ลงเล่นการเมืองไม่ง่ายเหมือนใช้มาตรา 44

ผู้จัดการออนไลน์

       

       ไม่ได้เกินคาดหมายอะไรมากนัก กับการเปิดเผยว่า สนใจที่จะลงสู่สนามการเมือง ของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       

       เพราะถ้าไม่ไร้เดียงสาทางการเมืองจนเกินไป ก็คงได้เห็นกันชัดเจนว่า มีการเคลียร์ทางเตรียมไว้แล้วอย่างไร
       
       อำนาจรัฐที่ถือไว้ในมือ ถูกใช้เพื่อสร้างความได้เปรียบแทบทุกอย่าง ในสภาพที่นักการเมืองขั้วค่ายที่ถูก “แช่แข็ง” เอาไว้ไม่สามารถเคลื่อนไหวอะไรได้ เนื่องจากคำสั่งติดล็อกทางการเมือง ตามคำสั่ง คสช.สองสามฉบับ
       
       แถมด้วยการ “เซ็ตซีโร่” พรรคการเมืองเก่า เพื่อลดความได้เปรียบ ซึ่งประโยชน์ก็จะตกแก่ “พรรคการเมืองหน้าใหม่” ที่เอาจริงเหมือนจะได้เปรียบกว่านิดหน่อยด้วยซ้ำ เพราะเท่ากับเริ่มต้นใหม่หมด 100% ทั้งพรรคเก่าพรรคใหม่
       
       การดูด “นักการเมือง” ระดับท้องถิ่นอย่างชัดแจ้ง แม้ไม่มีใครรู้ว่าใครแน่ที่ดูด แต่ก็พอจะคาดเดาได้ไม่ยากนัก
       
       ชัดเจนด้วยคำสั่งตามมาตรา 44 ปลดนายกฯ เมืองพัทยาคนเดิม ตั้ง “สนธยา คุณปลื้ม” ขึ้นนั่งเก้าอี้แทน ซึ่งก่อนหน้านี้ ได้ตั้งให้เขาดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง พร้อมกับนายอิทธิพล คุณปลื้ม ที่ได้เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีการท่องเที่ยวและกีฬา
       
       เหตุผลสารพัดตามที่อ้าง EEC หรือนี่นั่นโน่น ในคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 15/2561 เมื่อวันอังคารที่ 25 กันยายนนั้น เรียกว่า ใครอ่านเข้าก็ได้แต่ “ยิ้มอ่อน” กันทั้งนั้น
       
       นั่นเพราะในเชิงพื้นที่ภูมิศาสตร์การเมือง ภาคตะวันออกนั้นมีลักษณะเป็นการ “เลือกคน” มากกว่า “เลือกพรรค” ซึ่งผู้สมัครจะมาจากพรรคไหนไม่สำคัญ แต่ถ้าเป็นคนในตระกูลใหญ่เจ้าของพื้นที่ ยังไงเสียก็ได้รับเลือกเข้ามาแน่นอน
       
       “พรรคพลังชลโมเดล” จึงเป็นอะไรที่เวิร์ค และได้ผลในพื้นที่นี้
       
       การได้ “เจ้าของพื้นที่” มาร่วมวงศ์ไพบูลย์นั้น การันตีที่นั่งในสภาฯ แน่นอนกว่าภาคอื่นเขตอื่น ที่อาจจะมีอิทธิพลของพรรคการเมืองเข้ามามีส่วนในการตัดสินใจของผู้เลือกตั้ง
       
       และตามบทเฉพาะกาลในรัฐธรรมนูญ ที่ในมือของท่านจะมี “ส.ว.” จากการแต่งตั้งโดย คสช.ร่วมกับผู้นำเหล่าทัพซึ่งเป็น ส.ว.โดยตำแหน่งอยู่แล้ว 250 ที่นั่ง ก็การันตีเสียงสนับสนุนขึ้นเป็นนายกฯ ที่ต้องการอย่างน้อย 375 เสียงแล้ว
       
       คือหาได้เพิ่มอีกแค่ 125 เสียงขึ้นไปก็ “กินรอบวง” แล้ว ซึ่งหาได้ไม่ยาก จากทั้งพรรคที่แบะท่าว่าพร้อมสนับสนุน และพรรคที่จะตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นหัวหอกโต้โผ
       
       แต่มันจะง่ายอย่างนั้นจริงหรือ?
       
       เพราะทันทีที่ท่านประกาศ “สนใจการเมือง” นั้น สำนักข่าวต่างๆ ก็มีการทำโพลแบบง่ายๆ ผ่าน Facebook ซึ่งได้ผลออกมา แทบว่าจะเป็นเอกฉันท์
       
       นั่นคือ ผู้คนที่ร่วมโหวตใน Facebook นั้น ให้คะแนน “ไม่สนับสนุน” ท่านนายกฯ ลุงตู่ สูงกว่า 80% ส่วนที่สนับสนุน ก็ไม่ถึง 20%
       
       และที่ต้องพิจารณา คือ นี่เป็นผลโหวตแทบว่าจะเป็นเอกฉันท์ แม้ว่าจะจัดโดยเพจหรือสำนักข่าวที่มีสัมพันธ์อันดีกับทางรัฐบาลและ คสช.ก็ได้ผลไม่ผิดเพี้ยนจากนี้เลย
       
       เช่น โพลของข่าวช่องวัน ผลออกมาสนับสนุน 12% ไม่สนับสนุน 88%
       
       โพลของ “ข่าวสด” สนับสนุน 11% ไม่สนับสนุน 89%
       
       ของ PPTVสนับสนุน 14% ไม่สนับสนุน 86%
       
       ของ The Standard อยู่ที่ 9% สนับสนุนต่อ 91% ไม่สนับสนุน
       
       หรือแม้แต่สื่อฝ่ายที่แฟนๆ ส่วนใหญ่จะสนับสนุน คสช.ผลก็ออกมาดังนี้
       
       ของ เนชั่น สนับสนุน 13% ไม่สนับสนุน 87%
       
       TNEWS สนับสนุน 17% ไม่สนับสนุน 83%
       
       เรียกว่า แทบจะเป็นเอกฉันท์
       
       แน่นอนว่า ผลจากโพลทาง Facebook คงวัดอะไรมากไม่ได้ เพราะใครก็ไม่รู้ก็มากดโหวตได้ หรือคนหนึ่งมีหลายชื่อบัญชีก็ได้ รวมถึงคนที่อายุไม่ถึง หรือไม่มีสิทธิเลือกตั้ง แต่ก็มีสิทธิโหวตโพล Facebook
       
       แต่ผลที่ออกมาถล่มทลายขนาดนี้ และจำนวนคนออกเสียง หลายเพจนั้นมีผู้มาออกเสียงหลายแสนไลค์ หรืออย่างต่ำก็หลักหมื่นนั้น ก็พอจะบ่งชี้อะไรได้บ้าง
       
       นั่นคือ คะแนนนิยมที่ตกต่ำลงแบบลิ่วๆ ของตัวนายกฯ ประยุทธ์เอง ที่ดูเหมือนจะไม่กระเตื้องขึ้นเลย หากวัดกันที่การโหวตในโลกโซเชียล
       
       และน่าสนใจว่า ถ้าเป็นการจัด “โพล” ที่จัดโดยสถาบันทำโพล ผลกลับออกมาสวนทางกันแบบคนละเรื่อง
       
       หากจะมองว่า ผลทางโพล Facebook เชื่อไม่ได้ ก็อาจจะพอปลอบใจตัวเองได้ แต่ความแม่นยำของโพลพวกสถาบันการศึกษานั้น แม่นยำ และสุ่มตัวอย่างอย่างไรแค่ไหน ก็คงเป็นเรื่องที่ผู้ทำนั้นก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจ
       
       น่าสนใจว่าเช่นนั้น ถ้ามีคนยังรักท่านอยู่มาก เป็นนายกฯ หมายเลขหนึ่งในใจคนจริงๆ
       
       แล้ว “คน” เหล่านั้นหายไปไหนกันหมด? ทำไมไม่มาช่วยกดบวกคะแนนให้ท่านในโซเชียลเลยแม้แต่โพลเดียว? ไม่มีโพลไหนคะแนนเกิน 20% เลยด้วยซ้ำ
       
       เช่นนี้ “คะแนนนิยม” แท้จริงของท่านจะเป็นเช่นไร คงเป็นเรื่องที่ทีมงานคงจะต้องไปทำการบ้านกันต่อไป
       
       แต่รับรองว่า การเล่นการเมืองที่ชั่วๆ ดีๆ ก็ต้องอาศัยเสียงสนับสนุนจากประชาชน และต่อให้เป็นนายกฯ ต่อได้ ก็ต้องยอมรับการตรวจสอบ ทั้งในทางสภาฯ และในทางกระแสสังคม จะใช้อำนาจพิเศษอีกก็คงไม่ได้แล้ว
       
       สมมติหากคะแนนเสียงจากการเลือกตั้งออกมา สะท้อนว่าคนส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องการให้ท่านไปต่อ ต่อให้มี “ตัวช่วย” ในสภาฯ เยอะจาก ส.ว.แต่งตั้ง
       
       แต่ก็บอกได้เลยว่า งานนี้ “อยู่ยาก” แน่นอน.
       

ข่าวยอดนิยม

ข่าววันนี้