จี้รัฐเร่งย้ายท่อส่งน้ำมันพ้นชายหาดทำลายสิ่งแวดล้อม

ผู้จัดการออนไลน์

       

       ชุมพร - ผู้นำชุมชนเรียกร้องหน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งขนย้ายท่อส่งน้ำมันขนาดใหญ่ที่ถูกคลื่นซัดเกยหาดท่องเที่ยวบ้านบางเบิด จ.ชุมพร ออกจากพื้นที่โดยเร็ว เพราะมีคราบน้ำมันดิบไหลซึมลงทะเล ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
       


       จากรณีชาวบ้านพบท่อส่งน้ำมันขนาดใหญ่เส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 80 เซนติเมตร ความยาว 154 เมตร น้ำหนักประมาณ 14 ตัน สภาพยังสมบูรณ์ มูลค่านับล้านบาท ถูกคลื่นซัดขึ้นมาเกยชายหาดบ้านถ้าธง
       
       ล่าสุด นายทองรัตน์ วรรณนุช พลังงานจังหวัดชุมพร พร้อมด้วย นายบุญส่ง จารึก ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 ต.ปากคลอง อ.ปะทิว และเจ้าหน้าที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค 4 สาขาชุมพร เดินทางไปตรวจสอบ เก็บข้อมูลเพิ่มเติมจุดที่ท่อส่งน้ำมันขนาดใหญ่ดังกล่าวถูกคลื่นซัดมาขึ้นฝั่งบริเวณชายหาดบ้านบางเบิด หมู่ที่ 5 ตำบลปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร โดยพบว่าเป็นช่วงที่น้ำทะเลกำลังขึ้น ได้ซัดท่อส่งน้ำมันดังกล่าวจนขยับเปลี่ยนทิศทางจากเดิมเล็กน้อย นอกจากนั้น ยังพบว่า บนหาดทรายบางจุดมีคราบปนเปื้อนสีดำเกาะติดอยู่หลายแห่งด้วย
       

       นายทองรัตน์ วรรณนุช พลังงานจังหวัดชุมพร กล่าวว่า วันนี้ได้ลงมาเก็บข้อมูลหลักฐานเพิ่มเติม จากการตรวจสอบท่อดังกล่าวสภาพยังสมบูรณ์ และน่าจะผลิตจากต่างประเทศ เนื่องจากมีตรายี่ห้อ และชื่อผู้ผลิตติดอยู่ คาดว่าน่าจะเป็นท่อที่ใช้กับพลังงานเชื้อเพลิง ซึ่งอาจจะเป็นท่อส่งน้ำมันจากแท่นขุดเจาะน้ำมัน หรือเรือบรรทุกพลังงาน
       
       แต่ยังไม่สามารถทราบได้ว่าเป็นของบริษัทใด เนื่องจากในทะเลอ่าวไทยมีหลายบริษัทที่ดำเนินการเกี่ยวกับพลังงานเชื้อเพลิง จึงต้องส่งหลักฐานข้อมูลรายงานไปยังกระทรวงพลังงาน ในการตรวจสอบว่าห้วงเวลาที่ผ่านมามีบริษัทใดบ้างที่มีการซ่อมบำรุง และท่อส่งน้ำมันเสียหายเพื่อตรวจหาแหล่งที่มา
       

       นายทองรัตน์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามหากตรวจสอบพบว่าเป็นของบริษัทใดก็จะให้มาดำเนินการขนย้ายออกไป และทำความสะอาดปรับสภาพหาดทรายที่เกิดจากคราบน้ำมันดิบที่เกาะติดอยู่ในท่อซึ่งไหลซึมออกมากับน้ำทะเล ถ้าหากยังไม่พบก็จะต้องให้ผู้เกี่ยวข้องรีบเคลื่อนย้ายออกพื้นที่ต่อไป
       
       ขณะที่ นายบุญส่ง จารึก ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 ต.ปากคลอง กล่าวว่า ท่อดังกล่าวได้ถูกคลื่นซัดขึ้นมาอยู่บนหาดแห่งนี้นาน 5 วันแล้ว เมื่อน้ำทะเลขึ้นสูงคลื่นก็จะซัดท่อขยับเปลี่ยนทิศทางไปเรื่อยๆ ที่สำคัญคือ ภายในท่อส่งน้ำมันดังกล่าวยังมีคราบน้ำมันดิบสีดำเกาะจับอยู่ภายในจำนวนมากได้รั่วซึมออกมากับน้ำทะเล
       

       ทำให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมริมชายหาด และน้ำทะเลริมฝั่งด้วย ส่วนจะมีการตรวจสอบพบบริษัทต้นเหตุที่ต้องรับผิดชอบหรือไม่นั้นคงอีกนาน จึงอยากให้หน่วยงานเกี่ยวข้องรีบดำเนินการขนย้ายออกไปจากชายหาดแห่งนี้โดยเร็ว เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยว และอยู่ใกล้กับชุมชนชาวประมง
       

ข่าวภาคใต้

ข่าวยอดนิยม

ข่าววันนี้