หุ้นไทยร่วงหนัก40จุด ต่างชาติเทหมื่นล้าน

ผู้จัดการออนไลน์

       ตลาดหุ้นไทยแดงทั้งกระดาน ดัชนีดิ่งหนักกว่า 40 จุด สอดคล้องตลาดหุ้นเอเชียที่ติดลบ 3-6% หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ มีอัตราเร่งตัวและไร้ปัจจัยใหม่เข้ามาหนุน เอ็มดีตลาดหุ้น "ภากร" เผยหุ้นไทยปรับตัวลดลงน้อยเพื่อนบ้าน เพราะปัจจัยภายในยังแข็งแกร่ง แนะให้ลงทุนหุ้นพื้นฐาน-แนวโน้มโต ขณะที่นักลงทุนต่างชาติ ขายทิ้งต่อเนื่องอีก 1 หมื่นล้านบาท
       
       บรรยากาศการซื้อขายในตลาดหุ้นไทย วานนี้ (11 ต.ค.) ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลดลงอย่างแรงตั้งแต่เปิดการซื้อขาย ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นภูมิภาค หลังจากตลาดหุ้นดาวน์โจนส์ ร่วงกว่า 3% จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น โดยดัชนีปรับตัวลดลงต่ำสุดที่ 1,673.59 จุด สูงสุดที่ 1,688.63 จุด ก่อนจะปิดการซื้อขายที่ 1,682.89 จุด ลดลง 38.93 จุด หรือคิดเป็น 2.26% มูลค่าการซื้อขาย 82,888.83 ล้านบาท

       
       ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติ เทขายสุทธิกว่า 10,562.16 ล้านบาท สถาบันในประเทศ ซื้อสุทธิ 1,702.56 ล้านบาท บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ขายสุทธิ 1,047.58 ล้านบาท และนักลงทุนรายย่อย ซื้อสุทธิ 9,907.19 ล้านบาท
       
       สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ บมจ.ปตท. (PTT) ปิดที่ 51.00 บาท ลดลง 3.00 บาท หรือ 5.56% มูลค่าการซื้อขาย 8,280.00 ล้านบาท บมจ.ซีพีออลล์ (CPALL) ปิดที่ 67.25 บาท ลดลง 1.75 บาท หรือ 2.54% มูลค่าการซื้อขาย 3,910.76 ล้านบาท และบมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) ปิดที่ 146.00 บาท ลดลง 6.00 บาท หรือ 3.95% มูลค่าการซื้อขาย 3,345.20 ล้านบาท
       
       ขณะที่ตลาดหุ้นหลักในเอเชีย นำโดยตลาดหุ้นโตเกียว ดัชนีนิกเกอิ ปิดที่ 22,590.86 จุด ลดลง 915.18 จุด หรือ 3.89% ตลาดหุ้นฮ่องกง ดัชนีฮั่งเส็ง ปิดที่ 25,266.37 จุด ลดลง 926.70 จุด หรือ 3.54% ตลาดหุ้นสิงคโปร์ ดัชนี FTSE ปิดที่ 3,047.39 ตุด บดบว 84.09 จุด หรือลดลง 2.69%
       
       นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าวว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงเป็นไปตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐฯ และภูมิภาคเอเชีย จากความกังวลในต่างประเทศ เกี่ยวกับค่าเงินเฟ้อและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล แต่ถือว่าตลาดหุ้นไทยปรับลดลงน้อยกว่าตลาดส่วนใหญ่ในภูมิภาค
       
       "ความผันผวนที่เกิดขึ้นน่าจะเกิดขึ้นในระยะสั้น เสถียรภาพทางเศรษฐกิจของไทยยังแข็งแกร่ง ผลประกอบการบจ.ไทย ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง ดังนั้น ตลท. ขอให้ผู้ลงทุนพิจารณาลงทุนในบริษัทที่มีพื้นฐานดีและมีแนวโน้มเติบโต นอกจากนี้ ควรติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวทั้งในประเทศและต่างประเทศที่จะเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการลงทุน เพื่อการปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์" นายภากร กล่าว
       
       ด้านนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ประเมินในทิศทางเดียวกัน โดยสาเหตุที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงสอดคล้องกับภูมิภาค แต่ลดลงในสัดส่วนที่น้อยกว่าตลาดเอเชียที่ติดลบประมาณ 3-6% เนื่องจากนักลงทุนปรับพอร์ตลดความเสี่ยงหลังจากสัญญาณความเสี่ยงสูงขึ้น โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ (Bond Yield) กลับมาเร่งตัวขึ้น และทิศทางค่าเงินในเอเชียอ่อนค่า รวมทั้งยังไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามาสนับสนุน ส่วนแนวโน้มวันนี้ (12 ต.ค.) ยังมีแนวโน้มปรับตัวลดลงได้อีก โดยให้แนวรับที่ 1,665 จุด และแนวต้านที่ 1,690 จุด.
       

ข่าวยอดนิยม

ข่าววันนี้