ถอย พ.ร.บ.หมา-แมว บิ๊กตู่โยนเกษตรฯทบทวน

ผู้จัดการออนไลน์

       

จากกรณีที่การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้มีมติเห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ที่มีสาระสำคัญให้ประชาชนที่มีสัตว์เลี้ยง ต้องนำไปขึ้นทะเบียน รวมค่าใช้จ่ายตัวละประมาณ 450 บาท หากไม่ปฏิบัติตามอาจถูกปรับ 25,000 บาท จนเกิดกระแสคัดค้านในวงกว้างนั้น
       วานนี้ (11 ต.ค.) นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอร่างกฏหมายนี้เพื่อดูแลการขึ้นทะเบียนสัตว์ต่างๆ โดยเฉพาะสัตว์ที่ถูกละเลยและถูกทอดทิ้ง รวมถึงความรับผิดชอบของผู้ที่เป็นเจ้าของที่บางครั้งปล่อยให้สัตว์ไปทำร้ายหรือสร้างปัญหาให้กับผู้อื่น แต่เมื่อมีกระแสโซเชียลมองอีกแง่มุมหนึ่ง ทำให้นายกรัฐมนตรีมีความกังวลใจเรื่องนี้มากซึ่งในที่ประชุม ครม.นายกฯได้ตั้งข้อสังเกตให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ระมัดระวังการจัดระเบียบสัตว์เลี้ยงเรื่องนี้ โดยเฉพาะอัตราค่าปรับ การขึ้นทะเบียน สัญลักษณ์สัตว์ และผลกระทบในขั้นตอนการขึ้นทะเบียนสัตว์ ไม่ให้เป็นภาระต่อประชาชน จึงมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และคณะกรรมการกฤษฎีกาทบทวนรายละเอียด เพื่อหาข้อสรุปในขั้นตอนต่างๆที่จะต้องไม่กระทบและไม่เป็นภาระต่อประชาชน ก่อนนำร่างนี้กลับเข้าสู่การพิจารณาของครม.อีกครั้ง อยากให้ประชาชนได้เข้าใจตรงกันว่ายังมีอีกหลายขั้นตอนในการพิจารณาร่างกฏหมายนี้
       ด้าน นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.นี้ยังไม่มีผลบังคับใช้ ยังเป็นร่างกฎหมายที่ต้องผ่านกระบวนการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อีก 3 วาระ อย่างไรก็ตาม ยังมีบัญญัติบางประการ เช่น การขึ้นทะเบียน การทำเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ การกำหนดอัตราค่าธรรมเนียม และอัตราค่าปรับที่อาจเป็นภาระประชาชนเกินควร ครม.จึงมีมติให้กระทรวงเกษตรฯ รับร่างดังกล่าวกลับไปพิจารณาร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วนำเสนอครม.พิจารณาอีกครั้ง ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ กำลังเร่งหาแนวทางยกเว้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมขึ้นทะเบียนสัตว์ เพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน


       ขณะที่ นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ และโฆษกกระทรวงเกษตรฯ เปิดเผยว่า ที่ประชุมผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหรณ์ที่มี รมว.เกษตรฯเป็นประธาน ได้เห็นชอบให้ถอนร่างกฎหมายดังกล่าวออกมาก่อน และให้นำไปทบทวนกับ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนเพิ่มเติม ก่อนจะเสนอต่อครม.อีกครั้ง.
       

ข่าวยอดนิยม