"ซีเคียวอินโฟ" ตั้ง "CSOC" รับมือภัยไซเบอร์ (Cyber Weekend)

ผู้จัดการออนไลน์

       

       เมื่อข้อมูลกำลังกลายเป็นสิ่งที่มีค่ามากยิ่งขึ้นในยุคดิจิทัล การรั่วไหลของข้อมูลเริ่มกลายเป็นปัญหาที่หลากหลายองค์กรต้องเผชิญ ไม่เว้นแม้แต่ยักษ์ใหญ่ในวงการไอทีอย่างเฟซบุ๊ก และกูเกิล ที่มีระบบป้องกันแน่นหนา แต่ก็ต้องเจอกับการเจาะเข้าถึงข้อมูลของลูกค้าหลายล้านรายทั่วโลก
       

       จะเห็นได้ว่าปัจจุบัน ข้อมูล (Data) กลายเป็นสิ่งที่แฮกเกอร์ หรือผู้ไม่หวังดีหาทางที่จะเข้าถึงข้อมูล หรือเข้าไปเก็บเกี่ยวข้อมูลเหล่านี้เพื่อนำมาใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการเข้ารหัสไฟล์เพื่อเรียกค่าไถ่ที่หลายองค์กรถูกโจมตีในปีที่ผ่านมา ไปจนถึงการฝังตัวเก็บข้อมูลไว้ภายในระบบเพื่อรอวันนำมาใช้งาน
       
       ประกอบกับการมาของยุค Internet of Things (IoT) ที่การ์ทเนอร์ระบุว่าภายในปี 2020 จะมีอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมากกว่า 2.08 หมื่นล้านชิ้นทั่วโลก ที่มีโอกาสเป็นเป้าหมายในการโจมตี เพราะอุปกรณ์เหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกเตรียมการให้ป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์
       
       เมื่อทิศทางดังกล่าวกำลังกลายเป็นปัญหาท้าทายหลักของผู้เชี่ยวชาญทางด้านระบบรักษาความปลอดภัย ทำให้กลุ่มสามารถ ที่เห็นโอกาสทางธุรกิจว่า ในเมื่อประเทศไทยยังไม่มีการเตรียมความพร้อมป้องกันภัยไซเบอร์จากภาคเอกชน จึงมีแผนที่จะตั้งบริษัททางด้านซิเคียวริตีขึ้นตั้งแต่ปีที่ผ่านมา
       
       จนในที่สุด บริษัท สามารถ เทลคอม จำกัด ที่อยู่ภายใต้ สามารถคอร์ปอเรชั่น ได้มีการลงทุนกว่า 200 ล้านบาท ตั้งบริษัท ซีเคียวอินโฟ จำกัด ขึ้นมา พร้อมกับการเป็นเอ็กซ์คลูซีฟดีลกับทางไอบีเอ็ม ในการนำเทคโนโลยีป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์มาให้บริการภายในประเทศไทยเป็นแห่งแรก
       

       วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงแผนทางธุรกิจของซีเคียวอินโฟ คือ จะเน้นให้บริการดูแลระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ให้แก่หน่วยงานภาครัฐ และองค์กรธุรกิจที่สนใจ และมองว่าภัยคุกคามไซเบอร์เป็นปัญหาที่มีโอกาสเกิดขึ้น และองค์กรต้องเตรียมความพร้อมในการป้องกัน
       
       "ในภาพรวมของตลาดไซเบอร์ซิเคียวริตีทั่วโลก การลงทุนขององค์กรส่วนใหญ่จะอยู่ที่การบริการดูแลระบบรักษาความปลอดภัย ซึ่งปัจจุบันในประเทศไทยยังมีผู้ให้บริการอยู่ไม่กี่ราย และยังไม่มีรายใดที่ให้บริการโซลูชันครบวงจร ตั้งแต่ศูนย์เฝ้าระวัง ไปจนถึงการฝึกอบรมให้ความรู้แก่พนักงาน"
       
       ทำให้เห็นถึงโอกาสที่ ซีเคียวอินโฟ จะเติบโตได้ โดยในช่วง 1-2 ปีแรก จะเน้นไปที่การสื่อสารให้ภาครัฐ และเอกชนรับรู้ถึงการให้บริการ "CSOC" (Cyber Security Operation Center) หรือศูนย์เฝ้าระวังภัยคุกคามไซเบอร์ 24 ชั่วโมง ซึ่งตั้งอยู่ที่อาคารซอฟต์แวร์พาร์ค แจ้งวัฒนะ มีบุคลากรผู้เชี่ยวชาญดูแลตลอดเวลา พร้อมสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท
       
       ถัดมาคือ ภายใน 2-4 ปี ตั้งเป้าที่จะขึ้นมาเป็น 1 ใน 5 ผู้ให้บริการดูแลระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ และภายใน 4-5 ปี จะต้องขึ้นมาเป็นผู้นำในตลาดไซเบอร์ซิเคียวริตี เพื่อให้ซีเคียวอินโฟ ช่วยผลักดันรายได้ของกลุ่มสามารถให้เพิ่มขึ้น หลังจากปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล
       
       ***คู่หูคือไอบีเอ็ม
       
       ปฐมา จันทรักษ์ รองประธานด้านการขยายธุรกิจในกลุ่มประเทศอินโดจีน และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด ให้ข้อมูลถึงแนวโน้มภัยคุกคามที่เกิดขึ้นในปัจจุบันว่า จากข้อมูลของการ์ทเนอร์ ระบุว่า ที่ผ่านมามีข้อมูลส่วนตัวของผู้บริโภคถูกขโมยไปแล้วกว่า 5 พันล้านข้อมูล สร้างมูลค่าความเสียหายไปแล้วมากกว่า 8 ล้านล้านเหรียญ ทำให้แท้จริงแล้ว ภัยคุกคามไซเบอร์ไม่ใช่สิ่งที่ไกลตัว และแม้ว่าจะมีการเตรียมพร้อมรับมือภัยคุกคามที่เกิดขึ้น แต่ก็ยังมีหลายจุดที่ทำให้การป้องกันไม่เพียงพอ ทำให้เริ่มมีมาตรการเข้ามาควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลในโลกดิจิทัลมากยิ่งขึ้น
       
       ไม่ว่าจะเป็นการมาของ GDPR ที่ทำให้หลายองค์กรธุรกิจต้องมีการลงทุนเพิ่มเติมในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล ขณะเดียวกัน สิ่งที่การ์ทเนอร์พบคือ เมื่อองค์กรโดนโจมตีส่วนใหญ่จะไม่อยากเปิดเผยข้อมูลออกสู่สาธรณะ ทำให้ข้อมูลการโจมตีส่วนใหญ่ไม่ถูกเผยแพร่ออกมา
       

       นอกจากนี้ ทางไอบีเอ็ม ได้มีการศึกษาถึงค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นเมื่อเกิดการรั่วไหลของข้อมูล พบว่า ในกลุ่มประเทศอาเซียน เมื่อองค์กรธุรกิจถูกโจมตี 1 ครั้ง จะมีค่าเสียหายเฉลี่ย 2.53 ล้านเหรียญ และองค์กรต้องใช้เวลาถึง 195 วันถึงจะรู้ว่าถูกโจมตี และใช้เวลากว่า 72 วัน ถึงจะควบคุมได้
       
       "ปัญหาใหญ่ในการรับมือภัยคุกคาม ไม่ใช่แค่ตรวจพบ และหยุดการโจมตี แต่ต้องอยู่ในรูปแบบของการป้องกันก่อนที่จะเกิดเหตุ และในขณะเดียวกัน ก็ช่วยไม่ให้ธุรกิจหยุดชะงักสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง"
       
       ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้ภัยคุกคามทางไซเบอร์เกิดขึ้นมาจากหลายๆ ส่วนด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการโจมตีที่มีหลากหลายมากขึ้น ความผิดพลาดของมนุษย์ในการเปิดช่องโหว่ให้เข้ามาโจมตี การพัฒนานวัตกรรมที่ทันสมัยขึ้น แต่ไม่ได้เตรียมรับมือต่อการโจมตีที่จะเกิดขึ้น ช่องโหว่ระหว่างการใช้งานอุปกรณ์จากผู้ผลิตที่หลากหลาย ไปจนถึงการที่บุคลากรไม่มีความสามารถเพียงพอ
       
       "ความท้าทายที่เกิดขึ้นในเวลานี้ คือ หลายๆ องค์กรต้องเตรียมรับมือกับกฎหมายใหม่ที่ออกมาตามมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มข้นขึ้น ส่งผลให้ต้องมีการลงทุนทางด้านซิเคียวริตีเพิ่มเติม จนไปกระทบต่อการเตรียมรับมือภัยคุกคาม"
       
       จุดเด่นหลักของไอบีเอ็ม ซิเคียวริตี คือ มีวิสัยทัศน์ในการป้องกันโลกให้ปลอดภัยจากการถูกโจมตีทางไซเบอร์ ประกอบกับไอบีเอ็ม ถูกจัดให้เป็นองค์กรที่ให้บริการระบบป้องกันภัยคุกคามไซเบอร์ขนาดใหญ่ในระดับโลกจึงทำให้มีความน่าเชื่อถือ
       

       เมื่อเกิดความร่วมมือระหว่างองค์กรระดับโลก กับผู้ให้บริการไอทีชั้นนำในประเทศไทยอย่างกลุ่มสามารถ ทำให้มั่นใจว่าจะเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยในการนำเทคโนโลยีจากต่างประเทศเข้ามาให้บริการทางด้านความปลอดภัยไซเบอร์
       
       "ไอบีเอ็มไม่ใช่มีแค่เครื่องไม้เครื่องมือ หรือมีบุคลากร แต่ไอบีเอ็มมีการนำปัญญาประดิษฐ์อย่าง Watson มาใช้งานด้วย โดย Watson สามารถเรียนรู้รูปแบบของภัยคุกคาม ก่อนนำข้อมูลมารวบรวม และวิเคราะห์ออกมา ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะในแง่ของการป้องกันการโจมตีที่มีโอกาสเกิดขึ้นในอนาคต"
       
       ในขณะที่ผู้ให้บริการในตลาดส่วนใหญ่จะเป็นการตรวจจับภัยคุกคามเท่านั้น ไม่ได้มีการนำข้อมูลมาวิเคราะห์ถึงแนวโน้มการโจมตีที่จะเกิดขึ้นจากสิ่งผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ ที่อยู่ภายในเครือข่าย ทำให้มั่นใจว่า ความร่วมมือกับซีเคียวอินโฟในครั้งนี้จะช่วยยกระดับการให้บริการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ในประเทศไทยขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง
       
       ทั้งนี้ บริษัท ซีเคียวอินโฟ (SECUREiNFO) ถือหุ้นโดย บริษัท สามารถคอมเทค จำกัด 99.99% ให้บริการด้านระบบความปลอดภัยอิเล็กทรอนิกส์ (Cyber Security) แบบครบวงจรให้แก่ลูกค้ากลุ่มราชการ กลุ่มหน่วยงานด้านความมั่นคง บริษัทรายใหญ่ และ Critical Network Infrastructure เพื่อตอบโจทย์ความต้องการสูงสุดของตลาดไซเบอร์ ซิเคียวริตี ด้วยการเสนอบริการศูนย์เฝ้าระวังการคุกคามทางไซเบอร์ (Cyber Security Operation Center - CSOC) ด้วยเครื่องมือชั้นนำ ผู้เชี่ยวชาญทางไซเบอร์ ซิเคียวริตี และการให้บริการในระดับสากล ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งประกอบไปด้วย การเฝ้าระวัง และตอบสนองกับเหตุการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์แบบครบวงจร ตั้งแต่ แยกแยะ (Identify) ตรวจจับ (Detect) ตอบรับ (Reponses) และปรับปรุง (Improve) ด้วยผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพ (Professional People) ด้าน Cyber Security ที่ใช้เครื่องมือ และระบบชั้นนำ (Leading Technology) ผ่านกระบวนการที่เป็นมาตรฐาน (Standard Process)
       
คำสำคัญ : สามารถ, Samart

ข่าวยอดนิยม

ข่าววันนี้