เฟซบุ๊กเผยนโยบายคุมเนื้อหา เน้นทำงานใกล้ชิดคนท้องถิ่น

ผู้จัดการออนไลน์

       

       เฟซบุ๊ก (Facebook) เพิ่มความเข้มข้นในการควบคุมเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม ใช้เทคโนโลยีควบคู่กับคนท้องถิ่นในการวิเคราะห์ข้อมูล ชี้ข้อความที่ก่อให้เกิดความเกลียดชังวิเคราะห์ยากสุด เพราะแต่ละท้องถิ่นตีความหมายแตกต่างกัน
       

       นายไซมอน ฮารารี ผู้จัดการฝ่ายนโยบายด้านเนื้อหา ประจำภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก เฟซบุ๊ก กล่าวว่า เฟซบุ๊ก ได้พัฒนาและปรับปรุงวิธีการลบเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมออกอยู่ตลอดเวลา เราไม่ได้หยุดอยู่กับที่ ทุกครั้งที่มีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชุมชน หรือคนในท้องถิ่น เราจะต้องอัปเดตตลอดเวลา เพื่อนำมาใช้ในการวิเคราะห์เนื้อหาที่ไม่เหมาะสมออกไปจากเฟซบุ๊ก
       
       นอกจากการรีพอร์ตโดยตรงจากผู้ใช้งานแล้ว เฟซบุ๊ก มีวิธีการในการลบข้อมูลที่ไม่เหมาะสมออกด้วยการใช้เทคโนโลยี AI ทำงานแบบ 24x7 และการทำงานกับเจ้าหน้าที่ประจำท้องถิ่นทุกชาติ ทุกภาษา มากกว่า 50 ภาษา มีการเพิ่มคนจาก 10,000 คน เป็น 20,000 คนในปีนี้
       
       เฟซบุ๊ก ได้นำเสนอข้อมูลการลบเนื้อหาออกจากเฟซบุ๊กทั่วโลกในช่วง 2 เดือนแรกปีนี้ พบว่า ส่วนใหญ่เป็นสแปม จำนวน 837 ล้านชิ้น และระบบของเราสามารถตรวจสอบได้ก่อนที่จะถูกรายงานจากผู้ใช้งาน 100% รวมถึงการลบบัญชีปลอมที่มีจำนวน 583 ล้านชิ้น
       
       ขณะที่ภาพโป๊ เปลือย มีจำนวน 21 ล้านชิ้น ภาพความรุนแรง 3.5 ล้านชิ้น การโฆษณาชวนเชื่อ การก่อการร้าย 1.9 ล้านชิ้น ส่วนข้อความที่มีการพูดให้เกลียดชังมี 2.5 ล้านชิ้น ซึ่งเรื่องนี้ AI ยังไม่สามารถวิเคราะห์ได้ทั้งหมด เพราะคำบางคำในบางท้องถิ่นไม่เข้าข่ายการพูดให้เกลียดชัง แต่ในบางพื้นที่สามารถทำให้เกลียดชังกันได้ จึงจำเป็นต้องใช้คนท้องถิ่นมาช่วยตรวจสอบข้อมูล
       
       หากผู้ที่ถูกรายงานจากผู้ใช้ว่าเป็นผู้โพสต์ข้อความที่ไม่เหมาะสมทั้งเรื่องภาพโป๊ เปลือย กิจกรรมทางเพศ การใช้วาจาสร้างความเกลียดชัง และเนื้อหาของผู้ก่อการร้าย ก็สามารถยื่นเรื่องอุทธรณ์ต่อเฟซบุ๊กได้ว่าไม่เห็นด้วย หรือไม่เป็นความจริง
       
       นางแคลร์ ดีวีย์ ผู้อำนวยการฝ่ายโครงการนโยบาย ประจำภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก กล่าวว่า เฟซบุ๊ก ได้ทำงานร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เพื่อช่วยเหลือคนด้วย เช่น เรื่องการฆ่าตัวตายที่มักจะเห็นการใช้เครื่องมือ เฟซบุ๊ก ไลฟ์ ถ่ายทอดสดระหว่างฆ่าตัวตายนั้น เฟซบุ๊กก็มีการเฝ้าระวังอยู่ตลอด ด้วยการวิเคราะห์ข้อความในการโพสต์ที่อาจจะส่อไปถึงการฆ่าตัวตาย เพื่อประสานไปยังหน่วยงานต่างๆ ในการให้ความช่วยเหลือ
       
       “ถามว่าเหตุใด เฟซบุ๊ก จึงไม่ปิดบริการเฟซบุ๊ก ไลฟ์ เรื่องนี้เราเคยถามผู้เชี่ยวชาญแล้ว ได้รับคำแนะนำว่า หากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว และปิดบริการ จะยิ่งทำให้ผู้ที่กำลังฆ่าตัวตายโดดเดี่ยว และฆ่าตัวตายง่ายขึ้น การเปิดช่องทางนี้ จะทำให้เพื่อนๆ สามารถติดต่อ พูดคุย และเราก็มีปุ่มรายงานเพื่อขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ ได้ด้วย”
       
       นอกจากการโพสต์บนหน้าเฟซบุ๊กที่เราจะเฝ้าระวังแล้ว ภัยคุกคามในช่องทางแมสเซนเจอร์ ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการถูกคุกคามโดยตรง ซึ่งเราก็มีเครื่องมือให้ผู้ใช้สามารถบล็อกได้ รวมถึงยังมีเครื่องมือต่างๆ อีกหลายชนิด ที่จะทำให้ผู้ใช้งานหลีกเลี่ยงการถูกคุกคามจากคนที่ไม่ชอบแบบไม่น่าเกลียด เช่น การกดรับเพื่อนจากคนที่ไม่ต้องการกด หากไม่กดอาจจะเป็นเรื่องเสียมารยาท เมื่อกดรับเพื่อนแล้วก็สามารถกดอันฟอลโลเพื่อไม่ให้คนนั้นรู้ได้ หรืออาจจะบล็อกเพื่อไม่รับก็ได้ ตลอดจนการบล็อกข้อความเพื่อไม่ให้แสดงความคิดเห็น หรือซ่อนข้อความก็ได้ นอกจากนี้ ผู้ใช้งานจะสามารถดูสถิติการใช้งานของแต่ละวันได้อีกด้วย
       
       ส่วนประเด็นทางการเมือง เช่น การเลือกตั้งนั้น ก็ทำงานร่วมกับทุกประเทศในการตรวจสอบข้อความที่รุนแรง ไม่เป็นจริง เพื่อชี้ชวนให้ประชาชนสับสน รวมถึงการคลิกเบท ซึ่ง AI สามารถเข้ามาช่วยคัดกรองเนื้อหาให้มีการนำเสนอรอบด้านได้
       
       อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเฟซบุ๊ก จะมีวิธีการในการวิเคราะห์เนื้อหา และลบเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมออกได้ทันทีตามที่กล่าวมาแล้วนั้น แต่หากบางเรื่องที่มีเรื่องของกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็จำเป็นต้องปรึกษาฝ่ายกฎหมายให้เป็นไปตามกระบวนการของศาลก่อน
       
คำสำคัญ : facebook

ข่าวยอดนิยม