สนช.เลือก7กกต.วันนี้-ผ่านแค่5ก็ทำหน้าที่ได้

MGROnline

       ผู้จัดการรายวัน360- โหวตเลือก 7 กกต.วันนี้ "สุรชัย" มั่นใจ สนช.ไม่ล้มกระดาน ระบุเลือกผ่านแค่ 5 คน ก็ทำหน้าที่ได้แล้ว ยันสนช.ต้องตรวจคุณสมบัติเข้ม "นิพิฏฐ์" จับตาคัด กกต.ใช้วิธีทาบทาม ส่อกระทบเลือกตั้งไม่สุจริต เที่ยงธรรม เปิดข้อกฎหมาย ยันต้อง"สรรหา" ไม่ใช่ "ทาบทาม"
       
        นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 1 กล่าวถึงการประชุมสนช. ในวันนี้ (12ก.ค.) ซึ่งจะมีการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลที่ผ่านการสรรหาให้ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จำนวน 7 คน ว่า ตามขั้นตอนจะเป็นการประชุมลับเพื่อพิจารณารายงานการตรวจสอบประวัติเชิงลึกของคณะกรรมาธิการ

       
        ส่วนที่มีข่าวออกมาว่า อาจจะมีผู้ผ่านการสรรหาหนึ่งคน มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติจนอาจไม่ได้รับการเห็นชอบจากสนช.นั้น ส่วนตัวไม่ทราบข้อเท็จจริงดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดเป็นดุลพินิจของสมาชิกสนช.ในการตัดสินใจว่า จะให้ความเห็นชอบหรือไม่อย่างไร ส่วนตัวเชื่อว่าการเลือก กกต.ครั้งนี้ คงไม่มีการล้มกระดานกันอีก เพราะบุคคลที่มาสมัครในครั้งนี้ เบื้องต้นน่าจะสำรวจตัวเองมาแล้ว
       
        "สนช.เข้มงวดในรายละเอียด และการดูประวัติเชิงลึก และความประพฤติทางจริยธรรม ผมคิดว่า เป็นเรื่องที่ดีที่จะช่วยกันคัดกรองเพื่อให้ตัวบุคคลที่มีคุณสมบัติครบถ้วนมาทำหน้าที่ เพราะกกต. จะมีหน้าที่การเข้ามาดูแลการเลือกตั้ง"
       
       ทั้งนี้ รองประธาน สนช. ยืนยันว่า สนช.ไม่มีใบสั่ง เป็นแต่เพียงข่าวที่ออกไปเท่านั้น เชื่อว่า สมาชิก สนช. มีดุลพินิจที่จะสามารถตัดสินใจได้เอง บนพื้นฐานของความเหมาะสม ขอให้ทุกฝ่ายมั่นใจว่า สนช. จะทำหน้าที่อย่างเป็นอิสระ เพื่อคัดกรองบุคคลที่ดีมาทำหน้าที่ กกต.
       
        เมื่อถามว่า หาก สนช.ลงมติเห็นชอบผู้ผ่านการสรรหาไม่ครบ 7 คน บุคคลที่ผ่านความเห็นชอบจะสามารทำหน้าที่ กกต.ได้ทันที หรือไม่ นายสุรชัย กล่าวว่า ถ้าผ่านความเห็นชอบจาก สนช.จำนวน 5 คน ก็สามารถเป็นองค์ประชุม เพื่อทำหน้าที่ได้ต่อไป
       
        ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง กรณีกระแสข่าวการพิจารณารายชื่อว่าที่ กกต. ของที่ประชุมสนช.ในวันนี้ ที่อาจจะได้กกต.ไม่ครบจำนวน7 คน ตามที่กฎหมายกำหนด และอาจนำไปสู่การใช้วิธีการทาบทามแทนว่า ต้องรอดูผลการลงคะแนนของที่ประชุมใหญ่ สนช.ก่อน ว่าจะออกมาอย่างไร ซึ่งถ้าเลือกบุคคลได้ไม่ครบ แล้วใช้วิธีการทาบทาม ก็จะมีข้อครหา หรือสังคมสามารถมองได้ว่า ผู้มีอำนาจต้องการส่ง หรือมีคนของตัวเองที่ต้องการให้ไปเป็นกกต.อยู่แล้ว ซึ่งจะทำให้ กกต.ที่ได้มาจากการทาบทาม อาจไม่ได้รับความเชื่อถือในความเป็นกลาง ในที่สุดก็จะกระทบต่อความเชื่อมั่นในการทำหน้าที่ของ กกต. ส่งผลให้การจัดการเลือกตั้งในอนาคตไม่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน และสังคม ว่าจะทำให้เกิดความสุจริต เที่ยงธรรม ได้จริงหรือไม่ ซึ่งถ้าผู้มีอำนาจใช้วิธีการทาบทามจริง ก็ทำให้มองได้ว่า ผู้เล่นข้างหนึ่งเป็นคนเลือกกรรมการเข้ามาคุมเกมการแข่งขัน ถ้ากรรมการไม่เป็นกลาง คนดูและผู้ร่วมเกมแข่งขันอื่น ก็ไม่ยอมรับผลการแข่งขัน เกรงว่าที่สุดจะกลายเป็นการสร้างปมความขัดแย้งรอบใหม่ในสังคมขึ้นมาอีก
       
       ทั้งนี้ หากดูตามกฎหมาย กกต. ระบุชัด ในมาตรา222 ว่าใช้การสรรหาบุคคลมาเป็นกกต. คือ 5 คน มาจากการสรรหา และอีก 2 คนมาจากการคัดเลือกมาจากที่ประชุมใหญ่ของผู้พิพากษาศาลฎีกา รวมเป็น 7คน ซึ่งกฎหมายไม่ได้ระบุ หรือใช้คำว่า ให้มีการใช้การทาบทาม ที่เขาพูดเปิดช่องไว้ ซึ่งเขาอาจจะระบุ หรือเชื้อเขิญคนที่เขาถูกใจให้มาลงสมัครเป็น กกต.ก็ได้ แต่ที่ผ่านมาในการสรรหาบุคคลที่เป็นกลาง เป็นที่ประจักษ์ต่อสังคมไม่เคยมีการใช้ระบบเช่นนี้ จึงอยากให้ สนช. พิจารณาให้รอบคอบ ถี่ถ้วน เป็นไปตามปกติตามขั้นตอนการสรรหา กกต. เพื่อมาทำหน้าที่นี้โดยสุจริต และเที่ยงธรรม แต่ก็อย่าแปลกใจ หากผลไม่เป็นเช่นนั้น เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นได้ในยุคนี้ ขอให้สังคมจับตามอง ตามให้ทัน