เทพศีรินทร์ปทุมฯวุ่น!โค้ชฟุลบอลร้องผู้ว่าฯอ้างผอ.จ้องฮุบทีม ผู้บริหารซัดผิดกฎราชการไร้คุณภาพดูแลเด็ก

MGROnline

       

        
       โรงเรียนเทพศีรินทร์คลองสิบสามป่วน โค้ช“เนตินัย พานักฟุตบอลยืนหนังสือผู้ว่าปทุมธานี ขับไล่ผู้บริหารยก 8 ข้ออ้าง ฮุบทีมฟุตบอลทำเอง ผอ.โต้กลับทีมฟุตบอลสัญญาผิดระเบียบราชการ ระบุมีปัญหามาตลอดที่อยู่อาศัยผิดสุขอนามัยไร้คุณภาพ แถมแบกภาระจ่ายค่าน้ำค่าไฟมาตลอด ยันผู้นำชุมชนรับทราบปัญหา ย้ำที่ทำเป็นพื้นฐานความเป็นครูห่วงลูกศิษย์

       
        วันนี้( 10 ส.ค.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อาจารย์อุดม ผลเจริญประธานเครือข่ายตำบล ผู้นำสมาชิกมายื่นหนังสือ พร้อมด้วยนายยูซุป รื่มสุข ทายาทผู้มอบที่ดินให้กับโรงเรียน , นายเนตินัย วัฒนะอุดม หัวหน้าโค้ชฟุตบอล พร้อมด้วยนักเรียนจากโรงเรียนเทพศีรินทร์คลองสิบสาม ต.บึงคอไห อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ประมาณ 50 คน มายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อผู้ว่าราการจังหวัดปทุมธานี โดยมีนายธวัชชัย ศรีทอง หัวหน้าสำนักงานจังหวัดปทุมธานีเป็นตัวแทนรับหนังสื่อ
       
       โดยอาจารย์อุดม ผลเจริญประธานเครือข่ายตำบล ได้กล่าวว่าปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ที่ ผอ.คนเดียวกุมอำนาจออกกฎระเบียบขึ้นมาเองเช่น 1. รร.ไม่ให้ส่งรายการแข่งขัน 2. รร.จะฮุบโครงการ จะยกเลิกโครงการและทำโครงการของ รร.ขึ้นมาแทน โดยไม่เป็นธรรม 3.จะให้นักบอลและโค้ช ออกจากที่พักไปอยู่ที่อื่น และเอาที่พักที่โค้ชลงทุนไปใช้เอง 4. เด็กบ้านมีเรื่องตีกันกับนักกีฬา 5.อาจารย์ใน รร.มาถามนักกีฬาว่าจะอยู่กับโครงการของโรงเรียนไหม ถ้าไม่จะย้ายให้รีบย้ายเลย โดยอ้างว่าเดี่ยวเวลาเรียนไม่พอ 6.ขัดขวางสถานที่ฝึกซ้อมของนักกีฬา 7.โรงเรียนส่งหนังสือไปหาผู้ปกครองของนักกีฬา เพื่อให้เกิดความสับสนไม่มั่นใจในโครงการและให้ตอบกลับโดยไม่มีทางเลือก 8.ทาง ผอ.บอกจะปรับ แก้ไข ร่วมกัน แต่ความเป็นจริง ไม่มีการประสานขอความเห็น จากทางโครงการเป็นทางโรงเรียนตั้งกฎระเบียบแต่ฝ่ายเดียว และบังคับให้โครงการต้องทำตามเท่านั้น ถ้าไม่ทำตามจะไล่ออก พวกเราที่มายื่นหนังสือในวันนี้ก็ต้องการให้ย้ายผอ.ไปอยู่ที่อื่น
       
       นายพิษณุ เดชใด ผู้อำนวยการโรงเรียนเทพศิรินทร์คลองสิบสาม เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีกลุ่มบุคคลเดินทางไปยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ประเด็นไม่ได้อยู่ที่โรงเรียนไม่ได้ให้การสนับสนุน เรื่องการกีฬาแต่ประเด็นอยู่ที่ว่าการดำเนินการที่ผ่านมามันไม่ถูกต้องกับระเบียบของทางราชการ ซึ่งก็ต้องขออนุญาตชี้แจงอย่างนี้โดยสังเขป คือโครงการนี้เข้ามาที่โรงเรียนเมื่อปี 60 ตั้งแต่เดือนมิถุนายน โดยมีการ MOU กัน 1 ฉบับ ใน MOU ฉบับนั้น โรงเรียนจะเป็นผู้ดูแล นักเรียนในเรื่องของการเรียนการสอนในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ในฐานะที่เป็นผู้บริหารและเพิ่งเข้ามาได้เพียง 2 เดือน ซึ่งในขณะนี้มีนักเรียนในโครงการประมาณ 170 คน ก็เป็นหน้าที่ของโค้ชหรือกลุ่มบุคคลที่มาฝึกสอน เข้ามา MOU กับเรา ตลอด 1 ปีที่ผ่านมาก็จะมีปัญหามาตลอด ซึ่งในการส่งเสริมกีฬาของเด็กนั้น จะต้องมีองค์ประกอบที่จะต้องดูแลด้วยเช่นเอาเด็กมาอยู่ในโรงเรียน เรื่องคุณภาพชีวิตของเด็กก็จะต้องดูแล ภาวะโภชนาการก็ต้องดูแลเรื่องของที่อยู่อาศัยก็ต้องดูแล รวมไปถึงช่องทาง ในการเรียนก่อนไปในอนาคตของเขาก็ต้องได้รับการดูแลจากโรงเรียนซึ่งเราก็ทำในบนพื้นฐานของความเป็นโรงเรียนความเป็นครู
       
       ซึ่งทางโรงเรียนเข้าใจหัวอกของผู้ปกครองและพ่อแม่ ที่เอาลูกมาอยู่ที่นี่ อยู่กับกินการเขา ก็ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้างถ้าครูไม่ยื่นมือเข้าไปช่วยหรือโรงเรียนไม่เข้าไปช่วย ดูแล บางทีก็จะไม่รู้ว่า คุณภาพชีวิตเส้นทางของเด็กบนความฝันของเด็กจะเป็นไปอย่างไรมันจะไปตลอดรอดฝั่งหรือไม่ ผู้ปกครองเด็กแต่ละคนต้องเสียเงินให้กับโครงการเป็นจำนวนเงิน 2,000 บาทต่อเดือน โดยทางโรงเรียนจะต้องจ่ายค่าน้ำค่าไฟรวมทั้งที่พักของเด็กที่เข้าโครงการจำนวน 170 คน ก็เกิดการขัดแย้งกันขึ้น ซึ่งเขาก็อาศัยชุมชนที่มีส่วนร่วมกับเขา ทำอาหารเลี้ยงเด็กมาเป็นแกนนำในการที่จะพาไปเรียกร้อง ไปออกสื่อต่างๆ ซึ่งในส่วนของชุมชนนั้น ทางผมได้ทำความเข้าใจหมดแล้วไม่ว่าจะเป็น ผู้นำของชุมชนโดยเฉพาะขององค์การบริหารส่วนตำบลบึงคอไห ก็ได้คุยไปแล้ว เรื่องของผู้นำทางศาสนา อิหม่ามและมัสยิด 4 มัสยิดในพื้นที่ ก็ได้ไปคุยหมดแล้ว คณะกรรมการการศึกษาก็ได้คุยไปแล้ว ทุกๆ คนก็เห็นชอบร่วมกันว่า ทางโรงเรียนต้องทำให้มันถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับของสถาบันการศึกษาตามระบบของทางราชการด้วย จึงเป็นประเด็นของผู้ที่ไม่ได้รับผลประโยชน์บางอย่าง เด็กนักเรียนกว่า 1,000 คนรวมถึงคุณครูก็เข้าใจในระเบียบของทางราชการซึ่งก็สามารถชี้แจงได้