กกพ.ล้มดีลGLOW ชี้ขัด กม.-เข้าข่ายลดการแข่งขัน ยังอุทธรณ์ได้

ผู้จัดการออนไลน์

       

       "กกพ." ลงมติเอกฉันท์ ห้าม "GPSC" ซื้อหุ้น "GLOW" ระบุ เข้าข่ายลดการแข่งขัน ขัดต่อ พ.ร.บ.การประกอบกิจการพลังงาน 2550 มาตรา 60 มั่นใจ คำชี้ขาดสร้างบรรทัดฐานที่ดีต่อการลงทุน โดยยังเปิดทางให้ยื่นอุทธรณ์ได้ ขณะที่ GPSC รับทราบคำตัดสินแล้ว แต่ขอศึกษาก่อนว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ ด้าน ตลท.เตือนลงทุน GLOW ให้รอบคอบ-ราคาร่วง 6%
       

        วานนี้ (11 ต.ค.) น.ส.นฤภัทร อมรโฆษิต เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เมื่อวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา มีมติเป็นเอกฉันท์ ไม่อนุมัติคำขอเพื่อรวมกิจการ โดยการเข้าซื้อหุ้นส่วนใหญ่ของ บริษัทโกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ใน บมจ.โกลว์ พลังงาน (GLOW) เนื่องจากจะส่งผลต่อการลดการแข่งขันในการให้บริการพลังงาน ซึ่งขัดต่อเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.การประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 รวมทั้งการพิจารณาของ กกพ. ยังเป็นการพิจารณาที่ตระหนักถึงการสร้างบรรทัดฐาน ในการพิจารณาในระยะยาวด้วย
       
        "กกพ. พิจารณาแล้วพบว่า การรวมกิจการดังกล่าว ส่งผลให้พื้นที่อุตสาหกรรมในบางพื้นที่ จะมีบริษัทที่มีอำนาจการบริหารกิจการไฟฟ้าลดลงเหลือเพียงรายเดียว จึงเป็นการลดการแข่งขัน ถึงแม้ว่าจะอยู่ในพื้นที่การให้บริการไฟฟ้า ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ก็ตาม และ กกพ .เชื่อมั่นว่า มติที่เกิดขึ้นจะเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ดีและถูกต้องในระยาวด้วย " น.ส.นฤภัทร กล่าว
       
        ทั้งนี้ กกพ. ยังมีการพิจารณาในประเด็นของ บางพื้นที่อุตสาหกรรมดังกล่าว ซึ่งผู้รับบริการ อาจมีทางเลือกในการรับบริการจากผู้ประกอบการรายอื่น ได้แก่ กฟภ. และอาจจะทำให้ลดการแข่งขัน ก็พบว่า การให้บริการของ กฟภ. ก็ไม่สามารถทดแทนการให้บริการของลูกค้ากลุ่ม GLOW ได้ เนื่องจากเหตุผลทางคุณภาพ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ที่ต้องการความมีเสถียรภาพ รวมทั้ง กฟภ. ยังต้องจำหน่ายไฟฟ้าในราคาเดียวกันทั่วประเทศ (Uniform Tariff) ทำให้ไม่สามารถให้อัตราส่วนลดกับผู้รับบริการได้ ส่งผลให้เกิดการลดการแข่งขันดังกล่าว
       
        อย่างไรก็ตามภายใต้ พ.ร.บ.การประกอบกิจการพลังงาน มาตรา 60 และ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง กำหนดให้ กกพ. มีอำนาจในการออกระเบียบ กำหนดหลักเกณฑ์ เพื่อมิให้มีการกระทำการใดใด อันเป็นการผูกขาด ลดการแข่งขัน หรือจำกัดการแข่งขัน ในการให้บริการพลังงาน และกรณีของ GPSC ซึ่งเข้าซื้อหุ้นส่วนใหญ่ของ GLOW จึงเป็นการรวมกิจการ เข้าเงื่อนไขของการที่ผู้รับใบอนุญาตรายหนึ่งเข้าครอบงำผู้รับอนุญาตอีก รายหนึ่งซึ่งไม่สามารถทำได้ เว้นแต่จะขออนุญาตต่อ กกพ. เพื่อให้พิจารณาเหตุผล และความจำเป็นที่เพียงพอ หรือเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ หรือผู้ใช้พลังงาน
       
        " กกพ. เชื่อมั่นว่า การพิจารณาและมีมติดังกล่าว ได้ยึดมั่นในการส่งเสริมและสนับสนุน แนวทางการค้าเสรี อย่างเป็นธรรม สร้างบรรยากาศที่ดีต่อการลงทุนทั้งภายในประเทศ และการลงทุนจากต่างประเทศ และขั้นตอนหลังจากนี้ กกพ. จะได้แจ้งคำสั่งไม่อนุญาตไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งแจ้งสิทธิในการในการอุทธรณ์ตามระเบียบ และจัดทำกรอบหลักการในการพิจารณาเรื่องรวมกิจการตามแนวทางข้างต้น เพื่อใช้เป็นแนวปฏิบัติต่อไป" น.ส.นฤภัทร กล่าว
       
        นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท. (PTT) กล่าวว่า กรณี กกพ. มีมติไม่อนุมัติให้ GPSC เข้าซื้อหุ้น GLOW นั้น ปตท.ให้อำนาจ GPSC เป็นผู้ดำเนินการหลังจากนี้ว่าจะอุทธรณ์กรณีดังกล่าว หรือไม่ เพราะปตท.เป็นเพียงผู้ถือหุ้นใน GPSC เท่านั้น
       
       ขณะที่ นายชวลิต ทิพพาวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC กล่าวว่า บริษัทจะหารือกับบริษัทEngie ในสัปดาห์หน้า เพื่อนำ ข้อหารือเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทในวันที่18 ต.ค.นี้เพื่อหาแนวทางการดำเนินการอย่างไรต่อไป หลังจากกกพ.มีมติไม่อนุมัติให้บริษัทเข้าซื้อGLOW 69.11% ส่วนบริษัทจะยื่นอุทธรณ์คำตัดสินกกพ.หรือไม่นั้น คงต้องรอหนังสือมติเอกฉันท์ที่ไม่อนุมัติการเข้าซื้อGLOW ฉบับเต็มจากกกพ.ก่อน ค่อยตัดสินใจ ซึ่งยังมีเวลา30วัน ในการยื่นอุทธรณ์ ขณะนี้เร็วเกินไปที่จะตอบ
       
        ทั้งนี้ บอร์ด GPSC ได้มีมติอนุมัติให้เข้าซื้อหุ้น บมจ.โกลว์ พลังงาน(GLOW) จำนวน 1,010,976,033 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 69.11% จากกลุ่ม Engie ในราคาซื้อขาย 96.5 บาท/หุ้น คิดเป็น 97,559 ล้านบาท หลังจากนั้นจะเสนอซื้อหุ้นGLOWที่เหลือทั้งหมดต่อไป โดยเบื้องต้นจะกู้ยืมเงินไม่เกิน 1.42 แสนล้านบาทจากสถาบันการเงินและ/หรือผู้ถือหุ้นใหญ่เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนระยะสั้นในการซื้อหุ้น หลังจากนั้นบริษัทจะปรับโครงสร้างการเงิน โดยจะเพิ่มทุนไม่เกิน 7.4 หมื่นล้านบาทเพื่อคืนหนี้เงินกู้ระยะสั้นดังกล่าว แต่ดีลการซื้อGLOW ได้ถูกกระแสคัดค้านเริ่มตั้งแต่นายกรณ์ จาติกวณิช อดีต รมว.คลัง และลูกค้าผู้ใช้ไฟของ GLOW ซึ่งเป็นบริษัทในเครือซิเมนต์ไทยคัดค้านขอให้ กกพ.มีมติไม่ให้อนุมัติดีลการซื้อหุ้นดังกล่าว โดยเห็นว่าการซื้อGLOW เป็นการผูกขาดธุรกิจไฟฟ้าในมาบตาพุด รวมทั้งกลุ่มลูกค้าผู้ใช้ไฟGLOWก็มีข้อกังวลว่าข้อมูลทางการค้าจะรั่วไหล ซึ่ง GPSC ได้ออกมาชี้แจงว่าการเข้าซื้อหุ้นGLOW ไม่ถือเป็นการผูกขาดตลาด เนื่องจากกำลังการผลิตของGPSC รวมกับGLOW แล้วมีสัดส่วนไม่เกิน 7%ของกำลังการผลิตไฟฟ้าในประเทศ และพร้อมที่จะทำบันทึกช่วยจำกับกลุ่มลูกค้าGLOWเพื่อสร้างความเชื่อมั่น แต่สุดท้ายกกพ.มีมติไม่เห็นชอบดีลดังกล่าว
       
       อีกด้าน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้ประกาศเตือนให้ผู้ลงทุนศึกษาข้อมูลเรื่องเงื่อนไขบังคับก่อนภายใต้สัญญาซื้อขายหุ้นระหว่าง GPSC และ Engie Global Development B.V. ตามที่ GPSC แจ้งไว้ว่าเงื่อนไขดังกล่าวไม่สำเร็จหลังคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติไม่เห็นชอบการเข้าซื้อหุ้น GLOW โดยวานนี้ (11 ต.ค.) ราคาหุ้น GPSC ปรับตัวลดลงแตะระดับต่ำสุดที่ 65.50 บาท สูงสุด 67.75 บาท และปิดที่ 67 บาท ลดลง 1 บาท หรือคิดเป็นลดลง 1.47% มูลค่าซื้อขาย 693.90 ล้านบาท ส่วน GLOW จุดต่ำสุดที่ 81.50 บาท สูงสุด 84.00 บาท และปิดการซื้อขาย 82.25 บาท ลดลง 5.25 บาท หรือคิดเป็น 6% มูลค่าซื้อขาย 1,623.05 ล้านบาท.
       

ข่าวยอดนิยม

ข่าววันนี้