“ศรีวราห์” ไม่พอใจแค่ปรับ สั่งสอบเพิ่มเอาผิดอาญา สื่อใช้โดรนบินประกบฮ.ลำเลียงทีมหมูป่า อะเคเดมี่ไปโรงพยาบาล

MGROnline

       

       MGR online - แค่ศาลสั่งปรับ 10,000 บาท ยึดโดรน ไม่พอ “ศรีวราห์” สั่ง ตำรวจภาค 5 สอบเพิ่มเพื่อเอาผิดอาญา ผู้ร่วมกระทำผิด ผู้ใช้วาน ผู้สนับสนุนให้สื่อสำนักหนึ่งเอาโดรนขึ้นบินบันทึกภาพเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงทีมหมูป่าอะเคเดมี่ ไปโรงพยาบาล พร้อมกำชับให้รายงานภายใน 7 วัน
       

       วันนี้(11 ก.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีรายงานว่า จากกรณีที่สื่อมวลชนสำนักหนึ่งได้นำโดรนขึ้นบินเพื่อบันทึกภาพการลำเลียง ทีมหมูป่าอะคาเดมี่ ออกจากถ้ำหลวง ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ส่ง รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ จ.เชียงราย ต่อมามีเจ้าหน้าที่ทหารประจำการควบคุมการปฏิบัติทางอากาศ ได้ร้องทุกข์ กล่าวโทษต่อสื่อมวลชนรายดังกล่าวในฐานความผิด “บังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินโดยไม่รับอนุญา” ’ต่อพนักงานสอบสวน สภ.แม่สาย จว.เชียงราย ต่อมาผู้ถูกกล่าวหา รับสารภาพ ชั้นสอบสวน พนักสอบสวนส่งสำนวน ต่ออัยการส่งฟ้องต่อศาลจังหวัดเชียงราย ได้พิพากษาลงโทษปรับ 20,000 บาท ริบของกลาง แต่ผู้ถูกดำเนินคดีรับสารภาพ ศาลจึงได้ลดโทษปรับ 10,000 บาท ริบโดรนของกลาง โดยพนักงานสอบสวน ได้รายงานผลการดำเนินคดีให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ทราบ
       
       ภายหลังที่ได้รับรายงาน เรื่องการดำเนินคดีกรณีดังกล่าว พล.ต.อ.ศรีวราห์ มีคำสั่งด่วนที่สุดที่ 0001(มค.)/587 ถึง ผบช.ภ.5 โดยคำสั่งระบุว่า “ให้ตรวจสอบและพิจารณาการกระทำของสื่อมวลชนรายดังกล่าวเพิ่มเติมในประเด็นดังต่อไปนี้ 1.เป็นผู้บังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไร้คนขับ(โดรน)ขึ้นบินบริเวณที่เกิดเหตุ โดยขัดคำสั่งของนายณรงค์ศักดิ์โอสถธนากรผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายในฐานะผู้อำนวยการจังหวัด/ผบ.ศอร. ตาม พรบ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย พ.ศ.2550 มาตรา 22 ประกอบมาตรา 21(1)และ มาตรา49 หรือไม่ 2.เป็นการกระทำด้วยประการใดใดให้อากาศยานอยู่ในลักษณะอันน่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่บุคคลตาม ป.อาญา มาตรา 232 หรือไม่ 3.ให้ถ้อยคำอันเป็นเท็จเกี่ยวกับการได้รับอนุญาตให้บังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน(โดรน) และนำใบอนุญาตที่ไม่ถูกต้องมาแสดงต่อพนักงานสอบสวน สภ.แม่สาย เมื่อวันที่ 9 ก.ค.61 ตาม ป.อาญา มาตรา 137 และมาตรา 267 หรือไม่
       
       “หากพบว่าเป็นการกระทำที่เข้าข่ายเป็นความผิดตามกฏหมายให้พิจารณาดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด ผู้ร่วมกระทำความผิด ผู้ใช้วานและผู้สนับสนุนเพิ่มเติมให้ครบถ้วนทุกฐานความผิดแล้วรายงานให้ทราบภายใน 7 วัน” คำสั่งดังกล่าวระบุ