ป.ป.ช.รื้อคดี“แม้ว” “เอ็กซิมแบงก์-หวยบนดิน”รับกม.ใหม่

       

       ป.ป.ช.มีมติรื้อคดี "ทักษิณ" ทุจริตสั่งเอ็กซิมแบงก์ปล่อยกู้พม่าเอื้อชินแซทฯ - ออกหวยบนดินขัด กม. หลังกฎหมายใหม่ให้ศาลฯไต่สวนลับหลังจำเลยได้ พ่วงคดีรถ-เรือดับเพลิง กทม. ด้าน "แม้ว" ดิ้นส่งทนายร้องขอความเป็นธรรมต่อ อสส. หลังมีคำสั่งควรฟ้องคดีหมิ่นเบื้องสูงฯ ที่ ปอท.ได้ส่งสำนวนให้อัยการเมื่อปี 58 ด้านอัยการชี้ถือเป็นสิทธิผู้ต้องหา ด้าน ทบ.ร้อนตัว ส่ง “วินธัย” โต้โซเชียลทัก "ส่วนต่าง" รถถังจีน ยันไม่มีใครซื้อถูกกว่าไทยแน่นอน
       

       วานนี้ (12 ต.ค.) พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม ป.ป.ช. มีมติให้รื้อฟื้นการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับทุจริต 3 คดี ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้จำหน่ายคดีไว้เป็นการชั่วคราวเนื่องจากจำเลยหลบหนีทำให้ไม่สามารถพิจารณาคดีต่อได้ แต่ล่าสุดมีกฎหมายใหม่ใช้บังคับคือ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้ให้อำนาจศาลพิจารณาคดีลับหลังจำเลยไว้ และเป็นอำนาจของ ป.ป.ช. ในฐานะผู้ฟ้องคดี ที่สามารถรื้อคดีขึ้นมาใหม่ได้ คือ คดีแรก เป็นคดีกล่าวหา นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้ธนาคารเพื่อการนำเข้าและส่งออกแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) อนุมัติปล่อยกู้รัฐบาลเมียนมา วงเงิน 4,000 ล้านบาท ในโครงการพัฒนาระบบโทรคมนาคมของเมียนมา โดยคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 ซึ่งต่ำกว่าต้นทุน และให้รัฐบาลตั้งงบประมาณมาชดเชยการขาดทุนของเอ็กซิมแบงก์ ทั้งนี้เพื่อหวังประโยชน์ในธุรกิจดาวเทียม โดยรัฐบาลพม่าได้สั่งซื้ออุปกรณ์จาก บริษัท ชินแซทเทิลไลท์ ในเครือชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งศาลได้จำหน่ายคดีไว้ชั่วคราว เมื่อปี 2551 เนื่องจากจำเลยหลบหนี
       
       คดีที่ 2 การออกสลากเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว หรือหวยบนดิน โดยขัดต่อ พ.ร.บ.สลากกินแบ่งรัฐบาล และ พ.ร.บ.เงินคงคลัง ทำให้รัฐเสียหาย 14,862 ล้านบาท ซึ่งศาลได้พิพากษาความผิดรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง และอดีตผู้บริหารสำนักงานสลากกินแบ่งไปแล้ว เมื่อปี 2552 ยังเหลือส่วนที่ นายทักษิณ เป็นจำเลย ซึ่งศาลได้จำหน่ายคดีไว้ชั่วคราว และคดีที่ 3 การทุจริตจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในส่วนของเจ้าหน้าที่และบริษัทเอกชนที่ยังหลบหนี โดยสำนักกฎหมาย ป.ป.ช. จะรวบรวมเอกสารหลักฐาน เพื่อยื่นคำร้องต่อศาลต่อไป
       
       **"แม้ว" ส่งทนายร้องขอความเป็นธรรม
       
       ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.แจ้งวัฒนะ นายโชคชัย อ่างแก้ว ทนายความรับมอบอำนาจจาก นายทักษิณ ชินวัตร อดีนายกรัฐมนตรี และพล.ต.อ.วิรุฬ ฟื้นแสน อดีต ส.ว.เชียงราย ได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อ นายเข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุด ภายหลังปรากฏเป็นข่าวว่า อัยการสูงสุดมีความเห็นควรสั่งฟ้อง นายทักษิณ ชินวัตร ในข้อหาหมิ่นเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ ที่ ปอท.ได้ส่งสำนวนให้อัยการเมื่อปี 58 ทั้งนี้การร้องขอความเป็นธรรม ผู้ต้องหาขอให้มีการสอบสวนพยานเพิ่ม หรือทบทวน ความเห็นใหม่ โดยมีนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง และ นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกอัยการ เป็นผู้แทนรับหนังสือร้องเรียนดังกล่าวไว้เพื่อเสนออัยการสูงสุด พิจารณา
       
        ด้านนายประยุทธ รองโฆษกอัยการ กล่าวหลังรับหนังสือ ว่า ตามระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุด ว่าด้วยการดำเนินคดีอาญา ของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2547 ข้อ 48 ว่าด้วยการร้องขอความเป็นธรรมนั้นผู้ต้องหาสามารถยื่นคำร้องได้อยู่แล้ว ซึ่งตามระเบียบไม่ได้กำหนดว่า ผู้ต้องหาหรือผู้ร้องต้องมาด้วยตนเอง อย่างเช่นกรณีนี้ผู้ต้องหาได้มอบอำนาจให้ทนายความ และ พล.ต.อ.วิรุฬ ฟื้นแสน มายื่นซึ่งสามารถทำได้
        สำหรับการยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการนี้ ถือเป็นการใช้สิทธิของผู้ต้องหาในชั้นสอบสวน หรือชั้นพนักงานอัยการ ที่สามารถทำได้ ตามระเบียบดังกล่าว
       
       **โฆษก ทบ.แจงหัวคิว“รถถังจีน”
       
       ทางด้าน พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่มีการเปิดเผยข้อมูลในโซเชียล ถึงรถถัง VT4 (MBT-3000) ของกองทัพบก ที่ซื้อระยะ 2 จำนวน 10 คัน วงเงิน 2 พันล้านบาท จากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน มีราคาสูงถึงคันละ 200 ล้านบาท แต่ประเทศอื่นซื้อได้ในราคาคันละ 103.2 ล้านบาทเท่านั้น จนเกิดคำถามว่า"ส่วนต่าง" ถึงคันละกว่า 96 ล้านบาทหายไปไหน ว่า เป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงมาก เนื่องจาก รถถังVT4 ของจีนนั้น ยังไม่ได้ขายให้กับประเทศอื่นเลย แค่ผลิตใช้ประจำการในกองทัพสาธารณรัฐประชาชนจีนเท่านั้น และล่าสุดจีนได้ขายให้กับกองทัพบกไทย ส่วนเรื่องราคานั้น กองทัพบก ซื้อมาในราคาคันละ 172 ล้านบาทไม่ใช่คันละ 200 ล้านบาท
       
        "เมื่อเปรียบเทียบ กับราคาของรถถังประเทศ อื่นๆที่ได้มาร่วมเสนอราคา เมื่อครั้งเริ่มจัดทำโครงการจัดซื้อรถถัง VT4 ของประเทศจีน มีราคาต่ำที่สุด แล้ว และมีคุณภาพดี โดยคณะกรรมการฯ ของกองทัพบกได้ไปดูการทดสอบและการผลิตด้วยตนเองในทุกขั้นตอน" พ.อ.วินธัย กล่าว.