ข่าวลึกปมลับ : ระทึก! ชี้ชะตาว่าที่ 7 กกต.ใครได้ไปต่อ-ใครติดถ้ำ?

MGROnline

       

       รายการ “ข่าวลึก ปมลับ” ออกอากาศทาง NEWS1 ล้วงปมลึก คลายปมลับ ตีแผ่ประเด็นร้อน กับ นพรัฐ พรวนสุข บก.ข่าวการเมืองและกระบวนการยุติธรรม ผู้จัดการ 360 วันพุธที่ 11 กรกฎาคม 2561 ตอน ระทึก! ชี้ชะตาว่าที่ 7 กกต.ใครได้ไปต่อ-ใครติดถ้ำ?
       

       

       
       คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. เตรียมผลัดใบอีกครั้ง ชุดเก่ากำลังจะไป รอส่งไม้ต่อให้ชุดใหม่เข้ามารับหน้าที่แทนในเร็ววันนี้ ตอนนี้ว่าที่กกต. ชุดใหม่ทั้ง 7 คนได้เดินทางมาถึงที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติหรือสนช. ที่คือด่านสำคัญและเป็นด่านสุดท้ายแล้ว พร้อมที่จะชี้ชะตากรรม ประทับตราให้ว่าที่7 กกต. ผ่านหรือไม่
       
       จึงต้องจับตาในวันพฤหัสบดีที่12 กรกฎาคม ที่สนช. จะมีการประชุมลงมติให้ความเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบกกต.ชุดนี้ โดยน่าลุ้น สนช. จะโหวตอย่างไร จะคว่ำทั้งคณะเหมือนชุดแรก
       
       หรือว่าจะเปิดไฟเขียวให้ผ่านไปที่ทั้ง7 คน หรือจะไฟเขียวสลับแดงก็มีทางเป็นไปได้ คือไม่ให้ผ่านเป็นบางคนก็มีโอกาสได้เสียวเหมือนกันสำหรับทางนี้
       
       แต่ทั้งหลายทั้งปวงย่อมขึ้นอยู่กับว่า “คนคุมสัญญาณไฟ”จะกดลงมาอย่างไร ถ้าหากมีสัญญาณไฟแดงก็ต้องเป็นไปตามนั้น ข้อนี้ก็เคยเกิดขึ้นแล้ว โดยสนช.ลงมติ ล้มกระดาน ไม่เห็นชอบ แต่งตั้งกกต.มาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อต้นปี
       
       และตามด้วย ผู้ตรวจการแผ่นดิน จากนั้นก็ล้มกระดานไม่เลือก กรรมการองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกิจการวิทยุโทรทัศน์หรือกสทช. ที่องค์กรอิสระเหล่านี้โดนไฟแดงกันทุกชุด
       
       ทำให้ การประชุมลับของสนช.โหวตเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกกต.รอบนี้ น่าสนใจชวนติดตามมาก ว่าที่ประชุมจะเฮี้ยนอีกหรือไม่
       
       ย้อนไปดูว่าที่กกต. ทั้ง7 คนจากชื่อที่คณะกรรมการสรรหา กกต.ส่งมา5ชื่อ และชื่อที่ทางที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ส่งชื่อมาอีก2ชื่อ  รวม 7 ชื่อ ใครเป็นใครมาไล่เลียงกันตามนี้คือ
       
        1.นายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 2.นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  3.นายอิทธิพร บุญประคอง อดีตอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย และอดีตเอกอัครราชทูต
        
       4.นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า อดีตผวจ.หลายจังหวัด เช่น บุรีรัมย์  ปทุมธานี  ระนอง  ชุมพร และนครศรีธรรมราช รวมทั้งเป็นอดีตอธิบดีกรมที่ดิน สำหรับบิ๊กหินถือว่ามีประสบการณ์โชกโชน
       
       เคยผ่านงานด้านการจัดการเลือกตั้งมาแล้วในทุกระดับ เพราะตลอดชีวิตการรับราชการในกรมการปกครอง และพ่อเมืองหลายแห่ง  เป็นอดีตผู้ว่าฯคนดัง ที่หลายคนรู้จักชื่อเสียงเป็นอย่างดี และมีผลงานเป็นที่ยอมรับ ไม่มีประวัติด่างพร้อย ได้เข้ามาถึงชั้นนี้เพราะฝีมือล้วนๆ
        
       และ5.นายธวัชชัย เทิดเผ่าไทย อดีตผู้ว่าฯหลายจังหวัดเช่น ระยอง ลำปาง สระบุรี ปราจีนบุรี เพชรบูรณ์  และอดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ที่ได้รับการตั้งโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ
        
       ส่วนอีก  2 ชื่อ คือบุคคลที่ได้รับการคัดเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา คือ 1. นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา และ 2 ปกรณ์ มหรรณพ ผู้พิพากษาศาลฎีกา
        
       โดยทั้งนายฉัตรไชยและนายปกรณ์ ก็คือ 2ชื่อเดิม ซึ่งที่ประชุมศาลฎีกา เคยส่งชื่อมาให้สนช.โหวตเห็นชอบ เมื่อช่วงเดือน กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่ถูกโหวตคว่ำไปพร้อมกับ  5 ชื่อ ที่กรรมการสรรหาฯส่งมา
       
       ด้วยเหตุผลในเวลานั้นว่า มีข้อสงสัย ทักท้วงในเรื่อง กระบวนการลงมติเลือกของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าอาจทำโดยไม่ถูกต้อง เพราะไม่ได้เลือกโดยเปิดเผย ทำให้สนช.ส่วนใหญ่เลยเกรงว่าจะเกิดปัญหา เลยโหวตคว่ำ ตีตกไป 
       
       ทั้งนายฉัตรไชยและนายปกรณ์สามารถกลับมาสมัครใหม่ได้ และที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเลือกกลับมาอีกหน ยังไม่รู้ว่า สนช. จะว่าอย่างไรกับคนสายศาลฎีกาทั้งสองคนในคราวนี้ แต่ไม่น่าจะมีรายการงัดข้อเกิดขึ้นสำหรับสายศาล
       
       ส่วนสายสรรหาใครจะติดถ้ำหรือไม่ และถ้าหากมีจะติดถ้ำกี่คน บอกได้เลยว่ายังคาดเดายาก มีแต่เสียงวิจารณ์จากคนนอก ส่วนความเคลื่อนไหวของสนช.ก่อนการลงมติ จนถึงช่วงต้นสัปดาห์ ท่าทีของสนช.ยังคงนิ่งๆ กันอยู่
        
       หากจะมีเซอร์ไพรส์เกิดขึ้น ก็คงเป็น นายสมชาย อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ที่จะเกษียณอายุราชการในปีนี้   มีชื่อหลุดเข้ามาด้วยแบบหลายคนคาดไม่ถึง เพราะประวัติการศึกษาและประวัติการทำงาน ล้วนอยู่ในสายเกษตรฯ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่อง กฎหมาย การปกครอง
        
       ขณะที่ ว่าที่กกต.คนอื่นๆ ก็มี จุดแข็ง จุดอ่อนแตกต่างกันไป แม้บางคน อาจไม่เคยมีประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการเลือกตั้ง เพราะไม่ได้มาจากสายมหาดไทย แต่ก็มีดีกรีในฐานะนักกฎหมาย ที่ก็สามารถมาทำงานเป็นกกต. ได้
        
       จุดชี้ขาดของสนช. ที่จะชี้ชะตา7ว่าที่กกต . อยู่ในช่วงประชุมลับ  ที่จะมีการชี้แจง รายงานการตรวจสอบทางลับของกมธ.ที่มีการตรวจสอบเชิงลึกหมด ทั้งเรื่องส่วนตัว ปรวัติการทำงาน ประวัติทางคดีความ ว่าคนไหนมีประวัติกระดำกระด่างอย่างไร
       
       เช่นเคยถูกตั้งกรรมการสอบวินัยหรือไม่ เคยถูกย้ายด่วนเพราะปฏิบัติหน้าที่ราชการบกพร่องหรือไม่ มีเรื่องร้องเรียนมาที่สนช.หรือไม่
       
       ซึ่งพบว่า ว่าที่กกต. ที่โดนร้องหนักๆก็มีอยู่คนหนึ่ง เพราะมีชื่อไปพัวพันกับคดีที่สร้างความเสียหายให้กับประชาชน ตอนนี้โดนฟ้องศาลในความผิดละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ. ดังนั้นถ้ามีใครไม่ได้ออกถ้ำก็น่าจะเป็นรายนี้
       
คำสำคัญ : ว่าที่ กกต., กกต.