แจ้งความแล้วสร้างที่พักกลางทะเลภูเก็ตของกลุ่ม Seasteading

ผู้จัดการออนไลน์

       ศูนย์ข่าวภูเก็ต - นายทหารพระธรรมนูญของทัพเรือภาคที่ 3 เข้าแจ้งความดำเนินคดีต่อผู้เกี่ยวข้อง กรณีการก่อสร้างที่พักตามแนวทางของกลุ่ม Seasteading กลางทะเลภูเก็ตแล้ว
       

       สำหรับความคืบหน้า กรณีทัพเรือภาคที่ 3 โดยศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เขต 3 (ศร.ชล.เขต 3) จัดเรือ ต.991 พร้อมชุดสหวิชาชีพ นำโดย พล.ร.ต.กฤษณะ กุณฑียะ เสนาธิการทัพเรือภาคที่ 3 พ.ต.อ.ขวัญชาติ วงค์ขจรไพรบูลย์ ผกก.8 บก.รน. นาวาโทโกวิท ตาละโสภณ ฝ่ายกฎหมาย ศร.ชล. นายปิยะวัฒน์ ทองขาว เจ้าพนักงานตรวจท่า ปฏิบัติการผู้แทนสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต เข้าไปตรวจสอบที่พักตามแนวทางของกลุ่ม Seasteading ซึ่งมีการโฆษณาในเว็บไซต์หนึ่ง ห่างจากเกาะราชา อ.เมือง จ.ภูเก็ต ไปประมาณ 12 ไมล์ทะเล

       
       ทั้งนี้ มีรายงานว่าทัพเรือภาคที่ 3 ได้มอบหมายให้นายทหารพระธรรมนูญของทัพเรือภาคที่ 3 เข้าแจ้งความดำเนินคดีต่อผู้เกี่ยวข้องในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 119 ตามพยานหลักฐานที่มีอยู่และเชื่อได้ว่าบุคคลทั้ง 2 คนดังกล่าวมีเจตนาที่จะทำให้อธิปไตยบางส่วนของประเทศไทยเสียไป และเสียสิทธิอธิปไตยที่พึงมีพึงได้หายไป ต่อพนักงานสอบสวน สภ.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต เป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (13 เม.ย.)
       

       ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า วานนี้ (14 เม.ย.) ที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต พล.ร.ต.กฤษณะ กุณฑียะ เสนาธิการทัพเรือภาคที่ 3 เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ได้ร่วมประชุมความมั่นคงจังหวัดเป็นกรณีพิเศษ เรื่อง แนวทางการดำเนินการตามกฎหมายเกี่ยวกับ seasteading โดยมีนายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานด้วย แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดใดๆ
       
       ทั้งนี้ ในตรวจสอบข้อมูล พบการเชื่อมโยงชื่อบุคคลบางบุคคลในเว็บไซต์โฆษณาชักชวนให้ผู้ที่ชื่นชอบในแนวคิดนี้มาอาศัยอยู่เพื่อจัดตั้งชุมชน โดยมีเป้าหมายที่จะสถาปนาเป็นรัฐอิสระหรือเขตปกครองตนเองขึ้นในอนาคต ซึ่งมีบุคคลที่เกี่ยวข้องอยู่ 2 คน เป็นคนต่างชาติ 1 คน และคนไทย 1 คน และมีชื่ออยู่บนซองยาที่พบบนที่พักอาศัยลอยน้ำดังกล่าว
       

       ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานและนำไปแจ้งความดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 119 ซึ่งกระทบต่ออำนาจอธิปไตยของประเทศไทยโดยตรง และยังเป็นการละเมิดสิทธิอธิปไตยของประเทศไทยที่มีเหนือเขตต่อเนื่องตามข้อ 56B และข้อ 60 วรรค 7 และวรรค 8 ของอนุสัญญากฎหมายทะเล ค.ศ.1982 ด้วย
       

ข่าวยอดนิยม

ข่าววันนี้