งามไส้ ทีโอที !!

ผู้จัดการออนไลน์

       

       สำนักงาน กสทช. ตรวจสอบผลการส่งมอบงานโครงการเน็ตชายขอบทั้งหมด ในวันครบกำหนดส่งมอบงานติดตั้งอุปกรณ์ทั้งหมด (วันที่ 28 ก.ย.61) พบ 7 จาก 10 สัญญาส่งมอบงานครบถ้วน 100% ส่วนอีก 3 สัญญา พบอุปสรรคไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่ติดตั้งได้
       

       นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการตรวจรับการจ้างโครงการเน็ตชายขอบของสำนักงาน กสทช. ทั้งในส่วนของสัญญาการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband Internet Service) 5 สัญญา และสัญญาการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile Service) 5 สัญญา ได้รวบรวมตรวจสอบผลการส่งมอบงานของบริษัทคู่สัญญาที่ได้ดำเนินการส่งมอบงานแล้วทั้ง 10 สัญญา ในวันครบกำหนดส่งมอบงานติดตั้งอุปกรณ์ทั้งหมด พบ 7 จาก 10 สัญญาส่งมอบงานครบถ้วน 100%
       
       ทั้งนี้ ไม่นับรวมพื้นที่ที่มีข้อจำกัดได้รับผลกระทบจากปัจจัย ภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ อาทิ ภัยธรรมชาติ, น้ำท่วม, มีพายุ, ถนนขาด เกิดความไม่สงบในพื้นที่, พื้นที่ที่ติดตั้งอยู่ในเขตป่าสงวน, เขตอนุรักษ์ ฯลฯ ทำให้บริษัทผู้รับจ้างไม่สามารถเข้าพื้นที่ไปติดตั้งอุปกรณ์ได้
       
       สำหรับโครงการเน็ตชายขอบของสำนักงาน กสทช. แบ่งการดำเนินการออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 การจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband Internet Service) และส่วนที่ 2 การจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile Service)
       
       นายฐากร กล่าวว่า โครงการส่วนที่ 1 การจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband Internet Service) แบ่งเป็น 5 สัญญาตามพื้นที่ที่จะให้บริการ ได้แก่
       
       1. สัญญาเลขที่ 0001/2560 กลุ่มที่ 1 พื้นที่ภาคเหนือ 1 ได้แก่ เชียงราย, เชียงใหม่, น่าน, พะเยา, แพร่, แม่ฮ่องสอน, ลำปาง และลำพูน มีบริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต คอร์ปอเรชั่น จำกัด เป็นคู่สัญญา ผู้ให้บริการ ได้ส่งมอบงานติดตั้งอุปกรณ์ทั้งหมดครบถ้วน ผลงานคิดเป็น 100%
       
       2. สัญญาเลขที่ 0002/2560 กลุ่มที่ 2 พื้นที่ภาคเหนือ 2 ได้แก่ กำแพงเพชร, ตาก, นครสวรรค์, พิจิตร, พิษณุโลก, เพชรบูรณ์, สุโขทัย, อุตรดิตถ์ และอุทัยธานี มีบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เป็นคู่สัญญา ผู้ให้บริการ ได้ส่งมอบติดตั้งอุปกรณ์เสร็จสิ้น ผลงานคิดเป็น 12%
       
       3. สัญญาเลขที่ 0003/2560 กลุ่มที่ 3 พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ กาฬสินธุ์, ขอนแก่น, ชัยภูมิ, นครพนม, นครราชสีมา, บุรีรัมย์, มุกดาหาร, ยโสธร, ร้อยเอ็ด, เลย, สกลนคร, สุรินทร์, หนองบัวลำภู, อุดรธานี และอุบลราชธานี มีบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เป็นคู่สัญญา ผู้ให้บริการ ได้ส่งมอบติดตั้งอุปกรณ์เสร็จสิ้น ผลงานคิดเป็น 9%
       
       4. สัญญาเลขที่ 0004/2560 กลุ่มที่ 4 พื้นที่ภาคกลาง และภาคใต้ ได้แก่ กาฬสินธุ์, ขอนแก่น, ชัยภูมิ, นครพนม, นครราชสีมา, บุรีรัมย์, มุกดาหาร, ยโสธร, ร้อยเอ็ด, เลย, สกลนคร, สุรินทร์, หนองบัวลำภู, อุดรธานี และอุบลราชธานี มีบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) เป็นคู่สัญญา ผู้ให้บริการ ได้ส่งมอบงานติดตั้งอุปกรณ์ทั้งหมดครบถ้วน ผลงานคิดเป็น 100%
       
       5. สัญญาเลขที่ 0005/2560 กลุ่มที่ 5 พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวม 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา ได้แก่ นราธิวาส, ปัตตานี, ยะลา และสงขลา (ในพื้นที่อำเภอจะนะ เทพา นาทวี และสะบ้าย้อย) บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) เป็นคู่สัญญา ผู้ให้บริการ ได้ส่งมอบงานติดตั้งอุปกรณ์ทั้งหมดครบถ้วน ผลงานคิดเป็น 100%
       
       เลขาธิการ กสทช. ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า สำหรับ โครงการส่วนที่ 2 การจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile Service) แบ่งเป็นอีก 5 สัญญาตามพื้นที่ที่จะให้บริการ ได้แก่
       
       1. สัญญาเลขที่ 0006/2560 กลุ่มที่ 1 พื้นที่ภาคเหนือ 1 ได้แก่ เชียงราย, เชียงใหม่, น่าน, พะเยา, แพร่, แม่ฮ่องสอน, ลำปาง และลำพูน มีบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เป็นคู่สัญญา ผู้ให้บริการ ไม่ได้มีการส่งมอบงานในสัญญานี้
       
       2. สัญญาเลขที่ 0007/2560 กลุ่มที่ 2 พื้นที่ภาคเหนือ 2 ได้แก่ กำแพงเพชร ตาก นครสวรรค์ พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย อุตรดิตถ์ และอุทัยธานี มีบริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด เป็นคู่สัญญา ผู้ให้บริการ ได้ส่งมอบงานติดตั้งอุปกรณ์ทั้งหมดครบถ้วน ผลงานคิดเป็น 100%
       
       3. สัญญาเลขที่ 0008/2560 กลุ่มที่ 3 พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครพนม นครราชสีมา บุรีรัมย์ มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด เลย สกลนคร สุรินทร์ หนองบัวลำภู อุดรธานี และอุบลราชธานี มีบริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด เป็นคู่สัญญา ผู้ให้บริการ ได้ส่งมอบงานติดตั้งอุปกรณ์ทั้งหมดครบถ้วน ผลงานคิดเป็น 100%
       
       4. สัญญาเลขที่ 0009/2560 กลุ่มที่ 4 พื้นที่ภาคกลางและภาคใต้ ได้แก่ กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครพนม นครราชสีมา บุรีรัมย์ มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด เลย สกลนคร สุรินทร์ หนองบัวลำภู อุดรธานี และอุบลราชธานี มีบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ได้ส่งมอบงานติดตั้งอุปกรณ์ทั้งหมดครบถ้วน ผลงานคิดเป็น 100%
       
       5. สัญญาเลขที่ 0010/2560 กลุ่มที่ 5 พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวม 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา ได้แก่ นราธิวาส, ปัตตานี, ยะลา และสงขลา (ในพื้นที่อำเภอจะนะ เทพา นาทวี และสะบ้าย้อย) มีบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ได้ส่งมอบงานติดตั้งอุปกรณ์ทั้งหมดครบถ้วน ผลงานคิดเป็น 100%
       
       ทั้งนี้ ตัวเลขผลงานคิดเปอร์เซ็นต์ข้างต้นไม่นับรวมรวมพื้นที่ที่มีข้อจำกัดได้รับผลกระทบจากปัจจัย ภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งทำให้ผู้ให้บริการไม่สามารถเข้าพื้นที่ไปติดตั้งอุปกรณ์ได้
       
       เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า คณะกรรมการตรวจรับการจ้างฯ รวบรวมตรวจสอบผลการส่งมอบงานของบริษัทคู่สัญญาที่ได้ดำเนินการส่งมอบงานติดตั้งอุปกรณ์ทั้งหมด พบว่า โครงการฯ ส่วนที่ 1 การจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband Internet Service) ปัญหาอุปสรรคอันดับแรกเกิดจากปัญหาด้านสภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ภัยธรรมชาติ หรือความไม่สงบในพื้นที่ ทำให้เข้าไปในพื้นที่เพื่อติดตั้งอุปกรณ์ไม่ได้ รองลงมา เป็นปัญหาที่ต้องเปลี่ยนจุดติดตั้งบริการ หรือต้องเปลี่ยนประเภทบริการให้เหมาะสมกับพื้นที่ และสุดท้ายพื้นที่ติดตั้งจุดบริการต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
       
       สำหรับโครงการฯ ส่วนที่ 2 การจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile Service) ปัญหาอุปสรรคอันดับแรกเกิดจากพื้นที่ติดตั้งจุดบริการต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รองลงมา คือ ปัญหาด้านสภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ภัยธรรมชาติ หรือความไม่สงบในพื้นที่ ทำให้เข้าไปในพื้นที่เพื่อติดตั้งอุปกรณ์ไม่ได้ และสุดท้ายเกิดจากปัญหาที่ต้องเปลี่ยนจุดติตั้งบริการ หรือต้องเปลี่ยนประเภทบริการให้เหมาะสมกับพื้นที่ ในส่วนของพื้นที่ที่มีข้อจำกัดได้รับผลกระทบจากปัจจัย ภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ อาทิ ภัยธรรมชาติ, น้ำท่วม, มีพายุ, ถนนขาด, เกิดความไม่สงบในพื้นที่, พื้นที่ที่ติดตั้งอยู่ในเขตป่าสงวน, เขตอนุรักษ์ ฯลฯ ทำให้บริษัทผู้รับจ้างไม่สามารถเข้าพื้นที่ไปติดตั้งอุปกรณ์ได้ อย่างกรณีพื้นที่ประสบอุทกภัยทางขาด เมื่อน้ำลด สามารถเดินทางเข้าไปยังพื้นที่ให้บริการ สำนักงาน กสทช. ก็จะเร่งให้ผู้ให้บริการดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์ให้ครบถ้วนเพื่อพร้อมสำหรับเปิดให้บริการแก่ประชาชน
       
       จากนั้น เมื่อสำนักงาน กสทช. ตรวจรับมอบงานติดตั้งอุปกรณ์ครบถ้วน ก็จะให้ผู้บริการเปิดให้บริการจุดกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง รวมถึงจุดกระจายสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ และบริการอื่นที่เกี่ยวข้อง อาทิ บริการ WiFi ฟรีในโรงเรียน, โรงพยายาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล (รพ.สต.), ศูนย์บริการอินเทอร์เน็ตสาธารณะ (ศูนย์บริการ USO NET), ในพื้นที่เป้าหมายของโครงการ โดยจะให้บริการอย่างต่อเนื่องพร้อมการบำรุงรักษา ฟรี 5 ปี
       
       “เมื่อโครงการเน็ตชายขอบ เปิดให้บริการ ประชาชนประมาณ 607,966 ครัวเรือน ที่มีจำนวนประชากรอยู่ประมาณ 1,823,898 คน สามารถใช้บริการดังกล่าวได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยจะมีบริการแพกเกจอินเทอร์เน็ตความเร็ว 30/10 Mbps ให้บริการในราคาไม่เกิน 200 บาทต่อเดือน และเมื่อเปิดบริการแล้วสำนักงาน กสทช. จะมีการสำรวจประชาชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่ดำเนินโครงการที่มีรายได้น้อยตามคำนิยามของกระทรวงการคลัง ซึ่งสำนักงาน กสทช. กำลังดำเนินการประสานเพื่อขอฐานข้อมูลดังกล่าวจากสำนักเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง เพื่อให้ประชาชนในกลุ่มนี้สามารถเข้ามาใช้บริการโดย กสทช. จะเป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายตามมติ กสทช. เป็นระยะเวลา 3 ปี (36 เดือน) ภายในกรอบวงเงินงบประมาณ 4,683.73 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยใช้จ่ายจากวงเงินเหลือจ่ายภายใต้แผนการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม (พ.ศ.2555-2559) อันจะทำให้ประชาชนกลุ่มนี้สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง สามารถนำไปใช้ในการต่อยอดการประกอบอาชีพ การดำเนินธุรกิจ รวมทั้งยังเป็นการลดความเลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นในสังคมระหว่างคนเมือง กับคนในพื้นที่ชายขอบ อีกทั้งยังเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับประชาชน เช่น การรักษาแพทย์ทางไกลผ่านอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง การสร้างองค์ความรู้ในด้านต่างๆ รวมถึงเกิดการสร้างงานสร้างธุรกิจ-บริการใหม่ๆ เกิดสตาร์ทอัปซึ่งการดำเนินงานโครงการเน็ตชายขอบของสำนักงาน กสทช. เป็นโครงการที่สนับสนุนการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมของของประเทศไทยให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านในประเทศไทยตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศและส่งเสริมการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของประชาชน” นายฐากร กล่าว
       
คำสำคัญ : กสทช., ทีโอที

ข่าวยอดนิยม

ข่าววันนี้