เด็กยุค Generation Alphas กับการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ / เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ

ผู้จัดการออนไลน์

       

       จากการเก็บข้อมูลของสำนักวิจัยหลายแห่ง พบว่า โลกของเรามีเด็กในยุค Gen Alpha (พวกเขาอยู่ในช่วงอายุที่เพิ่งเกิดใหม่ถึงอายุ 8 ขวบในขณะนี้ หรือเกิดในช่วงปี ค.ศ.2010-2025) ที่เกิดใหม่ทั่วโลกราว 2.5 ล้านคนต่อสัปดาห์ ซึ่งเกิดมาพร้อมกับสมาร์ทโฟน, การอัปโหลด YouTube ที่มีเนื้อหามหาศาลเพิ่มขึ้นตลอดเวลาทุกวินาที จนทำให้เด็กๆ ในยุค Gen Alpha ดูเนื้อหา video มากกว่าการเขียนและอ่านตัวอักษร (การดู video 1 เรื่องจะได้สาระยิ่งกว่าการอ่านหนังสือ 1 เล่ม) ไปจนถึงถ่ายรูป และแชร์ประสบการณ์กันได้ทั่วโลก
       

       ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาอยู่ในโลกแห่ง 'Screenagers' ซึ่งถือเป็นวัฒนธรรมใหม่ของมนุษยชาติที่มีพฤติกรรมการเฝ้าติดตามข่าวสารข้อมูลผ่านหน้าจออุปกรณ์สื่อสารที่หลากหลาย (multiple screens) อย่างสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต ทั้งวัน หรือตลอดเวลา เด็กๆ ใน Gen Alpha กำลังเติบโตมาเป็นวัยรุ่น พร้อมๆ กันกับที่พวกเขาสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร การศึกษา สิ่งบันเทิง ธุรกรรมทางการเงิน และอื่นๆ อีกมากมาย ด้วยเพียงปลายนิ้วสัมผัสเท่านั้น
       
       ดังนั้น พวกเขามีแนวโน้มที่จะมีการศึกษาที่มีคุณภาพดีเยี่ยมกว่ายุคใดๆ ที่ผ่านมา จึงทำให้มีการคาดว่าพวกเขาจะมีความมั่งคั่งมากกว่าคนยุคในอดีตที่ผ่านมาเช่นกัน อีกทั้งพวกเขาจะทำงานในช่วงอายุที่ยาวนานขึ้น มีการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานมากกว่าคนในยุคก่อนๆ ด้วยรูปแบบงานฟรีแลนซ์ด้วยการจ้างงานเป็นโปรเจกต์ และพวกเขาจะมีอายุยืนยาวขึ้นเนื่องจากความก้าวหน้าทางการแพทย์ อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในตลาดงานของเขาก็จะมีสูงอย่างมาก เพราะพวกเขาจะต้องมีความเชี่ยวชาญสูงในยุคความชาญฉลาดของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังทรงอิทธิพลในทุกมิติ
       
       แนวโน้มที่ชัดเจนอีกอย่างหนึ่งคือ ประสบการณ์ของคนในยุค Gen Alpha จะมีประสบการณ์ที่มีความลึกซึ้งผสมผสานเชื่อมกับเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต และ AI อย่างเหนียวแน่นจากการใช้งานของเล่นที่ล้ำยุคของพวกเขาที่เรียกว่า 'internet of toys' โดยที่ของเล่นของพวกเขาจะประกอบด้วยเทคโนโลยี voice and image recognition ที่สามารถวิเคราะห์และจดจำเสียงและภาพได้ ซึ่งอุปกรณ์ใช้งานและของเล่นของพวกเขาจะมีการเชื่อมต่อกันแบบ Internet-of-Things หรือ IoT โดยมี AI ฝังอยู่ในทุกอุปกรณ์ เช่น Amazon Echo และ Google Home เป็นต้น
       
       การที่เทคโนโลยีได้ถึงมือผู้เรียนอย่างรวดเร็วและราคาถูก จนทำให้พวกเขาสามารถค้นหาข้อมูลความรู้ได้เร็วกว่าที่โรงเรียน และมหาวิทยาลัยแบบดั้งเดิมจัดให้ ซึ่งเด็กๆ ใน Gen Alpha กำลังเติบโตมากับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดด ด้วยการพัฒนาสู่เทคโนโลยี Mobile Internet 5G ที่ผนวกเข้ากับ AI จนทำให้เกิดความชาญฉลาดขึ้นอย่างแพร่หลายในการเข้าถึงและแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้แบบอัตราเร่งในทศวรรษนี้ อีกทั้ง 5G จะทำให้อุปกรณ์บนมือของคน Gen Apha รวมไปถึงอุปกรณ์สวมใส่ตามร่างกาย ไปจนถึง sensor ตามสถานที่และในอุปกรณ์ต่างๆ เชื่อมโยงกันและส่งข้อมูลในรูปแบบ realtime
       
       การศึกษาของคนในยุค Gen Alpha จะเป็นทั้งในรูปแบบที่มีคุณลักษณะเฉพาะบุคคล เป็นรูปแบบการศึกษาในเชิงลึก (เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน) โดยพวกเขาจะใช้สื่อดิจิทัลแบบสตรีมมิ่งออนไลน์ที่เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา และองค์กรภาคเอกชนจะเข้ามามีอิทธิพลต่อช่วงเวลาการเรียนของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นการค้นหานักเรียนที่มีความสามารถที่โดดเด่น พวกเขาก็จะได้รับทุนการศึกษาและได้รับการจ้างงานก่อนจบการศึกษา ซึ่งแท้ที่จริงแล้วในยุค Gen Alpha จะไม่มีตารางวันจบการศึกษาที่แน่นอนเหมือนในยุคก่อนๆ ที่ผ่านมา เพราะการศึกษาจะเป็นรูปแบบการศึกษาตลอดชีวิต (lifelong learning) เพราะองค์ความรู้มีการเปลี่ยนแปลงพัฒนาไปอย่างรวดเร็วกว่าที่เคยเป็นมาในประวัติศาสตร์ของมวลมนุษยชาติ
       
       จากผลการศึกษาวิจัยของ Johnson Controls ในหัวข้อ Smart Workplace 2040 : The Rise of the Workspace Consumer พบว่า ในช่วงปี 2040 บ้านหรือที่พักอาศัยจะกลายเป็นสถานที่ในการเรียนและการทำงานอย่างสมบูรณ์แบบ เพราะเทคโนโลยีการสื่อสารโทรคมนาคม เช่น Virtual Reality (VR) และ Augmented Reality (AR) จะทำให้มวลมนุษยชาติทำงานและสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดและเวลาใดก็ตาม เนื่องจากการทำลายกำแพงของเวลาและช่องว่างระหว่างกัน ด้วยการเชื่อมต่อถึงกันได้ทั่วโลกจะทำให้ระยะทางและเวลาไม่ใช่อุปสรรคอีกต่อไป
       
       อย่างไรก็ตาม เมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้าด้วยอัตราเร่ง จึงทำให้รูปแบบการทำงานและอาชีพต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้น ระบบการศึกษาในปัจจุบันกำลังถูกท้าทาย และจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคตอันใกล้หากเราไม่เปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอน เพราะแนวทางและสิ่งที่เราสอนเด็กๆ ใน Gen Alpha ไม่สามารถทำให้พวกเขามีความสามารถทำงานร่วมกับเครื่องจักรแบบอัตโนมัติและ AI ได้ ยิ่งไปกว่านั้น สำหรับในหลายประเทศทั่วโลก (รวมทั้งประเทศไทย) ที่การเข้าถึงการศึกษายังถือว่ามีราคาแพง (สำหรับคนยากจนจำนวนมาก) และมาตรฐานการเรียนการสอนที่ไม่ทันโลก ก็จะทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำของคนในประเทศสูงขึ้นเรื่อยๆ
       
       การสอนคนใน Gen Alpha ด้วยคนในยุค Gen-X และ Gen-Y ที่เมื่อผู้สอนอายุเท่าผู้เรียนก็ไม่เคยมีประสบการณ์ที่อยู่กับเทคโนโลยีแบบนั้นมาก่อนเลย จนทำให้ต่างสงสัยกันว่า คนในยุค Gen-X และ Gen-Y จะใช้วิธีการสอนในอดีตเพื่อเตรียมคนในยุค Gen Alpha ไปทำงานในอนาคตที่มีทั้ง AI, โดรน และหุ่นยนต์ได้อย่างไร
       
       อ้างอิงจาก
       https://thinkstrategicforschools.com/generation-alpha-starting-school/
       http://www.academia.edu/24526330/Educating_generation_alpha_What_are_the_demands_of_the_21st_century_workforce
       https://onlinehighschool.stanford.edu
       http://www.right-to-education.org/page/understanding-education-right
       

ข่าวยอดนิยม

ข่าววันนี้