'บิ๊กโจ๊ก'สั่งสาวเส้นทางเงินพบหลักฐานมัด"นอมินี"

MGROnline

       ผู้จัดการรายวัน 360 - ญาตินักท่องเที่ยวที่เสียชีวิตจากเหตุเรือฟินิกซ์ล่มกลางทะเล ที่ภูเก็ต ร่วมพิธีเรียกขวัญผู้เสียชีวิตครบรอบ 7 วัน ตามประเพณีจีน เจ้าท่าเตรียมสั่งเครนขนาด 400 ตันจากมาเลเซียเพื่อกู้ซากเรือ พร้อมตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง "บิ๊กโจ๊ก" สั่งเดินหน้า ตรวจสอบเส้นทางการเงิน บริษัทเจ้าของเรือล่ม หลังตรวจสอบพบความผิดที่ชัดเจนกว่า 80% ขณะที่เจ้าของอู่ต่อ "เรือฟินิกซ์" ยันมีมาตรฐาน-ประสบการณ์นานกว่า 40 ปี
       
        วานนี้ (11 ก.ค.) ที่บริเวณปลายท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง ตำบลฉลอง อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต บรรดาญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เรือฟินิกซ์ ไดร์วิ่งล่มที่บริเวณเกาะเฮ จ.ภูเก็ต มีผู้เสียชีวิตแล้ว 46 คน และยังสูญหาย 1 ราย ได้เดินทางมาทำพิธีเรียกขวัญผู้เสียชีวิตครบรอบ 7 วัน ตามประเพณีจีน และพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้เสียชีวิต ท่ามกลางรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ญาติผู้เสียชีวิตได้นำดอกไม้ ธูปเทียน ผลไม้ รวมทั้งสิ่งของที่ผู้เสียชีวิตชื่นชอบมาประกอบพิธีที่บริเวณริมท่าเรือด้วย

       
        นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิสุทธิ์ เจ้าท่าภูมิภาคที่ 3 กล่าวถึงการกู้เรือฟีนิกซ์ ไดวิ่ง ที่จมอยู่ใต้ทะเล จากเหตุเรือล่มที่เกาะเฮ จ.ภูเก็ต ว่า ขณะนี้กรมเจ้าท่า ได้ประสานกับทัพเรือภาคที่ 3 เพื่อที่จะทำการพลิกเรือค้นหาศพอีก 2 ศพ ที่ยังสูญหาย หากการค้นหาผิวน้ำไม่ประสบความสำเร็จ เพื่อให้เกิดความสบายใจไม่มีศพผู้เสียชีวิตถูกเรือทับ ซึ่งการพลิกเรือหรือกู้เรือจะต้องทำอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เรือได้รับความเสียหาย เนื่องจากเป็นพยานหลักฐานสำคัญในการดำเนินคดีที่มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก
       
        พร้อมกันนี้ กรมเจ้าท่ากำลังรอการประสานกับเจ้าของเรือและทนายความ ในการอนุญาตให้เจ้าท่าเข้าทำการกู้เรือลำดังกล่าว เมื่อเจ้าของเรืออนุญาตแล้ว ทางกรมเจ้าท่าจะสั่งเครื่องมือกู้เรือที่เป็นเครนขนาด 400 ตัน มาจากประเทศมาเลเซีย ที่สามารถเดินทางมาถึงภายใน 10 วัน และจะต้องใช้นักประดาน้ำ ผู้กู้เรือที่มีความชำนาญและมีประสบการณ์และอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ที่ทันสมัย เนื่องจากจุดที่เรือจมอยู่ในน้ำลึกถึง 45 เมตร
       
        นายภูริพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางกรมเจ้าท่า ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว
       
       *** “บิ๊กโจ๊ก” สั่งสอบเส้นทางการเงิน
        พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พร้อมตัวแทนจาก 14 หน่วยงาน ร่วมกันแถลงสรุปผลปฏิบัติการเข้าตรวจค้น 11 จุด ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจทัวร์นำเที่ยวไม่ได้มาตรฐานว่าจ้างคนไทยเป็นนอมินี ว่า จากการตรวจค้น สามารถยึดเอกสารที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจ 33 ชุด เครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและโน๊ตบุ๊ก 12 เครื่อง สินค้าเลี่ยงภาษีกว่า 1,000 ชิ้น เสื้อชูชีพไม่ได้มาตรฐาน 21 ตัว และวิทยุสำหรับบอกพิกัดเรือ 1 เครื่อง นอกจากนี้ ยังจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 คน คือนายอิทธิโรจน์ ชวาลพิพัฒน์พงศ์ หรือช้าง ผู้จัดการเก่า บริษัท ทรานส์ลี่ ทราเวิล จำกัด และเป็นเจ้าของที่พักและบาร์ในจุดตรวจค้นที่ 4 ซึ่งเข้าข่ายความผิดฐาน บุกรุกป่าสงวน และรุกล้ำป่าชายเลน และนางสาววรลักษณ์ ฤกษ์ชัยกาล หรือ ยุ้ย เจ้าของเรือยอร์ช บริษัท ทีซี บลู ดรีม จำกัด ในความผิดฐานซื้อหรือรับไว้ของที่ไม่ผ่านศุลกากร
       
       ทั้งนี้ ผลการตรวจสอบดังกล่าวพบความผิดที่ชัดเจนกว่าร้อยละ 80 ซึ่งหลักฐานที่อายัดได้ต้องมีการขยายผลตรวจสอบต่อ เช่น บริษัท เลซี่แคท ทราเวล จำกัด ผู้ให้บริการเรือโดยสารเซเรนาตาร์ และบริษัท ทีซี บลูดรีม จำกัด ผู้ให้บริการเรือโดยสาร ฟินิกซ์ ไดร์ฟวิ่ง จะต้องไล่ตรวจสอบตั้งแต่เอกสารการจดทะเบียน, เส้นทางการเงิน, ผู้ถืออำนาจที่แท้จริง, หลักฐานการโอนเงินให้กับชาวต่างชาติ นอกจากนี้ยังต้องตรวจสอบไปถึงผู้ต้องหาที่พักอาศัยอยู่ในที่ดินบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน บริเวณหาดนุ้ย อำเภอเมืองภูเก็ต
       
       *** อู่ต่อเรือฟินิกซ์ยันได้มาตรฐาน
        นายจิรวัฒน์ กูรมะกนก เจ้าของบริษัท ธนวัฒน์ เอ็นจิเนียร์ริ่ง จำกัด ที่ตั้งอยู่บริเวณท่าเทียบเรือรัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต และเป็นผู้ต่อเรือ "ฟินิกซ์" กล่าวว่า บริษัทมีประสบการณ์ด้านต่อเรือมายาวนานถึง 40 ปี โดยเรือฟินิกซ์ เป็นเรือท่องเที่ยวลำแรกที่ต่อขึ้นมา ค่าจ้าง 11 ล้านบาท ผ่านการตรวจสอบจากกรมเจ้าท่าเรียบร้อยและส่งมอบให้ลูกค้าเมื่อปี 2560 หลังจากนั้นลูกค้าสั่งให้ต่อเรือคู่แฝดกับเรือฟินิกซ์อีก 1 ลำ ขนาดบรรทุกผู้โดยสาร 120 คน ราคา 11 ล้านบาท เช่นเดียวกัน ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้วกว่า 70%