สั่งฟ้อง'เปรมชัย'9ข้อหา..อัยการลั่นไม่ดองสำนวน

ผู้จัดการออนไลน์

       ผู้จัดการรายวัน 360 - “ศรีวราห์”เผยคดีเสือดำทุ่งใหญ่นเรศวร ครบถ้วนทั้งพยานหลักฐาน ตำรวจสรุปสำนวนส่งฟ้อง “เปรมชัย” พร้อมพวก 9 ข้อหา เว้นข้อหาทารุณกรรมสัตว์แล้ว ขณะที่อัยการลั่นไม่ดองสำนวน จะเร่งรัดทุก 7 วัน เพื่อให้การทำสำนวนมีความเห็นในการสั่งคดีให้เร็วที่สุด
       
        วานนี้ (13 มี.ค.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ได้เดินทางไปที่ สภ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เพื่อรับฟังรายงานการสรุปสำนวนคดีนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวอล็อปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) พร้อมพวกรวม 4 ราย ร่วมกันล่าสัตว์ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ส่งมอบให้กับนางสมศรี วัฒนไพศาล อธิบดีอัยการภาค 7 และนายทนง ตะภา อัยการจังหวัดทองผาภูมิ

       
        พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. กล่าวว่า พนักงานสอบสวนสรุปสำนวน มีความเห็นสั่งฟ้องทั้ง 9 ข้อหา กรณีนายเปรมชัย พร้อมพวกรวม 4 คน ร่วมกันล่าสัตว์ป่าฯ ทุ่งใหญ่นเรศวร โดยพนักงานสอบสวนมีการสอบปากคำพยาน ทั้งสิ้น 51 ปาก ส่งหลักฐานและวัตถุพยานไปตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ 28 รายการ จำนวน 225 ชิ้น เอกสารสำนวน 2 แฟ้ม รวมทั้งสิ้น 857 แผ่น
       
        สำหรับคดีนี้พนักงานสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน ทำสำนวนเพียง 36 วัน ก็สามารถมีความเห็นสั่งฟ้องให้กับพนักงานอัยการได้ มั่นใจในพยานหลักฐานครบถ้วนสมบูรณ์ 99 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก 1 เปอร์เซนต์ รอหลักฐานบางส่วนเล็กๆน้อยๆจากทางกรมอุทยานฯ
       
        โดยทั้ง 9 ข้อหา ประกอบด้วย 1.ร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ 2.ร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยมิได้รับอนุญาติจากพนักงานเจ้าหน้าที่ 3.ร่วมกันล่าและพยายามล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ 4.ร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ 5.ร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ช่วยพาเอาไปเสีย หรือรับไว้ด้วยประการใด ซึ่งซากสัตว์ป่าอันได้มาโดยการกระทำความผิด
       
        6.ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากของสัตว์ป่าคุ้มครองโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ 7.ร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ 8.ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 9.ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน ส่วนข้อกล่าวหาที่ 10.ร่วมกันกระทำการอันเป็นการทารุณกรรมสัตว์ โดยไม่มีเหตุอันสมควร พนักงานสอบสวนเห็นสมควรไม่สั่งฟ้อง
       
        ด้าน นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า คดีนี้เป็นคดีสำคัญ สำนักงานอัยการภาค 7 เห็นว่าประชาชน สื่อมวลชน องค์กรด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ให้ความสนใจ ติดตามคดีอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เพื่อให้เกิดการพิจารณาคดีโดยรอบคอบ รวดเร็ว และโปร่งใส นางสมศรี วัฒนไพศาล อธิบดีอัยการภาค7 จึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อร่วมกันพิจารณาคดี ประกอบด้วยนายสมเจตน์ อำนวยสวัสดิ์ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 2 ภาค 7 เป็นหัวหน้าคณะทำงาน นายทนง ตะภา อัยการจังหวัดทองผาภูมิ คณะทำงาน พ.ต.ท.อำนาจ สุจริตชัย รองอัยการจังหวัดกาญจนบุรี คณะทำงาน และนายกฤษฎา ชูโต รองอัยการจังหวัดทองผาภูมิ คณะทำงานและเลขานุการ โดยจะมีการแถลงความคืบหน้าเป็นระยะ ส่วนจะมีความเห็นสั่งฟ้องภายในระยะเวลากี่วันนั้นยังไม่สามารถตอบได้ ต้องขอเวลาอ่านสำนวนเสียก่อน แต่ยืนยันไม่มีใครสั่งอัยการได้ ย้ำมีอิสระพิจารณาสำนวนตามขอบเขตของกฎหมาย
       
       นางสมศรี กล่าวว่า อัยการสูงสุดได้สั่งการให้พิจารณาคดีนี้อย่างรอบคอบ โปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อให้ประชาชนเชื่อถือ และมั่นใจในองค์กรอัยการ ส่วนกรณีที่บางคน หรือสื่อบางสำนัก ยังไม่รู้ข้อเท็จจริงแล้ววิพากษ์วิจารณ์ว่าอัยการจะมีดองสำนวนนั้น ไม่เป็นความจริง มีการเร่งรัดทุก 7 วัน
       

ข่าวยอดนิยม

ข่าววันนี้