IBM ซื้อ Red Hat เทเงิน 34,000 ล้านดอลล์ เสริมแกร่งคลาวด์

ผู้จัดการออนไลน์

       

       ไอบีเอ็ม (IBM) ประกาศเข้าซื้อกิจการบริษัทซอฟต์แวร์คลาวด์คอมพิวติง อย่างเรดแฮท (Red Hat) ด้วยมูลค่า 34,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.12 ล้านล้านบาท นักวิเคราะห์ชี้ Red Hat เป็นบริษัทที่มีแนวโน้มเติบโตเกินกว่า IBM ถึง 5 เท่าตัว การฮุบ Red Hat ย่อมทำให้ IBM แข็งแกร่งขึ้น ขณะเดียวกันการรวมพลังครั้งนี้จะช่วยให้ทั้งคู่สู้ศึกในตลาดคลาวด์ได้ดีกว่าเดิม
       

       รายงานระบุว่า IBM ตกลงซื้อ Red Hat ด้วยราคา 190 เหรียญต่อหุ้น มูลค่าไม่ธรรมดานี้เกิดขึ้นเพราะ Red Hat ถือเป็นบริษัทผู้ให้บริการซอฟต์แวร์คลาวด์ที่เป็นโอเพ่นซอร์สชั้นนำของโลก ราคาดังกล่าวคิดเป็นราคาพรีเมียมมากกว่า 60% ของราคาหุ้นปิดตลาดของ Red Hat ที่ 116.68 เหรียญเมื่อวันศุกร์ที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา
       
       ก่อนหน้านี้ หุ้นของ Red Hat มีมูลค่าซื้อขายเพิ่มขึ้นสูงกว่า 175 เหรียญในเดือนมิถุนายน แต่การประกาศผลประกอบการที่น่าผิดหวัง บวกกับตลาดทุนที่ผันผวน กลับทำให้มูลค่าหุ้น Red Hat ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
       

       ภายใต้ดีลนี้ IBM จะซื้อหุ้นสามัญทั้งหมดของ Red Hat เป็นเงินสด คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 34,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ดีลเกิดขึ้นโดยมีเจพี มอร์แกน (JP Morgan) เป็นผู้ให้คำแนะนำฝ่าย IBM รวมถึงจัดหาเงินทุนส่วนใหญ่ ขณะที่กุกเกนไฮม์ พาร์ทเนอร์ส (Guggenheim Partners) เป็นตัวแทนฝ่าย Red Hat ในข้อตกลง
       
       แถลงการณ์ย้ำว่า IBM จะยังคงสนับสนุนมาตรฐานเปิดของ Red Hat รวมถึงการมีส่วนร่วมต่างๆ ในชุมชนโอเพ่นซอร์ส โดยเฉพาะการพัฒนาและการสนับสนุนระบบนิเวศของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ในวงกว้าง
       
       นอกเหนือจากบริการ IBM Cloud ทั้ง IBM และ Red Hat ยังจะสร้างและร่วมมือกับพันธมิตรของ Red Hat ซึ่งรวมผู้ให้บริการระบบคลาวด์รายใหญ่ เช่น Amazon Web Services, Microsoft Azure, Google Cloud, Alibaba และอื่นๆ ด้วย
       
       ที่สำคัญ Red Hat จะเข้าร่วมทีมไฮบริด คลาวด์ (Hybrid Cloud) ของ IBM ในฐานะหน่วยงานที่แยกต่างหาก โดยจะรักษาความเป็นอิสระ และความเป็นกลางเพื่อมุ่งมั่นพัฒนาระบบโอเพ่นซอร์สของ Red Hat ซึ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์ปัจจุบันและกลยุทธ์การตลาด รวมถึงวัฒนธรรมการพัฒนาที่เป็นเอกลักษณ์ จะยังคงอยู่กับ Red Hat ต่อไป
       
       หัวหน้าทีม Red Hat จะยังคงเป็นจิม ไวท์เฮิร์สต์ (Jim Whitehurst) และทีมบริหาร Red Hat ชุดปัจจุบัน โดย Jim Whitehurst จะเข้าร่วมทีมผู้บริหารระดับสูงของ IBM และรายงานต่อจินนี โรเม็ตตี (Ginni Rometty) ซีอีโอ IBM
       
       ซีอีโอ IBM ยืนยันว่าบริษัทตั้งใจจะรักษาทุกส่วนประกอบของ Red Hat ไว้คงเดิม ทั้งสำนักงานใหญ่ แบรนด์ และแนวทางปฏิบัติที่ Red Hat สร้างสมมา
       
       "ไอบีเอ็มจะกลายเป็นผู้ให้บริการคลาวด์ไฮบริดอันดับ 1 ของโลก ซึ่งจะทำให้บริษัททั่วโลกสามารถใช้โซลูชันคลาวด์แบบเปิดโซลูชันเดียว เพื่อปลดล็อกคุณค่าแท้จริงของคลาวด์สำหรับธุรกิจได้เต็มที่" Ginni Rometty ประธานและซีอีโอของไอบีเอ็มกล่าวในแถลงการณ์
       

       ด้านผู้บริหาร Red Hat ย้ำว่า การเข้าร่วมกับ IBM จะช่วยให้บริษัทยกระดับทรัพยากรและขีดความสามารถที่มากขึ้น เพื่อเร่งให้เทคโนโลยีโอเพ่นซอร์สสามารถบุกโลกยุค digital transformation ได้ดีขึ้น ขณะเดียวกัน ก็จะทำให้ Red Hat เข้าถึงกลุ่มผู้ใช้ที่กว้างขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้ Red Hat จะยังรักษาเอกลักษณ์ทั้งเรื่องวัฒนธรรม และความมุ่งมั่นเอาไว้
       
       การรวมตัวของ Red Hat และ IBM ถูกมองว่าจะทำให้ตลาดคลาวด์ทั่วโลกมีความเปลี่ยนแปลง เนื่องจากที่ผ่านมา ซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส Linux ของ Red Hat ก็สามารถสร้างความนิยม และถูกใช้อย่างแพร่หลายบนเซิร์ฟเวอร์คอมพิวเตอร์ของหลายบริษัท ทำให้ Red Hat มีส่วนสำคัญให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านมาตรฐานเทคโนโลยีบนคอมพิวเตอร์เมนเฟรม ซึ่งขายโดย IBM และอีกหลายบริษัท
       
       เมื่อไม่นานมานี้ Red Hat เริ่มกลายเป็นผู้ให้บริการระบบคลาวด์คอมพิวติ้งทางเลือกใหม่ ทำให้หลายบริษัทเมินบริการคลาวด์ของยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี เช่น Amazon.com Inc. และ Microsoft Corp. ที่ต้องการให้ลูกค้าใช้เทคโนโลยีคลาวด์ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของค่ายใครค่ายมัน
       
       เมื่อ Red Hat จับมือกับ IBM นักวิเคราะห์เชื่อว่า ทั้งคู่จะสามารถสู้ศึกคลาวด์ได้ดีกว่าการต่างคนต่างสู้ การแยกกันจะทำให้ทั้ง 2 แบรนด์เติบโตได้ช้า โดยเฉพาะในมุมของ Red Hat เชื่อว่าจะได้ประโยชน์เต็มที่ของเงินทุนหนาและพลังมหาศาลของยักษ์ใหญ่ IBM ขณะที่ IBM ก็สามารถลืมตาอ้าปากได้เพราะอนาคตสดใสของ Red Hat
       
คำสำคัญ : cloud, คลาวด์, Red Hat, IBM

ข่าวยอดนิยม