“พิเชฐ” ตั้ง 2 สำนักงาน 1 หน่วยงานชั่วคราว รับมือ 2 กม. ดีอี และงานบิ๊กดาต้าภาครัฐ

ผู้จัดการออนไลน์

       

       'พิเชฐ'ไม่หวั่น 2 กม. ดีอี ยังไม่เข้า ครม. รุกมอบหมาย ETDA ตั้งสำนักงานชั่วคราวตาม กม. ดังกล่าว พร้อมหน่วยบริการดาต้าภาครัฐเพื่อรองรับงานบิ๊กดาต้า โชว์ 4 ผลงานตัวอย่าง หวังเปิดให้ประชาชน และภาครัฐ นำไปใช้ผ่าน www.bigdata.go.th
       

       นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า ขณะนี้มีหลายเรื่องที่ยังค้าง ซึ่งยังไม่มีการนำเข้าวาระการประชุมคณะรัฐมนตรี (ค.ร.ม.) ได้แก่ เรื่อง พ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. ...., พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ...., การขอให้ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ทำโครงการเน็ตประชารัฐเฟสสอง จำนวน 15,732 หมู่บ้าน เนื่องจาก ค.ร.ม. ยังมีหลายเรื่องที่ต้องพิจารณาก่อน และวาระของกระทรวงดีอี อาจจะเป็นเรื่องใหม่
       
       ดังนั้น กระทรวงดีอี จึงมอบหมายให้สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ ETDA รับหน้าที่ในการดำเนินการเป็นสำนักงานชั่วคราวเพื่อรองรับการทำงานของ พ.ร.บ. 2 ฉบับที่จะเกิดขึ้นก่อน ส่วนเรื่องโครงการเน็ตประชารัฐเฟสสองนั้น มีความเป็นไปได้ว่าหาก ค.ร.ม. ยังไม่อนุมัติในเร็ววันนี้ กระทรวงดีอี ก็จะเสนอขอเลื่อนระยะเวลาโครงการออกไปอีก เพราะระยะเวลาทำโครงการต้องใช้เวลา 7 เดือน
       
       ทั้งนี้ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. ....นั้น จะต้องมีจัดตั้ง Cybersecurity Agency (CSA) ทำหน้าที่หน่วยประสานงานกลางและหน่วยงานเผชิญเหตุด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ชั่วคราว เพื่อให้ความปลอดภัยมั่นคงไซเบอร์ของชาติอยู่ในระดับมาตรฐานสากล ก็ให้ ETDA ทำหน้าที่ประสานงานชั่วคราวไปก่อน โดยให้เริ่มประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ในการร่วมกันจัดทำแผนปฏิบัติการรับมือไซเบอร์ ว่าต้องทำอย่างไรบ้าง โดยกำหนดตามโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศของประเทศ (Critical Information Infrastructure: CII) 6 กลุ่มแรก ได้แก่
       
       1. กลุ่มความมั่นคงและบริการภาครัฐ 2. กลุ่มการเงิน 3. กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศ และโทรคมนาคม 4. กลุ่มการขนส่งและลอจิสติกส์ 5. กลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค และ 6. กลุ่มสาธารณสุข พร้อมยกระดับแผนการทำงานร่วมกัน เช่น ซ้อมรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ รวมถึงจัดทำแผนปฏิบัติการรับมือไซเบอร์ (National Incident Handling Flow)
       
       ขณะที่ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. .... ETDA จะจัดตั้ง Data Protection Knowledge Center ขึ้นมาทำหน้าที่พลางไปก่อนที่จะมีสำนักงานจริง โดยจะต้องทำงานร่วมกับหน่วยงานที่มีงานการให้บริการจำนวนมาก รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพื่อยกร่างเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
       
       ส่วนงานด้านบิ๊กดาต้าที่กระทรวงได้มีการตั้ง Service Delivery Unit ภายใต้สำนักปลัดกระทรวงดีอี เพื่อเป็นหน่วยบริการรูปแบบพิเศษในการให้คำปรึกษาบิ๊กดาต้า ภาครัฐได้ส่งเรื่องไปยังสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) นั้น ก็มีการทำหน้าที่ชั่วคราวไปแล้ว ด้วยการดึงสถาบันการศึกษาเข้ามาร่วมงาน ระหว่างรอ นำเข้า ค.ร.ม. เช่นกัน ส่วนความคืบหน้าในการทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพในการรวบรวมงานบิ๊กดาต้า ภาครัฐ นั้น กระทรวงดีอีได้มีการนำเสนอผลงานต่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไปแล้ว ซึ่งประชาชนสามารถเข้าไปดูข้อมูลได้แล้วที่ www.bigdata.go.th
       
       ได้แก่ 1. Big data analytics การพัฒนาโมเดลเพื่อคาดการณ์ความสามารถของบิดามารดาในการเลี้ยงดูบุตรวัย 0-3 ปี ซึ่งเป็นการบูรณาการข้อมูลภาครัฐจาก 5 กระทรวง ประกอบด้วย กระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงการคลัง และกระทรวงดีอี โดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) สร้างสูตรสำหรับคัดกรองพ่อและแม่ที่มีโอกาสเสี่ยงที่จะไม่สามารถเลี้ยงดูบุตรให้มีคุณภาพที่ดีได้
       
       2. การลดปัญหาการตัดไฟฟ้าจากการชำระเงินล่าช้า เป็นการใช้ AI จัดกลุ่มประชากรกว่า 3.3 ล้านครัวเรือน ตามพฤติกรรมการจ่ายค่าไฟ และการใช้ไฟของผู้ใช้ไฟจากการไฟฟ้านครหลวง เพื่อหารูปแบบที่เหมาะสมในการให้คำแนะนำช่องทางการจ่ายค่าไฟฟ้าก่อนที่จะโดนตัดไฟ ซึ่งเมื่อทราบกลุ่มคนที่โดนตัดไฟเป็นประจำ การไฟฟ้านครหลวง ก็สามารถส่งเอสเอ็มเอสแจ้งเตือนให้ไปจ่ายค่าไฟฟ้าก่อนจะโดนตัดไฟ และผลที่ได้สามารถทำให้การไฟฟ้านครหลวงประหยัดค่าใช้จ่ายในการต่อมิเตอร์ไฟหลังจากผู้ใช้ไฟถูกตัดได้
       
       3. การใช้ข้อมูลโซเชียล มีเดียเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เป็นการใช้ AI ศึกษาความคิดเห็นของของนักท่องเที่ยวจาก Trip advisor เพื่อสกัดข้อความสำคัญจากความคิดเห็น และสร้างการแสดงผล (Visualization) เพื่อใช้ในการวางแผนจัดการการท่องเที่ยว การบริหารจัดการสถานที่ท่องเที่ยวได้อย่างเหมาะสม ทั้งสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ที่กำลังได้รับความนิยม หรือสถานที่ท่องเที่ยวเดิมที่มีปริมาณนักท่องเที่ยวหนาแน่น
       
       และ 4. อุตุนิยมวิทยากับการบิน เป็นการทำนายลักษณะภูมิอากาศกับการเตรียมความพร้อมของท่าอากาศยาน โดยการนำข้อมูลอุตุนิยมวิทยาที่มีอยู่มาทำการวิเคราะห์ด้วย AI เพื่อจัดกลุ่มลักษณะภูมิอากาศ และวิเคราะห์ข้อมูลอนุกรมเวลา ศึกษาการเปลี่ยนแปลงของลักษณะภูมิอากาศในปัจจุบัน โดยผลที่ได้สามารถช่วยให้ท่าอากาศยานมีข้อมูลลักษณะภูมิอากาศที่เป็นปัจจุบัน ทำให้เพิ่มศักยภาพในการจัดการการขึ้นและลงของเครื่องบินได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังนำข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยา มาวิเคราะห์เชื่อมโยงข้อมูลการเกษตร หรือสาธารณสุข ได้ว่าแต่ละปี และเดือนไหน ท้องฟ้าจะเป็นแบบไหน เป็นต้น
       

ข่าวยอดนิยม

ข่าววันนี้