่ 43 นอกจากนี้เมืองหลวงอย่างกรุงโซล แหล่งรวมความเจริญ ก็ยังติดอันดับที่ 10 จากการจัดอันดับ 10 เมืองที่ดีที่สุดสำหรับนักศึกษา 2016
       
       8.สาธารณรัฐประชาชนจีน
       

        มหาวิทยาลัยชิงหฺวา (Tsinghua University) เป็นสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในจีน ก่อตั้งปี ค.ศ.1911 บริเวณสวนของราชวงศ์ชิง ได้รับการจัดอันดับให้เป็น มหาวิทยาลัยที่มั่งคั่งที่สุดทางการเงิน ,ได้รับฉายาว่า MIT แห่งเมืองจีน และเป็นมหาวิทยาลัยที่มีการจ้างงานบัณฑิตสูงสุด อันดับที่หนึ่งของทวีปเอเชีย และอันดับที่เก้าของโลกในปี 2016 และในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก อยู่ในอันดับที่ 25 ประจำปี 2015-2016 โดย QS
        นอกจากนี้ในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่สุดของโลก ประจำปี 2016 มหาวิทยาลัยชิงหวาติดอันดับที่ 18 ของโลก อันดับที่ 2 ของเอเชีย และอันดับที่ 1 ของจีน ในขณะที่มหาวิทยาลัยเก่าแก่อีกแห่งอย่างมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ( Peking University) ก็อยู่อันดับ 41 ของโลกและลำดับ 7 ในเอเชีย
       7.เนเธอร์แลนด์
       

        เนเธอร์แลนด์ ประเทศเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ทางยุโรปตะวันตกตอนเหนือ มีภูมิอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปีและในปี 2554 ได้รับการจัดอันดับว่าเป็นประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลกจาก OECD (องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา) ในเรื่องของการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย จาก 100 อันดับสถาบันการศึกษาระดับโลกโดย QS มีมหาวิทยาลัยจากเนเธอร์แลนด์ติดด้วยกันถึง 5 แห่ง คือ อันดับที่ 55 University of Amsterdam, อันดับที่ 64 Delft University of Technology ,อันดับที่ 94 Utrecht University, อันดับที่ 95 Leiden University และ อันดับที่ 100 University of Groningen
        ในขณะที่ Maastricht University มหาวิทยาลัยนานาชาติของรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ได้อันดับที่ 168 แต่ถึงเป็นเช่นนั้นก็มีความน่าสนใจตรงที่ครึ่งหนึ่งของหลักสูตรปริญญาตรีจะสอนด้วยภาษาอังกฤษและอีกครึ่งหนึ่งเป็นภาษาดัชต์ ส่วนปริญญาบัณฑิตเกือบทั้งหมดจะเป็นหลักสูตรภาษาอังกฤษทั้งสิ้น ทำให้เป็นที่นิยมของชาวต่างชาติ โดยมีชาวต่างชาติสูงถึง 7,079 คนจากนักเรียนทั้งหมด 14,891 คน นอกจากนี้ยังอยู่ในอันดับที่ 8 จากการจัดอันดับ 50 สถาบันการศึกษาที่มีระยะเวลาก่อตั้งต่ำกว่า 50 ปีที่ดีที่สุดในโลก ถือเป็นมหาวิทยาลัยอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจและมีทุนการศึกษาออกมาทุกปี
       
       6.ฝรั่งเศส
       

        เมืองหลวงของฝรั่งเศส อย่าง ‘ปารีส’ ยังคงเป็นอันดับ 1 เมืองที่ดีที่สุดสำหรับนักศึกษาปี 2016 ต่อเนื่องมาจากปี 2016 โดยมีมหาวิทยาลัย Ecole normalesupérieure และ the Ecole Polytechnique ติดอันดับที่ 23 และ 40 ในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยระดับโลก
       
       5.แคนาดา
       

        จากการที่มหาวิทยาลัย 3 แห่งของแคนาดาที่ติดใน 50 อันดับโลกโดย QS ทำให้ประเทศนี้ขึ้นมาสู่อันดับที่ 5 ประเทศเพื่อการศึกษามหาวิทยาลัย McGill University ถูกจัดอันดับที่ 24 ในขณะที่ The University of Toronto อยู่อันดับที่ 34 และ The University of British Columbia อยู่อันดับที่ 50 พอดี แคนาดาเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับคนอยากต่อนอก เพราะนอกจากจะมีค่าใช้จ่ายถูกกว่าประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา ขั้นตอนการสมัครยังไม่ยุ่งยากอีกด้วย
        
        
       4.ออสเตรเลีย
       

        ถือเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีคนไทยไปเยี่ยมเยียนเยอะมากและจากการจัดอันดับ 100 มหาวิทยาลัยระดับโลก ออสเตรเลียก็ส่งมหาวิทยาลัยเข้าไปติดอันดับถึง 7 แห่ง อันดับสูงที่สุดคือ The Australian National University อยู่ที่อันดับ 19 เท่ากันกับ King’s college จาก เมืองลอนดอน สหราชอาณาจักร ได้ QS Stars 5 + ,คะแนนความมีชื่อเสียงทางวิชาการร้อยละ 99.6 และ มีจำนวนบุคลากรสายวิชาการผู้ถือสัญชาติต่างชาติมาทำหน้าที่สอนและทำวิจัยสูงถึง 100 เปอร์เซ็นต์เต็ม
       
       3.เยอรมนี
       

        ถึงแม้ว่าสถาบันการศึกษาจากประเทศเยอรมนีจะไม่ติดอันดับ 50 มหาวิทยาลัยระดับโลก แต่ก็สามารถติดอันดับหนึ่งใน 100 โดยมีทั้งหมด 4 แห่งเท่านั้น ซึ่งอันดับที่สูงที่สุด คือ Technische Universität München ในอันดับที่ 60 สิ่งที่น่าสนใจที่ทำให้เยอรมนีติดอันดับ 3 ประเทศระบบการศึกษาแข็งแกร่งที่สุดในโลก 2016 คือ การปลอดค่าธรรมเนียมการเล่าเรียนในมหาวิทยาลัยรัฐบาล ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาเข้าถึงการศึกษาได้อย่างทั่วถึง ไม่ว่าจะนักศึกษาในท้องถิ่น หรือนักศึกษาชาวต่างชาติ (ยกเว้นค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายต่างๆ ต้องออกเอง) นอกจากนี้เมืองหลวงอย่างเบอร์ลินยังติดอันดับที่ 9 จากการจัดอันดับ 10 เมืองที่ดีที่สุดสำหรับนักศึกษาปี 2016 อีกด้วย
        
        
       2.สหราชอาณาจักร (อังกฤษ)
       

        ไม่แปลกใจว่าทำไมสหราชอาณาจักรถึงได้ครองอันดับที่ 2 จาก 10 ประเทศการศึกษาแข็งแกร่งที่สุดในโลก 2016 เนื่องจากมีมหาวิทยาลัยติดอันดับ 100 สถาบันการศึกษาระดับโลกกว่า 18 แห่ง โดยอันดับที่สูงที่สุดคือ อันดับ3 the University of Cambridge, อันดับ 6 The University of Oxford, อันดับ 7 University College London และอันดับ 8 Imperial College London
        
        
       1. สหรัฐอเมริกา (100 คะแนนเต็ม)
       

        สหรัฐอเมริกามีมหาวิทยาลัย 30 แห่งที่ติด 100 อันดับมหาวิทยาลัยระดับโลกจาก QS ปี 2016 โดยมี Massachusetts Institute of Technology (MIT) ติดอันดับที่ 1 จากทั้งหมด! ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2012 ซึ่งได้คะแนนรวมเต็ม 100 คะแนน หากแยกออกเป็นแต่ละด้านก็ล้วนได้คะแนนเต็ม 100 คะแนนทั้งหมดไม่ว่าจะ ด้านชื่อเสียงวิชาการ, ทัศนคติของผู้จ้างงานต่อมหาวิทยาลัย, สัดส่วนจำนวนอาจารย์ต่อนักศึกษา, สัดส่วนจำนวนการอ้างอิงต่อผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในรอบ 5 ปี และบุคลากรสายวิชาการผู้ถือสัญชาติอื่นมาทำหน้าที่สอนและทำวิจัย ถึงแม้ว่าคะแนนด้านนักศึกษาต่างชาติจะด้อยกว่าเล็กน้อยได้ 95.5 คะแนน (นักศึกษา MIT มีทั้งหมด 11,051 คน เป็นต่างชาติ 3,697 คน)
        
        สำหรับประเทศไทยนั้นก็ติดอันดับกับเขาด้วยเหมือนกันแต่เป็นในอันดับที่ 37 จาก 50 โดยมีมหาวิทยาลัยมหิดล ได้อันดับที่ 44 จาก QS University Rankings: Asia 2015 และ อันดับ 257 สำหรับ the QS World University Rankings 2014/15 ,จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้  the QS World University Rankings 2014/15 อันดับที่ 243 และในเอเชีย อันดับที่ 53 ส่วนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ก็ได้อันดับที่ 99 สำหรับอันดับมหาวิทยาลัยในเอเชียเช่นเดียวกัน
       
       ตารางอันดับ 1 - 10 จาก QS
       

       ขอขอบคุณข้อมูล
       http://www.manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9580000135224
       http://www.topuniversities.com/university-rankings/world-university-rankings/2015#sorting=rank+region=+country=+faculty=+stars=false+search=
       http://www.telegraph.co.uk/education/2016/05/17/top-10-countries-for-university-education/
        
       

       
       ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ได้ที่ : campus.mgr2014@gmail.com
       
       
       

ข่าวยอดนิยม