ข้อคิดพินิจธรรม

       

บุญกุศล ยอมอํานวยผลใหตราบเทาถึงชรา พระพุทธเจาทรงตรัสไวคือ มีศรัทธา เชื่อบุญ-บาป ตั้งใจบําเพ็ญบุญกุศล ก็จะทําใหรางกายปกติแข็งแรง จิตใจตั้งมั่นไมทุกขรอน คนมีบุญใจไมรอนใจไมทุกข ลองสังเกตตัวเองวาตั้งแตตั้งใจทําดี ความโกรธ ความใจรอน ความโมโหโทโส เบาลงหรือเปลา อันนี้ตองพิจารณาเอง คนอื่นรูใหไมได ตัวรูของตัว
       พระสุธรรมคณาจารย์ (เหรียญ วรลาโภ)
       วัดอรัญบรรพต จ.หนองคาย


       
       ใครๆในโลกนี้ก็เหมือนกัน ถ้าหากเห็นว่าโลภ โกรธ หลง มันเป็นของอร่อยอยู่ มันก็ลดละไม่ได้ มันต้องไปสังเวยเป็นอาหารของกิเลสต่อไป เรื่องความวู่วามโผงผางนี้ พระบรมศาสดากล่าวว่า เป็นตามนิสัยก็มี เพราะบางคนอุปมาเหมือนน้ำใสกลางขุ่นขอบ คือมารยาทไม่งาม พูดจาโผงผาง แต่จิตใจเป็นธรรมอยู่ บางคนเหมือนน้ำใสทั้งขอบทั้งกลาง หมายความว่าจิตใจก็เป็นธรรม มารยาทก็เป็นธรรม ส่วนบางคนที่เหมือนน้ำขุ่นทั้งกลางทั้งขอบ ก็หมายความว่าจิตใจก็ไม่เป็นธรรม คำพูดก็ไม่เป็นธรรม
       หลวงปู่หล้า เขมปัตโต
       วัดบรรพตคีรี (ภูจ้อก้อ) จ.มุกดาหาร

       
       คนที่มีหลักใจเป็นหลักทรัพย์ รวยสมบัติ คือความดี อยู่ทุกลมหายใจเข้าออก ไม่จนตรอก ไม่มีจน ส่วนคนที่ยึดมั่นถือมั่นบ้าสมบัติว่า นั่นก็ของของเรา นั่นก็สมบัติข้าวของ เงินทอง ลูกเมีย วัวควาย ที่ดิน ไร่นา กาไก่ อะไรๆในโลกนี้ทั้งหมด ทั้งที่เป็นของตนและทั่งที่มิใช่ของตน ก็ตู่เอาว่าเป็นของของเรา ใจมันร้องอยู่อย่างนั้นตลอด
       โยมเอ๋ย..อย่าว่าแต่สิ่งเหล่านี้มิใช่ของของเราเลย ร่างกายเราแท้ๆ มันยังไม่ใช่ของของเรา สุดท้าย ก็จำต้องทิ้งเป็นเถ้าถ่านไปด้วยกันทั้งนั้น กุศลธรรมคือความดีต่างหาก ที่เป็นที่พึงถาวรแก่เราได้
       พระเทพวิสุทธิมงคล (ศรี มหาวีโร)
       วัดประชาคมวนาราม (ป่ากุง) จ.ร้อยเอ็ด

       
       (จาก นิตยสารธรรมลีลา ฉบับที่ 199 กรกฎาคม 2560 โดย กองบรรณาธิการ)