ฉก.ปัตตานีนำตัวผู้ต้องหาทำแผนในคดีซุ่มยิงทหารเสียชีวิต 2 นายที่หนองจิก

ผู้จัดการออนไลน์

       

        
       ปัตตานี - ฉก.ปัตตานี นำตัวผู้ต้องหาทำแผนประกอบคำรับสารภาพในคดีซุ่มยิงทหารพรานเสียชีวิต 2 นายในพื้นที่ ต.บางเขา อ.หนองจิก

       
       วันนี้ (11 ต.ค.) พล.ต.ปิยพงษ์ วงศ์จันทร์ ผบ.ฉก.ปัตตานี, พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี, พ.อ.คมกฤช รัตนฉายา ผบ.กกล.ทพ.จชต., นายเอก ยังอภัย ณ สงขลา นายอำเภอหนองจิก, พ.อ.หาญพล เพชรม่วง ผบ.ฉก.ทพ.43 ได้ร่วมแถลงและทำแผนประกอบคำรับสารภาพ คดีคนร้ายซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ 4303 ขณะขี่รถจักรยานยนต์ จำนวน 3 คัน ออกลาดตระเวนเส้นทาง จำนวน 6 นาย ในพื้นที่ ม.6 บ้านบางทัน ต.บางเขา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 2 นาย บาดเจ็บ 4 นาย เหตุเกิดวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา
       
       หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุได้ 3 ราย และจากการสอบสวนสืบสวนผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมยอมรับสารภาพ และสาวถึงผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมดรวม 8 คน รวมทั้งพยานวัตถุที่ระบุตัวชัดเจน เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขอศาลอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 8 ราย ประกอบด้วย 1.นายฟาริต เจะแต ทำหน้าที่ชี้เป้า, 2.นายดอแม เจ๊ะดาโอ๊ะ ทำหน้าที่มือปืน และ 3.นายอับดุลหาเล็ม สาเมาะ ทำหน้าที่จัดหาเรือ ทั้ง 3 คนถูกจับกุมแล้ว ส่วนอีก 5 คน ยังอยู่ระหว่างหลบหนี ซึ่งทำหน้าที่เป็นมือปืน คือ นายมูยาฮีดิง มามะ, นายแวอาลี ดือราเฮง, นายจำเริญ อูมาสะ, นายบือราเฮง มามะ และนายแวอูเซ็ง ดือราเฮ็ง
        
       

        
       โดยในวันนี้เจ้าหน้าที่กว่า 50 นาย ได้คุมพื้นที่เกิดเหตุเพื่อดำเนินการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ จำนวน 2 จุด จาก 6 จุด โดย พ.อ.หาญพล เพชรม่วง ผบ.ฉก.ทพ.43 ได้นำตัว นายฟาริต เจะแต ทำแผนจุดเฝ้าดูเป้าหมายซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ เมื่อเป้าหมายมาถึงได้ส่งสัญญาณให้ชุดยิงเตรียมพร้อม จากนั้นจุดทำแผนที่ 2 ได้นำตัว นายดอแม เจ๊ะดาโอ๊ะ มาทำแผนยังจุดที่ 2 คือ เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายซึ่งเป็นชุดยิง จำนวน 6 คน ได้ยิงใส่เจ้าหน้าที่จนเกิดการปะทะกันขึ้นทำให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่เสียชีวิต 2 นาย ส่วนคนร้ายได้อาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไป
       
       ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี กล่าวเพิ่มเติมว่า ในการนี้แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สั่งการกำชับให้หน่วยที่เกี่ยวข้องเร่งรัดทำการขยายผลไปยังกลุ่มเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งให้ตรวจสอบทรัพย์สินและแหล่งที่มาของทรัพย์สิน และจะใช้มาตรการทางกฎหมายเข้าดำเนินการกับกลุ่มดังกล่าวอย่างเด็ดขาดต่อไป พร้อมทั้งขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากพบเห็นสิ่งผิดปกติ หรือต้องการความช่วยเหลือ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ได้ทันที หรือโทรสายด่วน 1341 ตลอด 24 ชั่วโมง
        
       

ข่าวภาคใต้

ข่าวยอดนิยม