UIH ผนึก IBM ชู UIH All Cloud ตอบโจทย์ธุรกิจใช้ Multi-Cloud หลายเจ้า

ผู้จัดการออนไลน์

       

       ยูไอเอช (UIH) จับมือไอบีเอ็ม (IBM) และเบรนเนอร์จี บริษัทลูกเปิดตัวบริการมัลติคลาวด์ “ยูไอเอช ออล คลาวด์” (UIH All Cloud) อาสาเชื่อมต่อและบริหารจัดการคลาวด์จากผู้ให้บริการหลายรายในคราวเดียวกันได้สะดวกและปลอดภัย มองโอกาสตลาดโตแน่เพราะการสำรวจพบว่าธุรกิจวันนี้ใช้คลาวด์เฉลี่ยรายละ 3-4 ค่าย มั่นใจธุรกิจคลาวด์ดันรายได้กลุ่มโซลูชัน UIH กินสัดส่วนเกิน 50% ของรายได้รวมภายใน 3 ปี
       

       นายสันติ เมธาวิกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูไนเต็ด อินฟอร์เมชั่น ไฮเวย์ จำกัด (UIH) ในกลุ่มบริษัท เบญจจินดา โฮลดิ้ง กล่าวว่า UIH All Cloud เป็นบริการคลาวด์โซลูชั่นที่ถูกพัฒนาภายใต้กลยุทธ์มัลติคลาวด์ (Multi-Cloud) โดย UIH เห็นโอกาสจากเทรนด์ปัจจุบันที่องค์กรจำนวนไม่น้อยเปิดใช้งานคลาวด์กับผู้ให้บริการหลายรายในคราวเดียวกัน ทั้งคลาวด์สาธารณะ (Public Cloud) และคลาวด์ส่วนตัว (Private Cloud) ซึ่งตามการประเมินของ IDC พบว่าเทรนด์การใช้งานด้านบริการมัลติคลาวด์ขององค์กรจะมีสัดส่วนมากกว่า 30% ในปี 2021
       
       “ตอนนี้เราเริ่มเห็นว่าบริษัทใช้คลาวด์เดียวไม่พอ องค์กรอยากเลือกคลาวด์ที่เหมาะกับงานที่ต่างกัน แต่การใช้คลาวด์หลากหลายมีความซับซ้อน จัดการยาก ทั้งหมดนี้จัดการไม่ได้ถ้าไม่มีโซลูชั่นคลาวด์แมนเนจเม้นท์ IBM ทำส่วนนี้ให้เรา ทำให้ต่อยอดขึ้นไป ทำให้ง่ายขึ้น สามารถใช้ทำระบบ AI, IoT และบล็อกเชนได้แล้วแต่จะเลือกใช้งาน” สันติระบุ ”สิ่งที่คาดหวังคือระบบเราเชื่อถือได้ UIH ไม่ใช่เอสไอ เราพัฒนาระบบเองไม่ได้ แต่เราหวังสร้างแพลตฟอร์ม เพื่อให้เอสไอลงมาพัฒนาหรือเลือกใช้งานเรา บนความร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง IBM ที่ช่วยทำ มีหัวเว่ยที่ทำโครงข่ายด้วย”
       
       *** Multi-Cloud เทรนด์ร้อน
       
       นายกิตติพงษ์ อัศวพิชยนต์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจคลาวด์และโซลูชัน บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า Multi-Cloud คือ 1 ใน 5 เทรนด์แรงที่ไอบีเอ็มเชื่อว่าจะมาแรงในตลาดคลาวด์ นอกจากนี้คือไฮบริดคลาวด์ซึ่งเป็นลูกผสมคลาวด์ยุคใหม่และระบบเก่า ยังมีเทคโนโลยีที่ต้องเป็นมาตรฐานเปิด เพื่อให้รองรับระบบอื่นได้เสรี ขณะเดียวกันเทรนด์ความปลอดภัยก็มาแรง และอีกจุดคือการเปิดทางให้ข้อมูลบนคลาวด์สามารถเคลื่อนที่ไปมาได้ง่าย
       
       “การสำรวจพบว่า บางบริษัทใช้ Multi-Cloud เกิน 10 เจ้า ขณะที่ตัวเลขเฉลี่ยของบริษัทที่ใช้งานคลาวด์วันนี้คือ 3-4 เจ้า โดยที่บริษัทไม่รู้ตัว”
       
       เทรนด์เหล่านี้ถูกพัฒนาเป็นระบบที่ IBM เรียกว่า IBM Cloud Private จุดเด่นคือองค์กรสามารถย้ายข้อมูลได้ง่าย สามารถปรับใช้กับระบบงานเดิมได้ หรือหากองค์กรจะพัฒนาระบบขึ้นใหม่ก็ทำได้เร็ว โดยบริการใหม่ที่ UIH และ IBM จะให้บริการมี 5 จุด คือ โซลูชัน container-as-a-service โซลูชัน blockchain-as-a-service แพลตฟอร์ม AI แพลตฟอร์ม IoT และแพลตฟอร์ม Data Science เป็นต้น
       
       ประเด็นนี้ IBM Cloud Private ถูกยกเป็นกุญแจที่ทำให้องค์กรที่ยังรันระบบไอทีแบบ on-premise สามารถย้ายไปสู่คลาวด์ขณะที่ยังสามารถใช้แอพสำคัญและข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อนบนระบบ on-premise ได้
       
       เบื้องต้น ผู้บริหาร IBM ปฏิเสธว่ายังไม่มีตัวเลขชัดเจนถึงจำนวนองค์กรไทยที่ยังเป็น On Premise (องค์กรที่มี Server เป็นตัวเอง เสียค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์และจ่ายเงินซื้อขาดฮาร์ดแวร์) แต่ IBM เชื่อว่าองค์กรไทยเกิน 20% มีการปรับตัวมาใช้เทคโนโลยีคลาวด์แล้ว ถือว่าไม่น้อยกว่าสัดส่วนในประเทศอื่น อย่างไรก็ตาม มากกว่า 80% ยังต้องลงทุนระบบไอทีเพิ่มเติมเพื่อให้สามารถสร้างประโยชน์ได้สูงสุด จุดนี้ผู้บริหารไอบีเอ็มย้ำว่า ในระยะสั้น องค์กรอาจจะไม่เห็นความสำคัญ แต่ในระยะยาว ซึ่งคู่แข่งมีการลงทุนเพิ่ม ก็จะเริ่มเห็นความแตกต่าง โดยเฉพาะลูกค้าที่อาจจะเห็นคุณค่าของคู่แข่งที่มากกว่า
       
       *** ภาษี พนักงาน และเอกสาร
       
       นอกจากคลาวด์โซลูชัน UIH All Cloud ยังเน้นบริการดิจิทัลโซลูชั่นโดย UIH ร่วมมือกับเบรนเนอร์จี้ บริษัทลูกที่ UIH แจ้งเกิดเมื่อปลายปีที่แล้วและเริ่มมีลูกค้าเกิน 10 ราย จุดนี้ UIH วางหมากดึงเบรนเนอร์จี้มาบริการดิจิทัลโซลูชั่นสำหรับการใช้งานในองค์กรรูปแบบ Software as a service เช่น Smart Tax, Smart People, Smart Document ตอบโจทย์องค์กรยุคใหม่ที่ต้องนำเทคโนโลยีมาใช้จัดการภาษี พนักงาน และเอกสาร ให้เป็นระบบออนไลน์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ง่าย
       

       นายปกาสิต วัฒนา Digital Monetization บริษัท เบรนเนอร์จี้ จำกัด ในกลุ่มบริษัทเบญจจินดา โฮลดิ้ง กล่าวว่าจุดยืนของเบรนเนอร์จี้คือการเป็นศูนย์รวมบริการเพื่อช่วยองค์กรทำดิจิทัลทรานสฟอร์เมชัน
       
       “เรื่อง Smart Tax เราหวังจะเป็นผู้ให้บริการอีแท็กซ์ให้สรรพากรโดยตรง เรามีโซลูชันยืนยันบุคคลตัวตนผู้ขายออนไลน์ได้แล้ว แต่น่าเสียดายที่ยังไม่มีการประกาศคุณสมบัติตัวแทนของกรมสรรพากรในขณะนี้” ปกาสิตย้ำ “เราจะไม่จบที่ 3 บริการนี้ เราเห็นการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา”
       
       หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่ UIH เห็น คือเทรนด์ปัจจุบันที่บริษัทเกิดใหม่เกือบ 100% ไม่อยากมีฮาร์ดแวร์เป็นของตัวเอง จึงใช้บริการจากโพรไวเดอร์ทั้งหมด ขณะเดียวกัน หลายบริษัทเริ่มเห็นว่าฮาร์ดแวร์ของตัวเองหมดอายุ เซิร์ฟเวอร์เริ่มมีปัญหา จุดนี้จะเป็นทางเลือกที่บริษัทต้องตัดสินใจว่าจะซื้อฮาร์ดแวร์มาเปลี่ยนเป็นชิ้นๆ หรือจะไปคลาวด์ ซึ่ง UIH เห็นจำนวนการเลือกไปคลาวด์เพิ่มขึ้น
       
       จากฐานลูกค้า 3,000 รายที่ UIH มีในขณะนี้ ผู้บริหารระบุว่าจะเข้าถึงลูกค้ากลุ่มนี้ก่อน จากนั้นจะเสนอตรง เพื่อขยายไปยังเอสเอ็มอี สตาร์ทอัปรายใหม่ คาดว่าตลาดที่น่าสนใจคือธุรกิจค้าปลีก ลอจิสติกส์ ซึ่งจะเหนื่อยหากยังลงทุนระบบไอทีแบบเดิม
       
       *** ท้าทายที่คน

       
       ความท้าทายใหญ่ที่ UIH มองเห็นในธุรกิจคลาวด์คือเรื่องคน การรับรู้เรื่องดิจิทัลทรานสฟอร์เมชันเกิดขึ้นแพร่หลายแล้วแต่บุคลากรบางส่วนยังไม่ต้องการเปลี่ยนแปลง จุดนี้ผู้บริหารระบุว่าไม่ห่วงเรื่องเทรนด์ เพราะในที่สุดทุกองค์กรจะมีความต้องการ สิ่งที่ UIH ต้องทำคือการจับคู่ เพื่อทำให้ตลาดขยายตัว พร้อมกับต้องให้ความรู้กับผู้ใช้ ให้เห็นความสำคัญของความปลอดภัย การบริหารจัดการที่ดี และการเก็บข้อมูลในประเทศไทย ทั้งหมดนี้จะกระตุ้นค่าใช้จ่ายเรื่องบริการเชื่อมต่อได้
       
       สัดส่วนรายได้คลาวด์จะถูกรวมเป็นส่วนหนึ่งของหน่วยธุรกิจโซลูชัน ซึ่งปัจจุบันคิดเป็น 20-25% ของรายได้รวม UIH คาดว่าหน่วยธุรกิจโซลูชันจะโตขึ้นเป็น 50% ใน 3 ปีข้างหน้า เชื่อว่าจะมากกว่า 1,500 ล้านบาท เนื่องจากรายได้ปัจจุบันของ UIH มีมูลค่าราว 3,000 ล้านบาท
       
       คลาวด์จะเป็นส่วนต่อจากจิ๊กซอว์แรกที่ UIH เปิดตัวหลังประกาศปรับโฉมบริษัทเมื่อต้นปี นั่นคือคือการสร้าง “เทราบิตเน็ตเวิร์ก” เพิ่มจากระดับกิกะบิตมาเป็นเทราบิต จุดนี้ UIH การันตีว่าหลังจากเปิดใช้งาน ทราฟฟิกในเน็ตเวิร์กก็เพิ่มขึ้นมาก การลงทุนกว่า 400 ล้านบาทนี้ทำให้ UIH สามารถต่อยอดได้ ซึ่งเชื่อว่านอกจากแบนด์วิธที่มาก การให้บริการอื่นบนเทคโนโลยีคลาวด์ของ UIH ก็จะทำได้ง่ายและสะดวกขึ้น
       
       อย่างไรก็ตาม สันติไม่พูดถึงมูลค่าตลาดคลาวด์ไทยในปีหน้า ระบุเพียงว่าเป็นตัวเลขที่สูงมากจนน่าตกใจ แม้ตลาดจะแข่งขันสูงมากถึงมากที่สุด แต่ UIH ก็จะลุยเต็มที่เพราะเป็นสิ่งที่บริษัทหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในการเปลี่ยนจุดยืนจากผู้ให้บริการเน็ตเวิร์ก มาเป็นผู้ให้บริการไอทีโซลูชั่นเพื่อเป็นผู้นำอาเซียนให้ได้ในปี 2020 โดยกลยุทธ์ในปีหน้า สันติระบุว่าจะยังเน้นธุรกิจคลาวด์เช่นเดิม บนงบลงทุนคลาวด์ของ UIH ที่รวมอยู่ในงบลงทุนธุรกิจโซลูชัน มูลค่าราว 200 ล้านบาทต่อปี.
       
คำสำคัญ : ibm, UIH

ข่าวยอดนิยม

ข่าววันนี้