จากถ้ำหลวงสู่ “สามัคคีมนุษยธรรม” ของคนทั้งโลก

ผู้จัดการออนไลน์

       

       จากข่าวระดับท้องถิ่นไปสู่ข่าวระดับประเทศ และจากระดับประเทศไปสู่ระดับโลกไปแล้ว เกี่ยวกับชะตากรรมของเด็กนักฟุตบอลทีมเยาวชน “หมูป่าอะคาเดมี” และโค้ชรวม 13 ชีวิต ที่ไปติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ตั้งแต่วัน 23 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา
       

       ไม่ได้ “เว่อร์” เกินไปที่กล่าวว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องระดับโลก เมื่อพิจารณาจากทีมกู้ภัยจากหลายชาติทั้งประเทศเพื่อนบ้าน และจากประเทศต่างๆ ทั้งในเอเชีย ยุโรป อเมริกา และออสเตรเลีย ที่ล้วนแต่คัดคนและทีมที่เก่งที่สุด เทคโนโลยีที่ดีที่สุด มาช่วยกันค้นหาและช่วยเหลือทั้ง 13 ชีวิต
       
       ล่าสุด แม้แต่ “อีลอน มัสก์” เจ้าพ่ออุตสาหกรรมไฮเทครถเทสล่าก็ยังเสนอความช่วยเหลือให้นำเทคโนโลยีของเขามาช่วยเด็กๆ และโค้ชทีมหมูป่า
       
       พระเกจิอาจารย์ ทั้งที่เป็นที่เคารพสักการะในท้องถิ่น จนถึงสมเด็จพระสังฆราช และผู้นำศาสนาอิสลามในประเทศไทย ไปจนถึงสมเด็จพระสันตะปาปา ฟรานซิสแห่งวาติกัน ต่างพร้อมใจกันเจริญจิตบริกรรมอธิษฐานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในแต่ละศาสนาของแต่ละท่าน เพื่อให้ค้นพบทีมหมูป่าโดยเร็วและปลอดภัย
       
       ผู้คนในประเทศต่างๆ ที่ทราบข่าวต่างก็เอาใจช่วย สื่อมวลชนจากทั่วโลกจับจ้องโฟกัสมาที่ถ้ำหลวงจังหวัดเชียงราย นักวาดการ์ตูนระดับโลกหลายคนก็วาดการ์ตูนแสดงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้
       
       เรียกว่าเป็น “สามัคคีมนุษยธรรม” ครั้งสำคัญที่สุดที่เกิดขึ้นในโลกเราสำหรับปีนี้
       
       เหนือยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด เมื่อความทราบถึงพระเนตรพระกรรณของในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้สมเด็จพระสังฆราชทรงนำสวดมนต์อธิษฐานจิตภาวนา ให้ทีมหมูป่าอะคาเดมีทั้ง 13 คน ให้กลับมาอย่างปลอดภัย ทั้งพระองค์ท่านยังทรงมีพระเมตตาติดตามข่าวและสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเมื่อพบตัวแล้ว ก็ทรงมีพระราชกระแสรับสั่ง ให้กำลังใจ และพระราชทานแนวทางการช่วยเหลือแก่ผู้ปฏิบัติงาน รวมถึงรับสั่งให้ดูแลทีมช่วยเหลือจากต่างประเทศเช่นเดียวกับพระราชอาคันตุกะในพระองค์
       
       ตลอดสัปดาห์ที่แล้ว เป็นการลุ้นว่าจะได้เจอเด็กๆ และโค้ชเมื่อใด จนกระทั่งได้รับข่าวดีไปเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ว่าทั้ง 13 ชีวิตนั้นยังอยู่รอดปลอดภัย แม้จะอิดโรยไปบ้างจากการอดอาหารร่วม 10 วัน แต่ทุกคนยังเต็มเปี่ยมไปด้วยขวัญและกำลังใจ รวมถึงพลังชีวิต
       
       ภาพที่น่าเอ็นดูของเด็กชายอดุลย์ สามอ่อนที่ตอบโต้ภาษาอังกฤษอย่างคล่องแคล่วกับนักประดาน้ำชาวอังกฤษที่ไปพบคณะทีมหมูป่าเป็นกลุ่มแรกนั้น เป็นคลิปไวรัลไปทั่วโลก และกลายเป็นคลิปวิดีโอที่งดงามที่สุด ซึ่งทำให้หลายคนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ รวมทั้งสร้างความทึ่งให้แก่ชาวโลกด้วย ที่เด็กชายจากชนบทห่างไกลของประเทศไทย สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างดีเป็นธรรมชาติ แม้ในภาวะฉุกเฉินที่สุดเช่นนี้
       
       แม้แต่คนญี่ปุ่นซึ่งอย่างที่เราทราบว่าเป็นชาติที่แม้จะมีความเจริญที่สุด แต่ประชากรส่วนใหญ่ยังใช้ภาษาอังกฤษได้ไม่ดีนัก ถึงกับยอมรับว่า หมูป่าตัวน้อยคนนี้เก่งกว่าเด็กญี่ปุ่นส่วนใหญ่โดยเฉลี่ยเสียอีก!
       
       ในเหตุการณ์นี้ มีผู้ที่ได้รับความชื่นชมอย่างมากมาย ทั้งตัว “โค้ชเอก” เอกพล
       
       จันทะวงษ์ซึ่งแสดงให้เห็นภาวะความเป็นผู้นำและความเสียสละอย่างยิ่งในภาวะวิกฤต ด้วยการเสียสละเสบียงและน้ำดื่มทั้งหมดให้เด็กๆ วางแนวทางการเอาชีวิตให้รอด ด้วยการให้กินน้ำจากผนังถ้ำที่เป็นน้ำสะอาด สอนสมาธิภาวนาเพื่อรักษาสติและเอาชนะความอ่อนล้าหิวโหย โค้ชเอกทำทุกอย่างจนทุกชีวิตอยู่รอดได้ในสภาพดีจนกระทั่งมีผู้มาพบ จนกระทั่งตัวเองต้องมีสภาพร่างกายที่แย่ที่สุดใน 13 ชีวิตก็ตาม
       
       ที่ถือว่าเป็น “พระเอก” ที่สุดของงาน คือตัวผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ท่านณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ที่เป็นเหมือน “แม่งาน” ฝ่ายภาครัฐ ในการอำนวยการวางแผนจัดการให้ความช่วยเหลือทั้งหลายเป็นไปได้โดยลุล่วงด้วยดี ตลอดจนจัดระเบียบเรื่องข่าวและการให้ข่าว อย่างที่ไม่ว่าผู้สื่อข่าวจากสำนักไหนไทยหรือเทศ ก็จะต้องฟังท่านคนเดียว
       
       ฮีโร่จากสมาคมช่วยเหลือผู้ประสบภัยภายในถ้ำแห่งอังกฤษนายริชาร์ด สแตนตัน นายจอห์น โวลันเธน และนายโรเบิร์ต ฮาร์เปอร์ ผู้พบตัวคณะผู้ประสบภัยเป็นกลุ่มแรก และเป็นผู้นำข่าวดีและความโล่งใจออกมาสู่ชาวโลก
       
       ครูบาบุญชุ่ม ญาณสํงวโร เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอนเรือง ผู้เป็นเสมือนผู้นำทางจิตวิญญาณ ซึ่งได้เข้าสู่กรรมฐาน นั่งสมาธิแผ่เมตตาให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในถ้ำหลวง และยังเข้าสมาธิปิดวาจา เพื่อนำพุทธคุณเปิดทางให้การค้นหาและช่วยเหลือทั้ง 13 ชีวิตนั้นไม่มีอุปสรรค หรือสิ่งรบกวนใดๆ ที่เป็นเรื่องเหนือธรรมชาติ
       
       ทุกท่านจะเป็นที่จดจำ และเป็นจุดสนใจของชาวโลก จากเหตุการณ์ในครั้งนี้
       
       อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางผู้คนที่จะเป็นที่จดจำในทางดี ก็มีคน “พลาด” ที่หวังอาศัยกระแสถ้ำหลวง เพื่อประโยชน์อะไรก็ตามแต่ ก็กลายเป็นล้มพับดับไปตามกรรมก็มี
       
       เช่นนายตำรวจใหญ่ที่เราไม่จำเป็นต้องเอ่ยนาม ที่ส่วนตัวแล้วก็ “ชื่อเหม็น” มาระดับหนึ่งแล้วจากการที่ทำตัวน่ากังขาในคดีเจ้าสัวใหญ่ล่าเสือดำ มาบัดนี้ก็โผล่มาเสนอหน้าแบบธุระไม่ใช่ แม้แต่ท่านนายกฯ ลุงตู่ยังต้องถามว่าจะมาทำไม แถมมาแล้วยังมาใช้อำนาจบาตรใหญ่ งัดข้อกฎหมายออกมาขู่จะดำเนินคดีกับคนนั้นคนนี้โดยไม่ดูตาม้าตาเรือ เลยอยู่ดีไม่ว่าดี ตกเป็นจำเลยของโซเชียลไป
       
       หรือแม้แต่นักกิจกรรมการเมืองที่หวังสร้างราคา ด้วยการออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของฝ่ายทหาร ว่าจะมาแย่งงานกู้ภัยพลเรือนไปทำทำไม เรียกว่าความคิดของคนพวกนี้ “ทหารทำอะไรก็ผิด” เล่นเอาถูกถล่มจมโคลน แม้แต่ฝ่ายเดียวกันยังต้องออกมาอัด เพราะทำให้เสียกระบวน กลายเป็นว่าฝ่าย “ไม่เอาทหาร” นั้นไม่มีเหตุมีผล สนใจแต่อุดมการณ์ทางการเมืองมากกว่าชีวิตผู้คน
       
       กับสุดท้าย ฝ่ายที่จะต้องออกมาตอบคำถามสังคมให้ได้ คือกระทรวงมหาดไทย ที่มีคำสั่งย้ายท่านผู้ว่าฯ เชียงราย ไปเป็นผู้ว่าฯ จังหวัดพะเยา ซึ่งแม้แต่จะอ้างว่าเป็นคำสั่งย้ายที่ออกมาล่วงหน้าแล้ว และเป็นการโยกย้ายตามรอบ แต่นั่นแหละ ต้องตอบสังคมให้ได้ว่ามีเหตุผลอะไร ที่ย้ายท่านจากจังหวัดใหญ่ที่มีความสำคัญให้ไปอยู่ในจังหวัดที่เล็กลง
       
       แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนนี้ ก็ยังถือเป็นประสบการณ์และบทเรียนสำคัญให้ทุกฝ่าย ทั้งในเรื่องเทคนิคการกู้ภัยในถ้ำ การจัดการภาวะวิกฤต ความเป็นผู้นำ และเรื่องอื่นๆ อีกมากมาย
       
       จนอาจกล่าวได้ว่าในภาวะที่เกือบเป็นโศกนาฏกรรมไปแล้วเช่นนี้ กลับพลิกเปลี่ยนเป็นเรื่องน่ายินดีที่สุด ที่กลายเป็นข่าวดีที่ชุบชูใจผู้คนเกือบทั้งโลกเป็นเรื่องที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้นในปีนี้ ที่เราได้เห็นถึงศักยภาพของคนไทย และความร่วมมือร่วมใจกันของชาวโลก ในฐานะของมนุษยชาติที่เป็นสากล.
       

ข่าวยอดนิยม