ปฏิวัติโลกธุรกรรมทางการเงิน เพียงเพราะปลายนิ้วสัมผัส / เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ

ผู้จัดการออนไลน์

       

       การทำลายกำแพงของเวลาและช่องว่างระหว่างกัน ด้วยการเชื่อมต่อถึงกันได้ทั่วโลก จะทำให้ระยะทางไม่ใช่อุปสรรคอีกต่อไป
       

       การเชื่อมโยงของสังคม การสื่อสาร การแลกเปลี่ยนในระดับโลก เป็นไปได้แบบเรียลไทม์มากขึ้น ซึ่งทุกวันนี้เราแทบจะไม่มีขีดจำกัดในการจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่และการเชื่อมต่อ เนื่องจากเทคโนโลยีก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว และมีราคาถูกลงอย่างมาก อีกทั้งขีดความสามารถของคอมพิวเตอร์ที่มีสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด จนทำให้คนอีกซีกโลกหนึ่ง สามารถทำการค้า แลกเปลี่ยน ทำธุรกรรม และสื่อสารกับคนที่อยู่อีกซีกโลกหนึ่งได้แบบ One-to-One หรือ Peer-to-Peer (P2P) ผ่านเครือข่ายสื่อสารโทรคมนาคม
       
       ผู้คนทั่วโลกจำนวนหลายพันล้านคน มีความตื่นเต้นว่าจะเกิดอะไรขึ้นในยุคแห่งเครือข่ายที่เราทุกคน หรือแม้แต่สิ่งของก็สามารถเชื่อมต่อถึงกันได้ผ่านอินเทอร์เน็ตได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งในยุคแห่งเครือข่ายนี้ได้สร้างกระแสทางการค้าใหม่ หรือระบบเศรษฐกิจใหม่ (New economy) สำหรับตลาดที่เราอาจจะมองข้ามไป ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่ชาวแอฟริกาที่มีการใช้งานกระเป๋าเงินเคลื่อนที่ (Mobile wallet) เพิ่มขึ้นแบบพลิกโฉม โดย 1 ใน 4 ของผู้ที่มีโทรศัพท์เคลื่อนที่ชาวแอฟริกาใช้กระเป๋าเงินเคลื่อนที่ ซึ่งทำให้ประเทศมีเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ซึ่งยังมีอีกหลายประเทศ เช่น เคนยา สาธารณรัฐยูกันดา และไนจีเรีย เป็นต้น เนื่องจากประชากรในประเทศเหล่านั้นไม่เคยเข้าถึงเครือข่ายมาก่อนในอดีต ทำให้ไม่เคยมีกลไกในการแลกเปลี่ยน ยกเว้นการแลกเปลี่ยนทางกายภาพที่ทำให้เกิดอาชญากรรม และการฉ้อโกง
       
       แอฟริกาจึงกลายเป็นผู้นำด้านการเงินในระดับบุคคล เนื่องจากสามารถนำเสนอบริการทางการเงินที่ทำให้ผู้คนทุกคนเข้าถึงการบริการทางการเงินได้ (Finacial inclusion) ซึ่งบริการนี้เป็นจริงแล้วในหลายๆ ประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น จีน อินเดีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ บราซิล ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สำหรับ Financial inclusion ก็คือผู้คนหลายพันล้านคนที่ไม่เคยเข้าถึงเครือข่ายและบริการทางด้านดิจิทัลมาก่อน สามารถเชื่อมต่อและใช้บริการทางการเงินได้แล้วในปัจจุบัน และกำลังพุ่งสูงมากขึ้นในอนาคต
       
       การซื้อของที่ทำได้ง่ายเพียงแค่สแกนบาร์โค้ดสินค้า และใช้ Wechat ของ Tencent เพื่อชำระเงินกลายเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นในประเทศจีน และในขณะนี้สามารถทำได้ในสวนสนุก Fuji-Q Highland park ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งลูกค้าไม่ต้องเข้าแถวเพื่อจ่ายเงิน อีกทั้งสกุลเงินเยนของญี่ปุ่นก็สามารถแปลงเป็นสกุล RMB ได้โดยตรง และเมื่อใช้ WeChat pay ในการชำระเงินยังได้รับส่วนลดอีกด้วย
       
       ปัจจุบัน WeChat Pay กลายเป็นพันธมิตรการชำระเงินผ่านมือถืออย่างเป็นทางการกับสวนสนุก Fuji-Q Highland โดยร้านค้าส่วนใหญ่ในสวนสนุกสามารถใช้ WeChat Pay ได้ และสามารถใช้ WeChat เพื่อซื้อตั๋วได้ และยังมีส่วนลดค่าตั๋ว อีกทั้งยังสามารถสำรวจแผนที่ และตรวจสอบได้ว่าคิวยาวแค่ไหน
       
       WeChat Pay ใช้วิธีการทำงานร่วมกับบริษัทต่างๆ ในอุตสาหกรรมค้าปลีกและอาหาร ซึ่งในขณะนี้ได้สร้างความสะดวกสบายให้แก่นักท่องเที่ยวชาวจีนเป็นอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น
       
       WeChat Pay ได้เริ่มเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่นในปี 2016 และแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ซึ่งพบว่านักท่องเที่ยวชาวจีนกว่า 6 ล้านคนที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่นเมื่อปีที่แล้ว (2017) จนถึงเดือนมิถุนายน 2018 มีจำนวนธุรกรรมเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้นมากกว่า 6 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า และปริมาณการซื้อขายรวมเพิ่มขึ้นมากกว่า 5 เท่า
       
       อย่างไรก็ตาม ประเทศญี่ปุ่นยังตามหลังประเทศอื่นๆ อยู่ในด้านการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-payments) โดยบริษัท Boston Consulting Group จากสหรัฐอเมริกาได้ให้ข้อมูลว่า 65% ของการชำระเงินในประเทศญี่ปุ่น มีการชำระด้วยเงินสด ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศที่พัฒนาแล้วถึง 2 เท่า ในขณะที่มากกว่า 70% ของผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ชาวเคนยาใช้วิธีการชำระเงินผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ และพบว่า 98% ของผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ชาวจีน มีการชำระเงินผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่
       
       WeChat Pay ของ Tencent คือแพลตฟอร์มการชำระเงินผ่านสมาร์ทโฟนของชาวจีน เครื่องสแกน ณ จุดขาย จะอ่าน QR code ที่แสดงบนสมาร์ทโฟนเพื่อหักเงินจากบัญชีธนาคารของลูกค้า นอกจากนี้ ผู้ใช้สามารถโอนเงินให้เพื่อนและสามารถบริจาคเงินโดยใช้ WeChat Pay ได้ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่จะเห็นนักท่องเที่ยวชาวจีนนำสมาร์ทโฟนมาใช้จ่ายในญี่ปุ่น
       
       ในการแข่งขันโอลิมปิก ณ กรุงโตเกียว ในปี 2020 ญี่ปุ่นกำลังมุ่งหน้าสู่สังคมที่ไร้เงินสด เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายของนักกีฬาและนักท่องเที่ยว ทำให้ WeChat กลายเป็นโอกาสสำหรับแพลตฟอร์มการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์สัญชาติจีนที่จะสามารถคว้าส่วนแบ่งการตลาดที่เพิ่มขึ้นได้
       
       ยุคต่อไปของมนุษยชาติ คือ ยุคของโครงสร้างเครือข่ายแบบดิจิทัลที่เป็นเรียลไทม์ สามารถเชื่อมต่อกันได้ทั่วโลก และมีแนวโน้มที่จะใช้ได้ฟรี เมื่อทุกอย่างเชื่อมต่อกันได้หมดจากผู้คนมากกว่า 7 พันล้านคนที่สามารถสื่อสารและซื้อขายกันทั่วโลกได้แบบเรียลไทม์จากคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์มือถือของแต่ละคน ที่เริ่มมีความเป็นอัจฉริยะมากขึ้น ซึ่งจะเห็นได้ชัดว่าโครงสร้างใหม่นี้ไม่สามารถใช้ได้กับระบบเดิมที่ยังพึ่งพิงการใช้กระดาษ ที่ต้องมีอาคารสำนักงานสำหรับทำงาน หรือแม้แต่การที่ต้องมีมนุษย์คอยให้บริการ โดยในยุคต่อจากนี้ไป จะเป็นยุคของดิจิทัล ที่ธนาคารและเงินสดจะยังคงมีอยู่ แต่จะมีความสำคัญน้อยลงไปเรื่อยๆ
       
       ในปี 2019 จะเป็นปีแห่งความตื่นเต้นในอุตสาหกรรมค้าปลีกในประเทศไทย ทั้งนี้ เนื่องจากอุตสาหกรรมการเงินการธนาคารจะเปลี่ยนไปอย่างมาก และอย่างรวดเร็ว เพียงเพราะปลายนิ้วสัมผัส
       

ข่าวCyber BIZ

ข่าวยอดนิยม

ข่าววันนี้