จับแล้วแท็กซี่ขี้ยาทิ้งผู้โดยสารบนมอเตอร์เวย์ โชว์โง่ยัดเงิน ตร.ซวยโดนอีกข้อหาติดสินบน จนท.

update:

       

        
       รวบแล้วแท็กซี่ขี้ยาทิ้งผู้โดยสาร มอเตอร์เวย์ออกจากสนมบินสุวรรณภูมิ พร้อมยึดรถของกลาง ยาไอซ์ 0.4 กรัม แถมพยามติดสินบนตร.ชุดจับกุมเสนอให้เงิน 5 พัน แรกปล่อยตัว แต่เจ้าหน้าที่ไม่เล่นด้วยถูกแจ้ง 6 ข้อหาหนัก

       
       เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 16 เม.ย.61 พ.ต.อ.อำนาจ โฉมฉาย ผกก.3 บก.ทท.1 นายกิตติพงษ์ กิตติขจร รองผอ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ(สายปฏิบัติการ1) พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่เปรียบเทียบปรับ กรมการขนส่งทางบก ตำรวจท่องเที่ยว ร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายบุญช่วย พิมพ์นนท์อายุ 38 ปี บ้านเลขที่ 87 หมู่ 8 ต.ดู่ อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ โดยเป็นคนขับแท็กซี่ที่ก่อเหตุทิ้งผู้โดยสาร หลังมีผู้เสียหายผู้โพสต์คลิปลงโซเชียล ถูกแท็กซี่คันดังกล่าวปล่อยลงตรงมอเตอร์เวย์ ทางมาจากสนามบินสุวรรณภูมิพร้อมของกลาง พร้อมยึดยาไอซ์ จำนวน 1 ถุงน้ำหนัก 0.4 กรัม และรถแท็กซี่ หมายเลขทะเบียน ทส 9435 (สีชมพู) ณ กก.3 บก.ทท1 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ
       
       พ.ต.อ.อำนาจ โฉมฉาย ผกก.3 บก.ทท.1 กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้พบข้อมูลโพสต์ร้องเรียนทางเฟซบุ๊ค ว่า วันที่ 15 เม.ย. มีผู้โดยสารชาวไทยถูกแท็กซี่ทิ้งบริเวณถนนมอเตอร์เวย์ จึงได้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงจนกระทั่งพบว่า รถคันที่ก่อเหตุเป็นรถแท็กซี่ หมายเลขทะเบียน 9435 กทม.ซึ่งรถคันดังกล่าวเป็นรถเสริมที่ถูกเรียกมาให้บริการในช่วงที่รถแท๊กซี่ที่ลงทะเบียนกับสนามบินไว้ไม่เพียงพอต่อการให้บริการ มีผู้ขับขี่คือนายบุญช่วย พิมพ์นนท์ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ประสานติดตามตัว นายบุญช่วยพร้อมรถยนต์แท็กซี่คันดังกล่าวมาเพื่อสอบถามข้อเท็จจริง
       
       โดยนายบุญช่วยให้การยอมรับว่า เป็นผู้ขับขี่รถยนต์แท็กซี่คันดังกล่าวในวันเกิดเหตุจริงและได้ทิ้งผู้โดยสารไว้ตรงจุดบริเวณดังกล่าวจริง เนื่องจากตกลงเรื่องค่าโดยสารไม่ได้ โดยได้รับผู้ร้องเรียนจากบริเวณสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อเวลา 15.00 น. ของวันที่ 15 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยตกลงให้ไปส่งที่เขตห้วยขวาง เมื่อรับผู้โดยสารขึ้นรถแล้วก็ไม่ได้ทำการกดมิเตอร์ แต่ขอเก็บค่าโดยสารแบบเหมาจ่ายในราคา 500 บาท ซึ่งผู้โดยสารไม่ยินยอม เมื่อตกลงกันไม่ได้ จึงได้ให้ผู้โดยสารลง ณ จุดดังกล่าว ขณะนั้น นายบุญช่วยมีท่าทางพิรุธ เจ้าหน้าที่ จึงได้นำตัวไปตรวจค้นรถแท็กซี่ ผลการตรวจค้นพบว่า ป้ายแสดงชื่อพนักงานขับรถเป็นชื่อของอีกคนหนึ่ง ซึ่งไม่ตรงกับนายบุญช่วย โดยอ้างว่าเป็นชื่อของผู้ขับขี่รถที่เป็นคู่กะกัน จึงไม่ได้เปลี่ยนป้ายทะเบียนให้เป็นชื่อของตนเอง อีกทั้งตำรวจ ยังตรวจค้นพบยาไอซ์ อยู่ตรงคันเบรกมือข้างเบาะคนขับจำนวน 1 ถุง นายบุญช่วย จึงให้การรับว่าเป็นยาเสพติดของตนเองที่ซื้อมาในราคา 200 บาทจากชายไทยไม่ทราบชื่อบริเวณชุมชน 70 ไร่ เขตคลองเตย เพื่อใช้เสพ และให้การรับว่าได้ทำการเสพสารเสพติดมาก่อนหน้านี้ ตำรวจจึงได้ทำการตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติดโดยผลตรวจเบื้องต้นพบว่ามีสารเสพติดในร่างกาย
       
       ระหว่างนั้น นายบุญช่วยก็ได้เสนอเงินสินบนให้กับ พ.ต.ท.ประยูร ปักอินทรีย์ และ จ.ส.ต.ปรีชา สอดจิต เพื่อแลกกับการไม่ถูกจับกุม เป็นจำนวนเงิน 5,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงข้อหา ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาไอซ์ไว้ในความครอบครองเพื่อเสพโดยผิดกฎหมาย ,เป็นผู้ขับขี่รถสาธารณะเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาไอซ์โดยผิดกฎหมาย,ไม่ใช่มาตรวัดค่าโดยสาร,ไม่ส่งคนโดยสาร ณ สถานที่ตกลงกันไว้หรือพาคนโดยสารไปทอดทิ้งระหว่างทาง, ไม่แสดงบัตรประจำตัวคนขับ และพยายามติดสินบนเจ้าพนักงาน ควบคุมตัวพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ. ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อดำเนินคดีต่อไป