กวาดให้สิ้น! รวบพ่อค้ายาเสพติดเครือข่ายใหญ่ในภาคได้ ยึดทรัพย์กว่า 26 ล้านบาท

MGROnline

       

       กระบี่ - ตำรวจภูธรภาค 8 ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ และพังงา จับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ ได้ผู้ต้องหา 6 คน พร้อมยึดทรัพย์รวมมูลค่า 26 ล้านบาท
       

       เมื่อเวลา 16.00 น.วันนี้ (13 ก.พ.) ที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ พล.ต.ต.ธีรพล คุปตานนท์ รอง ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.ชินรัตน์ ฤทธาคณานนท์ ผบก.สส.ภ.8 พล.ต.ต.บุญทวี โตรักษา ผบก.ภ.จว.กระบี่ พล.ต.ต.วรวิทย์ ปานปรุง ผบก.ภ.จว.พังงา และนายสราวุธ ภักดี ผอ.ส่วน.ป.ป.ส.ภ.8 ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่จังหวัดกระบี่และพังงา ได้ผู้ต้องหา 6 คน ประกอบด้วย
       
       นายเกรียงศักดิ์ รังสิยางกูล อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 78 ซ.เฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซ.14 แยก แขวงหนองบอน เขตประเวศ จ.กรุงเทพฯ น.ส.นานแสงคำ สัญชาติพม่า นายพรสวรรค์ ดินแดง อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 214 หมู่ 1 ต.เขาทอง อ.เมือง จ.กระบี่ น.ส.พิชญ์สินี ปฏิมินทร์ อายุ 22 ปี บ้าสนเลขที่ 48 หมู่ 7 ต.หนองทะเล อ.เมือง จ.กระบี่ นายพีรพงษ์ แก่นเพ็ชร อายุ 26 ปี เลขที่ 22 หมู่ 4 ต.หนองทะเล อ.เมือง จ.กระบี่ และนายสิทธิพร สาระวารี อายุ 53 ปี เลขที่ 9 หมู่ 1 ต.หนองทะเล อ.เมือง จ.กระบี่ พร้อมยึดทรัพย์สินตาม พ.ร.บ มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งมีความผิดเกี่ยวข้องต่อขบวนการยาเสพติด โดยมีทรัพย์สินที่ตรวจยึดได้ จำนวนกว่า 27 รายการ ประกอบด้วย เอกสารที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง รถยนต์ 8 คัน รถไถ 1 คัน รถจักรยายานยนต์ 2 คัน เงินสด จำนวน 136,590 บาท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดได้ประมาณ 26,500,000 บาท
       

       ประกอบด้วย ที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างบ้านเลขที่ 404 หมู่ 3 ต.คลองขนาน อ.เหนือคลอง จว.กระบี่ รถยนต์อีซูซุ 4 ประตู สีขาว ทะเบียนป้ายแดง ก 0431 กระบี่ รถยนต์ตู้โตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน 30-2058 กระบี่ รถยนต์ตู้โตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน 30-1984 กระบี่ รถยนต์อีซูซุ รุ่นมิวเอ็กซ์ สีขาว ทะเบียน กท 6522 กระบี่ รถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส ทะเบีน 2 กบ 3475 กรุงเทพ รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ยี่ห้อมิตซูบิชิ ตอนครึ่ง สีเทา ทะเบียน บธ 8244 กระบี่ รถไถนา ยี่ห้อคูโบต้า สีส้ม รถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีขาว หมายเลขทะเบียน กท 5702 กระบี่ รถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีขาว หมายเลขทะเบียน กท 5810 กระบี่ รถจักรยานยนต์ยี่ห้อคาวาซากิ นินจา สีเหลือง ทะเบียน 1 กก 6665 สุราษฎร์ธานี รถจักรยานยนต์ZOOMER-X สีเหลือง-ดำ 1 คัน ปืนพกสั้นขนาด .380ACP ยี่ห้อ Walther ทะเบียน 53106309 เครื่องกระสุน ขนาด .380 จำนวน 21 นัด
       
       ซองบรรจุกระสุนปืน (แมกกาซีน) ตู้เซฟยี่ห้อ PILOT 1 ตู้ สร้อยข้อมือสีทองลักษณะคล้ายทองคำ น้ำหนัก 23.44 กรัม สร้อยคอสีทองลักษณะคล้ายทองคำ น้ำหนัก 16.90 กรัม สร้อยคอทองคำขาวพร้อมพระเครื่องเลี่ยมวัตถุคล้ายทอง จำนวน 3 องค์ แหวนทองคำขาวหัวหยก พร้อมใบรับรอง หมายเลข 032825 นาฬิกายี่ห้อ Rolex จำนวน 1 เรือน แหวนโลหะคล้ายทองคำขาวมีอัญมณีลักษณะคล้ายเพชรล้อมรอบ หัวแหวนลักษณะคล้ายหยก ต่างหูอัญมณีลักษณะคล้ายเพชร กรอบพระเปล่าสีคล้ายทอง น้ำหนัก 3.21 กรัม โทรทัศน์จอแบน จำนวน 3 เครื่องโทรศัพท์ยี่ห้อซัมซุง สีทอง 3 เครื่อง เงินสด จำนวน 136,590 บาท และของกลางอื่นๆ เช่นโทรศัพท์มือถือ โทรทัศน์สี เครื่องบันทึกกล้องวงจรปิด สมุดบัญชีธนาคาร รวมมูลค่าสิ่งของที่ตรวจยึดประมาณ 26,500,000 บาท
       

       พล.ต.ต.ธีรพล คุปตานนท์ รอง ผบช.ภ.8 กล่าวว่า ด้วยเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2560 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โคกกลอย จ.พังงา ได้จับกุมตัว นายเปรมทรัพย์ หรือประจวบ งานแข็ง ได้พร้อมยาเสพติดจำนวนหลายรายการ และเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2560 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ภ.8 ได้สนธิกำลังร่วมกันจับกุมตัว นายสมพร ราชพิบูลย์ ได้พร้อมยาบ้าทั้งหมด จำนวน 243 มัด จำนวน 486,000 เม็ด ยาไอซ์ชนิดเกล็ดใสทั้งหมด น้ำหนักเฉพาะไอซ์ ประมาณ 10 กิโลกรัม จากการสืบสวนทราบว่า ทั้ง 2 คดี เป็นเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่เครือข่ายเดียวกัน ซึ่งเป็นการกระทำผิดฐานมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า, ยาไอซ์) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย
       
       จากการสืบสวนขยายผลยังทำให้ทราบว่า นายสมพร ได้ร่วมกันกับ นางนานแสงคำ สัญชาติพม่า นายเกรียงศักดิ์ หรือเฮียรังสิยางกูล น.ส.พิชญ์สินี ปฏิมินทร์ นายทวี แก้วทา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า, ยาไอซ์) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายในลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำ โดย นางนานแสงคำ หรือเจ้ นายเกรียงศักดิ์ หรือเฮีย รังสิยางกูล เป็นผู้ติดต่อนายทวแก้วทา อยู่บ้านเลขที่ 51/1 ม.2 ต.เวียงพางคำ จ.เชียงราย ซึ่งยังจับกุมตัวไม่ได้ ซึ่งน่าจะเป็นพ่อค้ายาเสพติดจัดหาบัญชีธนาคารเพื่อใช้ในการโอนเงินค่ายาเสพติด และติดต่อนายสมพร เป็นคนพักยาเสพติด และส่งยาเสพติดพร้อมทั้งเก็บเงินค่ายาเสพติดแล้วโอนเงินเข้าบัญชีที่จัดเตรียมไว้
       
       ส่วน น.ส.พิชญ์สินี ปฏิมินทร์ ภรรยาของนายสมพร มีหน้าที่โอนเงินค่ายาเสพติดที่ได้รับจากลูกค้าโอนเข้าบัญชีที่ นางนานแสงคำ นายเกรียงศักดิ์ จัดเตรียมไว้ โดยจากการตรวจสอบพบว่า ในเครือข่ายดังกล่าวมีเงินหมุนเวียนภายในบัญชีตั้งแต่เมษายน-สิงหาคม 2560 ประมาณ 86 ล้านบาท