รวมฮิต 8 ช่วงเวลาอึดอัด-แปลกใจของ Mark Zuckerberg ระหว่าง 2 วันที่ให้การรัฐสภาสหรัฐฯ

       

       สงกรานต์เมืองไทยว่าร้อนแรงแล้ว สถานการณ์ของมาร์ก ซัคเกอร์เบิร์ก ซีอีโอเฟซบุ๊กที่ถูกวุฒิสมาชิกสหรัฐฯซักถามเรื่องมาตรการป้องกันความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน ล่าสุดสำนักข่าวเดอะเวิร์จ (The Verge) รวบรวม 8 ช่วงเวลาที่ไม่ธรรมดาเมื่อสส.และสว.อเมริกันเอ่ยถามแทนคนอเมริกันทั้งประเทศตลอด 2 วันที่ผ่านมา ซึ่งส่วนหนึ่งใน 8 ช่วงเวลานี้ทำให้เจ้าพ่อเฟซบุ๊กต้องเอ่ยปากขอโทษหลายครั้ง และประกาศชัดเจนว่า “เราทำธุรกิจโฆษณาครับท่านสว.”
       

       11-12 เมษายนที่ผ่านมา ซัคเกอร์เบิร์กขึ้นให้การต่อหน้าสมาชิกสภาสูงสหรัฐฯเป็นเวลารวมกันกว่า 12 ชั่วโมงที่เดอะแคปิตอล ฮิล รัฐสภาคองเกรส คำถามดุเดือดล้วนเกี่ยวกับกรณีอื้อฉาว ซึ่งทำให้ข้อมูลส่วนตัวของคนอเมริกัน 87 ล้านคนรั่วไหลจนถูกนำไปใช้ในแคมเปญหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯครั้งล่าสุด 
       
       นอกจากคำถามทางเทคนิกซับซ้อน หลายคำถามเป็นคำถามที่น่าชื่นชม เพราะฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯเลือกใช้คำถามอุปมาอุปมัย ที่เผยให้เห็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย และความรู้สึกตลกปนความกดดัน ซึ่งทำให้ซัคเกอร์เบิร์กถูกมองว่าเกือบตายคาจอทีวี ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.
       
       1. เรื่องช็อคโกแลต
       
       ก่อนที่จะเริ่มคำถาม สว. บิล เนลสัน เล่าว่าหลังจากได้บอกเพื่อนบางรายบนเฟซบุ๊กว่าชอบรับประทานช็อคโกแลตบางชนิด ตั้งแต่นั้นมา โฆษณาช็อกโกแลตก็ปรากฏบนเฟซบุ๊กตลอดเวลา
       
       สว.เนลสัน บอกว่าถ้าผมไม่ต้องการได้รับโฆษณาพวกนั้นล่ะ? อย่างไรก็ตาม คำถามนี้ไม่มีคำตอบ แต่เป็นการบอกเล่าให้ทุกคนที่ร่วมฟังคำให้การ ได้เห็นภาพถึงสาเหตุที่ทำให้วุฒิสมาชิกต้องเรียกตัวเจ้าพ่อเฟซบุ๊กมาชี้แจง
       
       2. Palantir คือ "Stanford Analytica"
       
       สว.มาเรีย แคนท์เวลล์ พยายามเชื่อมโยงความเกี่ยวข้องระหว่างเฟซบุ๊กและเคมบริดจ์อะนาไลติกา (Cambridge Analytica) ซึ่งถูกมองว่าเป็นผู้ดูดข้อมูลส่วนตัวของชาวเฟซบุ๊กไปโดยไม่ได้รับอนุญาตจนเกิดวิกฤติครั้งนี้
       
       สว.มาเรียถามว่าซัคเกอร์เบิร์กเห็นด้วยหรือไม่ ว่าบริษัทพาลานเทีย (Palantir) มักถูกเรียกว่า "Stanford Analytica." บ่อยครั้ง โดย Palantir ที่ท่านสว.อเมริกันพูดถึงคือบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลที่ก่อตั้งโดยปีเตอร์ ธีล ผู้มีส่วนสำคัญในการก่อตั้งเฟซบุ๊กเพราะเป็นผู้ให้เงินลงทุนเริ่มแรก
       
       ปีเตอร์ ธีลนั้นมีสัมพันธ์แนบแน่นกับกลุ่มนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์จากมหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ด โดย Palantir ถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2005 ความซับซ้อนเกิดขึ้นเมื่อ Palantir มีกลุ่มทุนหนุนหลังที่ใกล้ชิดกับหน่วยข่าวกรองกลางรัฐบาลสหรัฐหรือซีไอเอ (CIA) ทำให้ Palantir มีภาพความใกล้ชิดกับรัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกาตลอดมา
       
       คำถามนี้ทำให้ซัคเกอร์เบิร์กเงียบไปหลายวินาที ก่อนจะตอบว่า ”ท่านสว.ครับ ผมยังไม่เคยได้ยิน" แม้ในใจอาจจะรู้ดีว่า สว.มาเรียต้องการอ้างอิงถึง Cambridge Analytica ซึ่งเป็นบริษัทที่ดึงข้อมูลผู้ใช้เฟซบุ๊กโดยที่ผู้ใช้ไม่รู้ตัว ผ่านแบบทดสอบส่วนตัว
       
       

       
       3. ”ท่านสว.ครับ เราทำโฆษณา"
       
       สว.ออร์ริน แฮตช์ คือผู้ทำให้ซัคเกอร์เบิร์กพูดประโยคนี้ ในขณะที่ท่าน สว. พยายามสรุปว่าเฟซบุ๊กเปิดให้ใช้งานฟรีอย่างที่อ้างหรือไม่?
       
       แต่คำถามของ สว.ออร์ริน ทำให้ผู้ฟังเกิดคำถามว่าสว.ออร์รินเข้าใจหรือไม่ว่าเฟซบุ๊กทำธุรกิจอย่างไร และสร้างรายได้อย่างไร เพราะท่าน สว. ถามว่า "แล้วคุณจะรักษาธุรกิจที่ผู้ใช้ไม่ต้องจ่ายเงินค่าบริการได้อย่างไร"
       
       “ท่าน สว. ครับ เราทำโฆษณา" ซัคเกอร์เบิร์กตอบ สถานการณ์นี้เรียกรอยยิ้มเล็ก ๆ จากผู้ฟังทั่วห้องประชุม
       
       “เข้าใจแล้ว” สว.ออร์รินตอบกลับทันทีว่า "ดีมาก"
       
       4. สว.ยังคงรักเฟซบุ๊ก
       
       วุฒิสมาชิกหลายคนพยายามใช้โอกาสทองจากการอยู่ร่วมกับซีอีโอเฟซบุ๊ก เช่น สว.รอย บลันท์ ที่เล่าว่าลูกชายวัย 13 ปีนามว่าชาร์ลีนั้นกำลังทุ่มเทใช้งานอินสตาแกรม (Instagram) บริการในเครือเฟซบุ๊ก ดังนั้นชาร์ลีจึงอยากจะแน่ใจว่าพ่อได้พูดถึงเขา ในขณะที่พ่อได้พบกับซีอีโอเฟซบุ๊กที่รัฐสภา
       
       ขณะที่ สว.ธอม ทีลลิส เล่าว่ามีเพื่อนกว่า 4,900 คนในเพจเฟซบุ๊ก ไม่มีใครเป็นกลุ่ม hater ที่โพสต์ด้วยข้อความทำให้เกลียดชัง และมีการตั้งห้องสำหรับสมาชิกครอบครัวและเพื่อนที่แท้จริงบนหน้าเพจส่วนตัว จุดนี้ สว.ธอมบอกว่าตัวเองเป็นสมาชิกที่ชื่นชอบเฟซบุ๊กมาก และเพิ่งได้อ่านโพสต์จากน้องสาวในโอกาสวันชาติ 10 เมษายนที่ผ่านมา
       
       ด้าน สว.เชลลี มัวร์ แคปิโต ขอให้ซีอีโอเฟซบุ๊กนำบริการไฟเบอร์มาสู่พื้นที่ชนบทในเขตเวสต์เวอร์จิเนีย หากได้เดินทางมายังเขตชนบทอีกในโอกาสหน้า เธอชี้แจงว่าบางพื้นที่ชนบทของรัฐขาดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตคุณภาพสูง คำขอนี้เปิดทางให้ซัคเกอร์เบิร์กได้อ้างอิงถึงโครงการมอบอินเทอร์เน็ตฟรีโดยไม่ได้มองที่โอกาสทางการตลาดเท่านั้น จุดนี้รายงานระบุว่า ในวันที่ 2 ที่เจ้าพ่อเฟซบุ๊กขึ้นให้การรัฐสภา สมาชิกสภาคองเกรสหลายคนตัดสินใจทำแบบเดียวกัน ด้วยการขอให้ซีอีโอเฟซบุ๊กติดต่อกลับเพื่อให้เมืองของตัวเองได้ติดอินเทอร์เน็ตฟรีของเฟซบุ๊กบ้าง
       
       5. ทำไมเฟซบุ๊กต้องแบนเพจไก่ทอด Chick-Fil-A?
       
       สว.เท็ด ครูซ ยิงคำถามซัคเกอร์เบิร์กอย่างละเอียดเกี่ยวกับเหตุผลที่เฟซบุ๊กมีอคติต่อกลุ่มอนุรักษ์นิยม ท่านสว.ตั้งข้อสังเกตจากหลักฐานที่สำนักข่าวกิซโมโด (Gizmodo) รวบรวมไว้เมื่อปี 2016 ว่าเฟซบุ๊กได้ปิดหน้าเพจ Chick-Fil-A Appreciation Day ของแบรนด์ไก่ทอด Chick-Fil-A และเมื่อเร็ววันนี้ยังได้ปิดกั้นผู้สนับสนุนประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 1.2 ล้านราย เพราะเฟซบุ๊กให้เหตุผลว่า เนื้อหาและแบรนด์ของเพจนี้ 'ไม่ปลอดภัยต่อชุมชน"
       
       อย่างไรก็ตาม ชาวอเมริกันบนทวิตเตอร์ (Twitter) หลายคนชี้ว่าสว.ครูซนั้นเน้นเรื่องเชนไก่ทอดมากกว่าจะไต่สวนเรื่องข่าวฉาว Cambridge Analytica นอกจากนี้ สว.ครูซยังถามซัคเกอร์เบิร์กเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ผู้ก่อตั้งโอคูลัส (Oculus) อย่างปาล์เมอร์ ลัคกี้ (Palmer Luckey) ถูกไล่ออกเพราะความคิดเห็นทางการเมือง แต่ซัคเกอร์เบิร์กปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง
       
       

       
       6. แอบฟัง?
       
       สมาชิกสภาคองเกรสไม่พลาดตั้งคำถามเกี่ยวกับข้อข้องใจว่าเฟซบุ๊กแอบฟังผู้ใช้ผ่านทางโทรศัพท์ โดยวุฒิสมาชิก แกรี่ ปีเตอร์ส ถามคำถามนี้ในรูปแบบใช่หรือไม่ ขณะที่ สส.แลร์รี่ บัคชอน ยกตัวอย่างลูกชายที่ชอบซื้อชุดสูท และได้เห็นโฆษณาแบบออนไลน์
       
       "ถ้าคุณไม่ได้ฟังเราทางโทรศัพท์ งั้นใครล่ะ? และคุณมีสัญญากับบริษัทเพื่อให้ข้อมูลที่ได้รับด้วยวาจาหรือไม่?"
       
       โดนถามซึ่งหน้าแบบนี้ เจ้าพ่อเฟซบุ๊กได้แต่ตอบว่า “ตามความเข้าใจของผม หลายกรณีอาจเป็นเรื่องบังเอิญ”
       

       7. คุณจะทำอย่างไร ถ้าข้อมูลของคุณรั่วไหล มาร์ก?
       
       วุฒิสมาชิกดิก เดอร์บิน ถามคำถามเด็ดดวงจนทำให้ซัคเกอร์เบิร์กหน้าเปลี่ยน โดยถามว่า ”คุณซัคเกอร์เบิร์ก คุณจะยินดีบอกพวกเราถึงชื่อโรงแรมที่คุณพักเมื่อคืนหรือไม่? คำถามนี้ทำเอาเจ้าพ่อเฟซบุ๊กอึ้ง เผลอพ่นลมท่ามกลางเสียงหัวเราะของผู้ฟัง ก่อนจะบอกว่า ”ไม่ครับ”
       
       สว.ถามต่อว่า “ถ้าคุณส่งข้อความแชตในช่วงสัปดาห์นี้ คุณช่วยบอกเราได้ไหมว่าใครบ้างที่คุณส่งข้อความถึง?”
       
       ซัคเกอร์เบิร์กยอมรับว่า “ไม่ครับ ผมจะไม่เลือกเปิดเผยต่อสาธารณชนที่นี่" คำถามนี้ทำให้สว.สามารถสะท้อนว่าทำไมผู้ใช้เฟซบุ๊กจึงกังวลเกี่ยวกับการละเมิดข้อมูลและการบุกรุกความเป็นส่วนตัว เหมือนที่มาร์กเองก็หวงแหนความเป็นส่วนตัวของตัวเอง
       
       
       
       8. Facemash เป็นประเด็น
       
       แทนที่จะมุ่งไปที่บริการเฟซบุ๊กปัจจุบัน สส.บิลลี ลอง เลือกถามเจ้าพ่อเฟซบุ๊กเกี่ยวกับเฟซแมช (Facemash) ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันที่ซัคเกอร์เบิร์กสร้างขึ้นเมื่อ 15 ปีที่แล้ว ก่อนที่จะสร้างเฟซบุ๊ก โดยสส.ถามว่า ”Facemash คืออะไร และมันยังคงทำงานอยู่ไหม?”
       
       "ไม่ครับ มีภาพยนตร์ที่พูดถึงแอปพลิเคชันนี้" ซัคเกอร์เบิร์กตอบโดยอ้างอิงกับภาพยนตร์เรื่องโซเชียลเน็ตเวิร์ก (Social Network) ปี 2010 “เรื่องนี้ไม่ใช่ความจริง ในภาพยนตร์บอกว่า Facemash มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาเฟซบุ๊ก ซึ่งไม่จริง และไม่เคยเป็นจริง"
       
       สส.ลองยังคงไม่ปล่อย ยังคงถามซัคเกอร์เบิร์กประเด็น Facemash อีกว่า ”แค่บังเอิญใช่ไหม? ช่วงเวลาแค่เหมือนกันใช่มั้ย? คุณใส่ภาพของผู้หญิงสองคน เพื่อให้คนได้โหวตกันว่าคนใดคนหนึ่งดีกว่าและน่าสนใจมากกว่า?”
       
       สื่ออเมริกันชี้ว่า การสนทนาเรื่อง Facemash ทำให้เจ้าพ่อเฟซบุ๊กรู้สึกอึดอัดชัดเจน ก่อนที่สส.จะให้ความเห็นว่าซีอีโอหนุ่มมาไกลมากแล้วตั้งแต่เริ่มต้นทำ Facemash
       
       ผู้สนใจ อ่านเพิ่มเติมเรื่องคำให้การของซีอีโอเฟซบุ๊กที่นี่.
       
คำสำคัญ : ข่าว, cyberbiz, mark, zuckerburg