อาจดูว่าโง่! “ปั๊ม AF5” ขึ้นศาลฟ้องดร.ไฮโซ เสียรู้ให้ยืมเงิน 6 ล้าน พ่อเครียดจัดอาการทรุด

ผู้จัดการออนไลน์

       

       “ปั๊ม AF5” ฟ้อง “ดร.ไฮโซสาว” คดีเช็คเด้งมูลค่า 6 ล้านบาท รับหวังผลในการให้ยืมเงินในการเป็นนายหน้าซื้อขายที่ดิน บอกที่ผ่านมาได้ทำการไกล่เกลี่ยกับคู่กรณีมาโดยตลอด แต่ไม่เป็นผล แฉไม่สลดแถมยังสู้กลับเหมือนอันธพาล ขู่จะให้ธนาคารไล่พี่สาวออกจากงาน เจ้าทุกข์โผล่อีกเพียบอีก 20 คน โอดเรื่องดังกล่าวทำตนเป็นโรคซึมเศร้า แถมพ่อที่ป่วยเป็นโรคเดียวกันก็อาการทรุดหนักกว่าเดิม
       

       เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2561 เวลา 13.00 น. ณ ศาลแขวงนนทบุรี “นายพีรนัทธ์ วงศ์สวัสดิ์” ทนายความ ได้นำ “นายคเณศณัฎฐ์ สุขศิริภูวดล” หรือ “ปั๊ม AF5” ที่หันมาเอาดีทางด้านธุรกิจเซรามิกแนวโมเดิร์น เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องคดีความอาญา ต่อดร.ไฮโซสาว “นางสาวสายชล ชาญณรงค์” จำเลย ในข้อหาหรือฐานความผิด พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.๒๕๓๔ หลังจากได้ยื่นเรื่องต่อศาลเรียบร้อยแล้ว หนุ่มปั๊มก็ได้เปิดใจต่อสื่อมวลชนถึงเรื่องราวการฟ้องร้องดังกล่าวว่า
       
       “วันนี้มายื่นคำฟ้องคดี ศาลเขาจะมีคำสั่งให้ไต่สวนวันที่ 16 ต.ค. เหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นประมาณเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยทาง ดร.คนนี้ ได้เข้ามามีทีท่าว่าสนใจจะขอซื้อที่ดินที่ผมดูแลอยู่ ซึ่งอยู่ย่านจรัลสนิทวงศ์ 96/1 มีพื้นที่ประมาณ 4-5 ไร่ ตั้งราคาเอาไว้ที่ 513 ล้านบาท”
       
       “ดร.คนนี้อ้างว่าจะซื้อเลย โดยไม่ต่อราคาสักคำ บอกว่าจะเอาไปทำโปรเจกต์ส่วนตัว หลังจากนั้นก็ได้มีการนัดพูดคุยกัน เพื่อทำเรื่องซื้อขายที่ดิน แต่ก็ถูกดึงเวลา โดยอ้างว่าเงินขาดสภาพความคล่อง เพราะต้องทำการแลกเปลี่ยนเงินเป็นตราสารหนี้ของต่างประเทศ ซึ่งการแปลงเงินระหว่างประเทศจะต้องมีค่าใช้จ่าย จึงได้ขอยืมเงินผมไปบางส่วน โดยมีการทำเอกสารหลักฐานไว้ทั้งหมด รวมถึงเอกสารการกู้ยืม ซึ่งก็มีผู้ใหญ่ดูแลให้อยู่ตลอด”
       
       “เขาก็เลยขอยืมเงินเราเพื่อที่จะเอาเงินเราไปดำเนินการ ไม่ได้เอาไปก้อนใหญ่แต่เขาค่อยๆ เอาไปเรื่อยๆ ถึงกำหนดวันที่เขาจะต้องซื้อ เขาก็เคลียร์เงินให้เราไม่ได้ เขาเลยพูดว่าเขาโอเคอยู่แล้วตัวเขาไม่มีปัญหา ตั๋วเงินอะไรก็เคยเห็น ตั๋วเงินที่เขาเอาให้ดูเป็นธนาคารของทางฮ่องกงมูลค่า 500 เหรียญ ยูเอสดอลล่าร์ ตีเป็นเงินไทยเท่ากับ 2 พันล้านบาท แล้วมีหลายใบ มูลค่ารวมกันเกือบเป็นหลักหมื่น”
       
       “พาไปทำงานที่กงสุล เอกสารมาพาไปธนาคาร บอกว่าตัวเองจะเคลียร์ได้ เลยบอกว่าให้มาเป็นเช็คพร้อมกับสัญญาเงินกู้ แต่พอเราเอาเช็คไปเข้าธนาคารเช็คกลับเด้ง เจรจายอมความกันคุยไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ เลยคิดว่าเรามาฟ้องดีกว่าเพื่อรักษาสิทธิ์ทางกฎหมาย เพราะเรื่องเช็คมันเป็นคดีความได้ มูลค่าของเช็ครวมแล้วประมาณ 5 – 6 ล้าน แต่จริงๆ แล้วส่วนหนึ่งมีเรื่องของหนี้ในการโอนที่ดิน แต่มันไม่มีการโอนที่ดินกันเกิดขึ้น ตรงนั้นจะเข้าข่ายเรื่องของฉ้อโกง”
       
       ยอมรับหวังผลในการให้ยืมเงิน พ้อคนอื่นอาจจะมองว่าตนโง่ที่ให้ยืมเงินแต่ถ้ามาเจอวาทะของคู่กรณีก็อาจจะมีคนหลงเชื่อเหมือนตนเช่นกัน
       “การที่ผมให้เขายืมเงินในครั้งนี้ ก็เพราะหวังผลประโยชน์ อยากจะขายที่ตรงนั้นได้ พูดตรงๆ ก็คือเหมือนเป็นค่าบริการแลกเปลี่ยน แต่พอเขาบอกว่า เงินยังไม่พอ ผมก็คิดว่าถ้าให้เงินตรงนี้ไปหมุนสภาพคล่อง เขาเอามาซื้อที่ดิน เราก็ได้เงินคืน พร้อมเปอร์เซ็นต์การขายที่อีกด้วย
       
       “บางคนอาจจะมองว่าผมโง่ แต่ถ้าใครอยู่ในสถานการณ์ตรงนั้น บอกได้เลยว่า เขาเป็นคนที่พูดเก่งมาก พรีเซ้นต์ตัวเองว่า รู้จักคนใหญ่คนโตหลายท่าน และสิ่งที่เขาพูดให้ผมฟัง พอไปปรึกษาผู้ใหญ่ที่ทำธุรกรรมทางด้านนี้ มันก็ตรงกัน สุดท้ายพอเกิดเรื่องเราก็ไม่รู้ว่าข้อเท็จจริงเขาจะยังไงแต่เขาค่อนข้างหมิ่นเหม่”
       
       “เรารู้สึกว่าเราต้องฟ้องเพื่อรักษาสิทธิ์ทางกฎหมายของเราไว้ เพราะคดีเช็คจะมีอายุความ 6 เดือน หลังจากเข้าไปแล้วมันจะมีอายุ 3 เดือนในการฟ้องร้อง มันประจวบเหมาะกับการที่เราไปทำธุรกรรมธนาคาร ไปติดต่อกงสุลแปลเอกสาร ก็ดูเหมือนจะทำจริงๆ เราก็เลยคิดว่ามันน่าจะเป็นของจริง แต่สุดท้ายแล้วมันมีการผลัด การเลื่อนตลอด”
       
       บอกเริ่มให้ทีละก้อน บางทีก็ขับรถมาหาร้องไห้ อ้างไม่มีเงิน แถมยังข่มขู่ จะทำทุกทางให้พี่สาวโดนไล่ออกจากงานเหมือนอันธพาล
       “แรกๆ มันมาจากเงินก้อนเล็กๆ ก่อน เอาไปทีละก้อน 3 แสน 4 แสน 1.2 ล้าน ทยอยเอาไปเรื่อยๆ พอรู้สึกว่าเราเริ่มขี่หลังเสือแล้ว มันยอมแพ้ตอนนี้ไม่ได้ ถ้ายอมปุ๊บก็เท่ากับเขาเอาเงินเราไปฟรีๆ เรื่องพวกนี้ผมปรึกษาครอบครัวตลอด บางทีเขาขับรถมาหาร้องไห้มา อ้างว่าไม่มีเงินจ่ายค่าตึก เวลาจะไปซื้อที่ต้องแท็กภาษีค่าเช่าตึกด้วย ตึกเขาในเมืองทองนั่นนี่”
       
       “จนหลังๆ เราหยุด ไม่ให้เขาแล้ว เราจะฟ้องศาล ให้ประชาชนทราบว่าข้อเท็จจริงเป็นยังไง ก็แจ้งเขาไปตั้งแต่สิ้นเดือนแล้วว่าเราจะมาฟ้องศาลนะ ทางเขาไม่สนใจ เขาไปขู่กับแม่ผม ว่าน้องชายผมไปข่มขู่เขา แต่เขาไม่มีหลักฐานอะไรเลย เขาข่มขู่พี่สาวผมว่าพี่สาวผมไปไดเร็กแมสเสจหาลูกสาวเขา เขาก็ข่มขู่ว่าเขาจะเอาพี่สาวผมออกจากการทำงานให้ได้ พี่สาวผมทำงานที่ธนาคารกรุงเทพ เขาเองก็บอกว่าตัวเองรันอยู่ในธนาคารกรุงเทพเหมือนกัน เขาต้องการจะทำให้พี่สาวผมโดนธนาคารกรุงเทพไล่ออกจากงานให้ได้เหมือนอันธพาลครับ ไม่ได้ต่อสู้กันในขอบเขตหนี้สิน พรบ.เช็คเลย”
       
       รับที่ผ่านมาได้ทำการไกล่เกลี่ยกับคู่กรณีมาโดยตลอด แต่ไม่เป็นผล แถมยังมีเจ้าทุกข์คนอื่นโผล่ขึ้นมาอีกหลายรายที่โดนกรณีคล้ายตน
       “ที่ผ่านมาเคยเจรจากับเขาเองโดยตรงหลายครั้งแล้วแต่ไม่เป็นผล เขาจะขอเลื่อนตลอด เดี๋ยวจะมีอีกคดีต่อไปในเรื่องของการฉ้อโกง มันจะมีกลุ่มนายหน้าที่เสียผลประโยชน์ร่วมกันเกือบ 2-3 คน เรากำลังดูข้อเท็จจริง เช็กข้อมูลก่อนว่าเป็นอย่างไรบ้าง กำลังให้ทีมกฎหมายตรวจสอบ ปรึกษากันให้ชัดเจนก่อนยื่นฟ้องทางอาญา”
       
       “ก่อนหน้าที่จะตกลงทำร่วมกันเราเองได้ตรวจชอบเช็คแล้วก็ไม่เคยเจอประวัติของเขาที่ไม่ดี ช่วงที่มีปัญหาก็มีเจ้าทุกข์คนอื่นๆ ติดต่อเข้ามาด้วย บางคนเป็นนายทุน ได้ติดต่อผมผ่านทางเฟซบุ๊กที่แฟนคลับผมทำไว้ให้ ด้วยทางดร.และลูกเขาได้ลงรูปผม เขาก็เลยคิดว่าคงจะมีการตกลงทำอะไรร่วมกันเลยติดต่อผมมาแฟนคลับเลยมาบอก แล้วยังมีคนอื่นๆ ติดต่อเข้ามาอีก บางคนเป็นถึงระดับนายพล ตัวเขาเองก็จะเข้ามาแจ้งความด้วยเหมือนกัน รวมๆ แล้วก็20 กว่าคน ก็จะโดนในลักษณะเดียวกัน”
       
       “อยากจะฝากไปถึงทุกๆ คนว่าดร.คนนี้ได้สร้างความเสียหายไว้กับหลายๆ คน รวมถึงสร้างข้อเท็จจริงอะไรพวกนี้มาหลอกเรารึเปล่าข้อมูลยังไม่แน่ชัด สิ่งที่มันเกิดขึ้นกับผมมันเป็นเรื่องของการลงทุน ผมผิดเองที่ผมเชื่อเขาไป ก็อยากจะให้ทุกคนระมัดระวัง แล้วก็ดูแลในเรื่องของเอกสาร ตรวจตราให้ถี่ถ้วน ขนาดผมตรวจดีแล้วก็ยังโดนหลอกได้ ทุกวันนี้บ้านเมืองเราอยู่ยาก เพราะโจรมันเยอะมาก เราต้องระมัดระวังให้มากที่สุด การมาฟ้องศาลในครั้งนี้ ผมก็มั่นใจว่า จะต้องได้เงินคืน หรือชนะคดีแน่ๆ เหตุเพราะผมมีหลักฐานครบถ้วนทุกอย่าง”
       
       เผยหลังจากมีเรื่องดังกล่าวตนป่วยเป็นโรคซึมเศร้าตามพ่อ ส่วนพ่อของตนก็ทรุดหนักกว่าเดิม
       “พ่อผมป่วยเป็นโรคซึมเศร้าอยู่แล้ว แต่พอรู้ข่าวก็ยิ่งเป็นหนัก พ่อท่านเป็นคนเดียวที่เตือนผมเรื่องนี้ ว่าไม่อยากให้เอาเงินให้ ดร.คนนี้ยืม จนเกิดปัญหาขึ้นในที่สุด เรียกว่าเป็นหนักที่สุดที่เคยเป็นมาแต่ผมขอไม่ลงรายละเอียดมาก มันเกิดสภาวะตึงเครียดในครอบครัวผมเป็นอย่างมาก ตัวผมเองตอนนี้ก็กลายมาเป็นโรคซึมเศร้าไปด้วย รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลพญาไท 3 อาการของผมมันแกว่งมาตั้งแต่เดือนมกราคม เดี๋ยวดีใจ เดี๋ยวเสียใจ เดี๋ยวก็กังวล เดี๋ยวก็ร้องไห้ ไปปรึกษาหมอ หมอก็บอกว่า เป็นโรคซึมเศร้าระยะเริ่มต้น ต้องทานยารักษาอาการนี้อยู่”
       
       ด้าน ทนาย “เพลิง พีรนัทธ์ วงศ์สวัสดิ์” เผยว่า นอกจากคดีดังกล่าวแล้ว ยังได้ตั้งทีมกฎหมายตรวจสอบเอกสารเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร หากเอกสารเป็นเท็จก็จะดำเนินไปสู่การฟ้องคดีอาญา
       “นอกจากฟ้องร้องเรื่องผิด พรบ.เช็ค เป็นเช็ค 4 ใบมูลค่า 6 ล้านแล้ว กำลังทำการตรวจสอบเอกสารในส่วนอื่นที่ผู้ต้องหาดังกล่าวนำมาแสดง เพื่อให้แน่ชัดว่า เอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารที่แท้จริงหรือไม่ หากเป็นเอกสารปลอม และนำมาใช้ ก็จะผิดตามกฎหมายอาญาเรื่องการปลอมและใช้เอกสารปลอม หากเป็นเอกสารราชการ ก็จะดำเนินการอีกครั้งหนึ่ง ส่วนประเด็นฉ้อโกง ก็คงต้องดูควบคู่กันไป และหากเป็นกรณีที่นำเอกสารมาแสดงในโซเชียล แม้กระทั่งทางไลน์ และเอกสารดังกล่าวเป็นข้อมูลเท็จทั้งหมด ก็จะผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ รวมถึงการฉ้อโกงประชาชนด้วย แล้วแต่ก็กรณีไป”
       
       (ติดตามทุกข่าวสารในแวดวงบันเทิงทั้งหมดได้ที่ https://mgronline.com/entertainment)
       

       

       

ข่าวบันเทิง

ข่าวยอดนิยม

ข่าววันนี้