สมคิดสั่งอุ้มผู้มีรายได้น้อย ปตท.เล็งช่วย“พี่วิน”3บ./ลิตร

ผู้จัดการออนไลน์

       "สมคิด" มอบนโยบาย ปตท. อุ้ม “ผู้มีรายได้น้อย” ลดผลกระทบราคาพลังงานที่สูงขึ้น ขีดเส้น 3 เดือนให้ “ก.พลังงาน-ปตท.” หารูปแบบขายน้ำมันราคาถูกให้กับกลุ่มรถแท็กซี่-จักรยานยนต์รายได้น้อย ด้าน "ศิริ" เด้งรับเตรียมศึกษาแนวทางหั่นราคาแก๊สโซฮอล์ 95 ลด 3 บาทต่อลิตรให้กลุ่มรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง สรุปรูปแบบชัดเจนและเปิดจำหน่ายได้ ธ.ค.นี้ ใช้เงินราว 600 ล้านบาทต่อปี
       
       วานนี้ (11 ต.ค.) นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และนายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม ไปตรวจเยี่ยม มอบนโยบายให้ผู้บริหาร บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เนื่องจากจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยได้มอบหมาย 4 เรื่อง ให้ปตท.มาช่วยดูแล คือ 1. ให้ปตท.ช่วยดูแลความมั่นคงด้านพลังงาน และผู้มีรายได้น้อย เพื่อไม่ให้ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นราคาพลังงาน แม้ว่าขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณอันตราย แต่ก็ให้วางแผนรับมือล่วงหน้าไว้ 2. แนวทางการดูแลผู้มีรายได้น้อย ผ่านโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ เนื่องจาก ก.คลัง ได้ร่วมกับธนาคารกรุงไทย ทำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ดังนั้น กระทรวงพลังงาน กับ ปตท. ควรไปหารือความเป็นไปได้ ในการกำหนดแนวทางการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย สามารถซื้อน้ำมันในราคาต่ำกว่าปกติ หรือมีส่วนลด โดยเน้นกลุ่มรถเท็กซี่ และจักรยานยนต์ผู้มีรายได้น้อย ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อให้ดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 3 เดือน

       
       3. ให้ปตท. เข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนนโยบายเศรษฐกิจชีวภาพ (ไบโอ อีโคโนมี ) โดยอาศัยจุดแข็งของปตท. ทำงานร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรมในรูปแบบคลัสเตอร์ขึ้นมา 4 .เสนอให้ บมจ. ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (PTTOR) ที่มีสถานีบริการน้ำมันอยู่ทั่วประเทศ กว่า 1,600 แห่ง ให้เลือกสาขาที่เหมาะสมในการเป็นศูนย์กลางของชุมชน โดยนำระบบอินเทอร์เน็ต IOT มาเชื่อมโยง ตั้งแต่ซัปพลายเออร์การเกษตร ไปถึงผู้บริโภค โดยอาศัยข้อมูลบิ๊กดาต้า จากธนาคาของรัฐ ทั้งกรุงไทย และออมสิน ในการทำแฟลทฟอร์มการสั่งซื้อ และรับส่งสินค้า ซึ่งเป็นหลักการของเกษตรประชารัฐ 4.0 ช่วยเหลือ ซึ่งประเทศจีนได้มีการดำเนินการรูปแบบดังกล่าวแก้ปัญหาพืชผลการเกษตรตกต่ำ โดยรัฐบาลจะทำไม่สำเร็จ ถ้า ปตท.ไม่เข้ามาช่วยเหลือ
       
       นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานจะร่วมมือกับ ปตท. และผู้ค้าน้ำมัน มาตรา 7 ที่สมัครใจ เพื่อศึกษาแนวทางการลดผลกระทบต่อราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มสูงขึ้นในช่วงปลายปี ให้กับรถจักรยานยนต์รับจ้าง เพื่อไม่ให้ปรับขึ้นค่าโดยสาร ด้วยการนำเสนอแนวทาง ลดราคาแก๊สโซฮอล์ 95 ให้ต่ำกว่าราคาขายปกติทั่วไปลง 3 บาทต่อลิตร โดยคาดว่า จะศึกษาและดำเนินการได้ภายใน ธ.ค.นี้ โดยใช้เงินราว 600 ล้านบาท ต่อปี ปัจจุบันรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ลงทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกในเขต กทม. 1 แสนคัน ขณะที่ต่างจังหวัดอีกกว่า 1.5 แสนคัน รวมกันประมาณ 2-3 แสนคัน เบื้องต้นจะช่วยกลุ่มนี้ก่อน จากนั้นระยะต่อไป อาจจะช่วยเหลือมอเตอร์ไซค์ที่เป็นผู้มีรายได้น้อยในภาพรวมต่อไป
       
       "เป็นรูปแบบที่จะเป็นความร่วมมือประชารัฐที่รัฐจะร่วมกับ ปตท. และเอกชนที่เกี่ยวข้อง โดยส่วนหนึ่งจะนำเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาดูแล และอีกส่วนจะเป็นเอกชนที่จะร่วมมือ โดยมอเตอร์ไซค์รับจ้าง จะต้องขึ้นทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก และมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรผู้มีรายได้น้อย" นายศิริ กล่าว
       
       นายศิริ กล่าวว่า ปัจจุบันกระทรวงพลังงาน มีมาตรการที่จะดูแลราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (เอ็นจีวี) ที่ บมจ.ปตท.ช่วยเหลือรถโดยสารสาธารณะ ให้ได้ใช้ในราคาต่ำอยู่ในอัตรา 10.50 บาทต่อลิตร ซึ่งได้ใช้เงินอุดหนุนราคาอยู่ปีละ 2,500 ล้านบาท โดย ปตท.ได้ดำเนินการมาแล้วเป็นปีที่ 5 และจะดำเนินการต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง ขณะเดียวกัน ในส่วนของแอลพีจี (ก๊าซหุงต้ม) สำหรับแม่ค้าหาบเร่ แผงลอย รัฐบาลก็ดูแลผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ใช้ได้เป็นเงิน 45 บาทต่อ 3 เดือน เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพ ซึ่งจะดำเนินการถึงกลางปี 62
       
       ด้านนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แนวทางความช่วยเหลือประชาชนเพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มขยับตัวสูงขึ้นนั้น แบ่งเป็น 2 โครงการ โดยโครงการแรกทางกระทรวงพลังงาน จะร่วบกับกลุ่มผู้ค้าน้ำมัน มาตรา 7 เพื่อให้ลดราคาน้ำมันให้กับกลุ่มรถจักรยานยนต์รับจ้าง อัตรา 3 บาท/ลิตร โดยใช้เงินกองทุนน้ำมันฯเข้ามาอุดหนุน 2 บาท/ลิตร และผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 อุดหนุนอีก 1 บาท/ลิตร ซึ่งในส่วนนี้ ปตท. ยืนยันว่าพร้อมที่จะเป็นผู้นำเข้าร่วมโครงการดังกล่าว ซึ่งจะต้องหารือในรายละเอียดกับกระทรวงพลังงานต่อไป
       
       โครงการที่สอง เป็นแนวทางที่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ได้ให้แนวทางกับกลุ่มผู้มีรายได้น้อย หากราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นกว่าปัจจุบัน โดยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งจะต้องศึกษารายละเอียด รวมทั้งจำกัดปริมาณการใช้น้ำมันในแต่ละเดือนด้วย คาดว่าผลการศึกษาจะแล้วเสร็จใน 3 เดือนนี้.
       

ข่าวหนังสือพิมพ์รายวัน

ข่าวยอดนิยม