มายาปีศาจ ตอนที่ 25 ปีศาจอสรพิษ

ผู้จัดการออนไลน์

       บทประพันธ์ของ เอโดงาวะ รัมโป (1894-1965)
       แปลและเรียบเรียงโดย ฉวีวงศ์ อัศวเสนา
       

       หนี้ที่ถูกกำหนดให้ต้องชำระด้วยเลือดและชีวิต...ตามตราสารคำสาปแห่งมายาปีศาจ
       
       เหยื่อยมทูต
       โอคุมุระ เก็นโซ ปีศาจอาฆาตแทบเสียสติด้วยความโกรธสุดขีด สิ้นพละกำลังที่จะควบคุมอารมณ์รุนแรงที่พลุ่งพล่าน จนในที่สุดถึงกับคอตกยกสองมือขึ้นปิดหน้าหลั่งน้ำตาออกมาเป็นสายเลือด
       
       ที่ว่าหลั่งน้ำตาออกมาเป็นสายเลือดนั้นอย่าคิดว่าผู้เขียนเล่นสำนวน มันเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ถ้ามาอยู่ด้วยกันจะเห็นเลยว่าที่หยดเผาะ ๆ ผ่านง่ามนิ้วมือที่ปิดหน้าปีศาจร้ายอยู่นั้นคือเลือดสีแดงสดชัด ๆ
       
       นักสืบอาเกจิกับฟุมิโยะถึงกับสะดุ้งไปตาม ๆ กัน เพราะดูจากปริมาณไม่น่าจะเป็นเลือดที่เกิดจากการกัดริมฝีปากด้วยความเคียดแค้นเสียแล้ว
       
        “เฮ้ย เป็นอะไร” นักสืบเอกปราดเข้าไปดึงมือเก็นโซที่ปิดหน้าอยู่ แต่ไม่สำเร็จเพราะถูกแข็งขืนไว้สุดแรง ปีศาจร้ายยังคงนั่งกุมหน้าคอตกหลั่งน้ำตาออกมาเป็นสายเลือดดังเดิม เว้นแต่เสียงร่ำไห้ที่เปลี่ยนไปเป็นเสียงคำรามโหยหวนราวสัตว์ร้ายบาดเจ็บก้องกังวานสยองขวัญไปทั่วห้อง ฟุมิโยะทนดูอยู่ไม่ได้อีกต่อไป สาวน้อยเลื่อนตัวเข้าไปดูอาการของพ่อบังเกิดเกล้า แล้วพูดด้วยเสียงหวานเศร้าเคล้าน้ำตา
       
        “พ่อจ๋า พ่อเป็นอะไรไป อย่าร้องได้อย่างนั้นเลย หนูเองที่ผิด หนูหักหลังพ่อจนต้องมาอับจนเช่นนี้...แต่มันช่วยไม่ได้แล้วนะพ่อ ยอมรับโทษประหารเสียโดยดีเถิด หนูขอสัญญาว่าจะตายตามพ่อไปในวันที่พ่อถูกประหาร แน่นอน หนูขอตามไปทดแทนบุญคุณพ่อในชาติภาพหน้า พ่อจ๋า ยอกโทษให้หนูสักครั้งเถิดนะพ่อ”
       
       เสียงกรีดด้วยอารมณ์ที่พลุ่งแรงที่สุดของฟุมิโยะดูเหมือนจะเสียดแทงเข้าไปถึงแก่นใจปีศาจร้าย เก็นโซปล่อยมือออกแล้วเงยหน้าขึ้น แต่นั่นไม่ใช่เพราะหายโกรธ ในอึดใจเดียวกับที่เงยหน้าขึ้นมือขวาของปีศาจร้ายก็ผลักฟุมิโยะอย่างแรงจนกระเด็นไปล้มกลิ้งร้องกรี๊ดอยู่ที่มุมห้อง
       
        “โง่ ไอ้พวกหน้าโง่”
       
       โอคุมุระ เก็นโซสบถเสียงลั่น แล้วหัวเราะกึกก้องไปทั้งห้อง ปีศาจร้ายเป็นบ้าไปแล้วหรือนั่น เดี๋ยวร้องไห้เดี๋ยวหัวเราะ ลุกขึ้นยืนจังก้า ใบหน้าอาบเลือดแดงจัดเพราะใช้มือปิดปาดเอาไว้เลือดจึงหลั่งนองขึ้นมาท่วมทั่วใบหน้าราวกับปีศาจตัวจริง ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะเก็นโซพยายามฆ่าตัวตายด้วยการกัดลิ้นตนเอง แต่ไม่สำเร็จเพราะใจยังเด็ดไม่พอและล้มเลิกเสียกลางคัน ซึ่งทำให้ยิ่งบันดาลโทสะขึ้นไปอีก
       
        “ว่ายังไง จะเอาอะไรกับฉันอีก” เสียงพูดของเก็นโซอ้อแอ้ไปเพราะลิ้นที่ถูกตนเองกัดจนบาดเจ็บสาหัส “ฉันกำลังจะตายอยู่เดี๋ยวนี้แล้ว ไม่มีใครจะมาขัดขวางได้ ว่ายังไงล่ะคุณนักสืบเอก ผู้ร้ายที่อุตส่าห์ไล่ล่ามากำลังจะเป็นศพอยู่ตรงนี้แล้ว ยืนงงอยู่ทำไม...นี่ถ้าฉันออกแรงกัดอีกครั้งก็จะต้องดาวดิ้นสิ้นใจแน่”
       
       ขณะพูด เลือดจากบาดแผลฉกรรจ์ที่ลิ้นไหลออกมาท่วมปากย้อยลงมาที่คางหยดลงมาบนพื้นไม่ขาดสาย
       
        “พ่อ ได้โปรดเถิด อย่าทำอย่างนั้นเลย หนูขอโทษ”
       
       ฟุมิโยะร้องโหยหวนเมื่อเห็น สาวน้อยลุกขึ้นจากมุมห้องโผเข้ามาเกาะขาพ่อ น้ำตานองหน้า
       
        “นางตัวดี ไม่ต้องมาทำสำออย”
       
       เก็นโซกราดเกรี้ยว สะบัดตัวเหวี่ยงลูกสาวไปโดยแรงอีกครั้งอย่างไม่ปรานีปราศรัย
       
        “เอาละ คุณนักสืบเอกดูให้ดี ดูให้สะใจ ดูฉันกัดลิ้นขาดดาวดิ้นไปต่อหน้าต่อตา แต่ก่อนที่จะได้ดูฉันขอบอกอะไรนายอย่างหนึ่ง ฟังให้ดี” ปีศาจยิ้มแสยะ “ตอนนี้เป็นทีของนายแล้ว จะทำผยองพองขนเป็นผู้ชนะยังไงก็ตามใจ แต่ฉันจะบอกให้เอาบุญนะคุณนักสืบเอกอ่อนหัด ฉันยังไม่แพ้ และไม่มีวันแพ้”
       
       พอพูดมาถึงตรงนี้ โอคุมุระ เก็นโซ ปีศาจอาฆาตหยุดเลียรอบปากที่เต็มไปด้วยเลือดสด ๆ พ่นลมออกจากปากด้วยกำลังแรงราวมังกรพ่นไฟ ก่อนกราดเกรี้ยวต่อไปด้วยเสียงอ้อแอ้แต่ทรงพลัง
       
        “ฉันจะตายเป็นศพให้นายเห็นต่อหน้าต่อตานี่แหละ นายคงจะโล่งอกคิดว่าเมื่อฉันตายไปแล้วอย่างนี้ทุกคนจะได้สบายใจกันเสียที แต่นั่นเป็นความเข้าใจผิดอย่างมหันต์ นายไปบอกให้นายทามามุระกับลูก ๆ ของเขารับรู้ไว้ด้วยว่า จึงตัวฉันจะตายแต่วิญญาณที่ถูกเผาระอุด้วยเพลิงแค้นของฉันไม่มีวันดับสูญจนกว่าจะได้เห็นพวกนั้นพินาศย่อยยับไปทั้งโคตร วิญญาณของฉันจะติดตามไปไม่ห่างแม้แต่ลัดนิ้วมือเดียว จนกว่ามันจะตายกันหมดทุกคน”
       
       พอพูดจบโอคุมุระ เก็นโซ ปีศาจอาฆาตก็เหยียดริมฝีปากโชกเลือดกว้างออกไปเต็มที่ก่อนปล่อยเสียงหัวเราะ “ฮิ ฮิ ฮิ ฮิ” สยองขวัญราวกับเสียงของผีดิบ ขนาดนักสืบอาเกจิที่ขึ้นชื่อว่าเก่งฉกาจไม่กลัวใครยังขนลุกซู่ไปทั้งตัว หมดปัญญาที่จะหาคำพูดมาโต้เถียง
       
        “นายคิดว่าฉันโกหกอย่างนั้นรึ อย่าปฏิเสธ หน้านายมันฟ้อง”
       เก็นโซชี้นิ้วเปื้อนเลือดสด ๆ มาที่หน้านักสืบเอก
       
        “หน้ามันฟ้องอยู่ชัด ๆ ว่านายไม่เชื่อ ไม่เชื่อว่าโลกนี้จะมีวิญญาณอาฆาตพยาบาทอยู่จริง แต่อย่าลืมซิคุณนักสืบเอก ว่าฉันเป็นมายากร ระหว่างมีชีวิตอยู่ฉันมีชั้นเชิงเล่นกลเหนือมนุษย์ไม่มีใครอาจเลียนแบบได้ และถึงตายไปแล้วฉันก็ไม่มีวันปล่อยให้พวกนายอยู่กันอย่างสบายอกสบายใจแน่นอน วิญญาณของฉันมีมนต์ขลังราวมนต์ดำของพ่อมด...ฮิ ฮิ ฮิ ฮิ คิดว่าฉันโกหกใช่ไหม ก็ได้...คอยดูก็แล้วกัน คอยดูก็แล้วกัน คนในตระกูลทามามุระจะต้องไปตายดีแน่...ฮิ ฮิ ฮิ ฮิ”
       
       เมื่อระบายความในใจจนจบ เก็นโซหยุดไปอึดใจหนึ่ง ดวงตาแข็งกร้าวจ้องไปข้างหน้า
       
        “คอยดู คอยดูก็แล้วกัน”
       
       ปีศาจร้ายคำราม เส้นเลือดบนหน้าผากปูนโป่งขึ้นมาอย่างน่าสยอง กล้ามเนื้อบนทุกส่วนใบหน้าเครียดเขม็งทำให้ดูบิดเบี้ยวเหยเกเหมือนกำลังร้องไห้ ทันใดนั้นมีเสียงฟันขบกันดังกรอดแล้วร่างปีศาจร้ายก็ล้มครืนลงไปบนพื้น...อนิจจา ปีศาจร้ายกัดลิ้นตนเองขาดสะบั้นลงแล้ว
       
       นักสืบเอกถลันเข้าไปประชิดแต่ก็ไม่อาจช่วยเหลืออะไรได้ เก็นโซล้มลงไปนอนหงายตะกายอากาศต่อสู้กับยมทูตจากอเวจีก่อนที่วิญญาณจะออกจากร่าง ฟุมิโยะผวาตามเข้ามาแต่พอเห็นหน้าพ่อที่อาบไปด้วยเลือดสด ๆ แดงฉานเพียงแวบเดียวก็กรีดร้องแล้วเป็นลมล้มพับลงไปตรงนั้นเอง
       
       ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ก็มีเสียงครางของใครคนหนึ่งดังขึ้นที่ข้างประตูด้านหลังตามมาด้วยเสียงคนล้ม นักสืบ อาเกจิตกใจหันขวับไปดูก็พบผู้หญิงอีกคนหนึ่งเป็นลมสิ้นสติอยู่ ทาเอโกะนั่นเอง เธอคงได้ยินเสียงเอะอะจึงแอบมาดูโดยที่คนในห้องไม่รู้ตัว และเป็นลมล้มพับไปเมื่อเห็นใบหน้าอันบิดเบี้ยวน่าเกลียดน่ากลัวของศัตรูที่กำลังต่อสู้กับความตายในวาระสุดท้ายของชีวิต
       
       อาเกจิ โคโงโรตกอยู่ในภาวะที่ทำอะไรไม่ถูก คนสามคนล้มลงไปบนพื้นในท่าต่าง ๆ กัน คนหนึ่งกำลังจะตาย ส่วนอีกสองคนเป็นล้มสิ้นสติ ตรงนั้นไม่มีใครสักคนที่จะช่วยเหลือนักสืบเอกในสถานการณ์เช่นนั้น ระหว่างที่ยืนตะลึงทำอะไรไม่ถูกอยู่นั้น
       
       เก็นโซปีศาจมายากลแน่นิ่งไปแล้ว ทั่วทั้งห้องนิ่งสนิทไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ ทั้งฟุมิโยะและทาเอโกะนอนนิ่งไม่ไหวติงเหมือนคนตาย และแม้กระทั่งนักสืบอาเกจิที่ยังมีสติสัมปชัญญะดีอยู่ก็ยังยืนนิ่งเหมือนตุ๊กตา
       
       แสงตะเกียงสลัวไปเมื่อถูกข่มด้วยแสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณสาดส่องเข้ามาห้อง แล้วดับไปในที่สุด บรรยากาศยามเช้ายิ่งเน้นให้เห็นภาพโศกนาฏกรรมภายในห้องเด่นชัดขึ้น
       

       งูพิษ
       เรือลาดตระเวนลำใหญ่ของตำรวจน้ำเข้ามาเทียบเรือจอมโจรก่อนเกิดเหตุในห้องมรณะไม่นานนัก สารวัตร นามิโคชิที่มากับเรือตำรวจร้องเรียกนักสืบอาเกจิที่เขารู้ว่าอยู่บนเรือโจรหลายครั้งแต่ก็ไม่มีเสียงตอบ บนดาดฟ้าก็ไม่เห็นมีเงาของผู้คน จึงตัดสินใจนำกองกำลังขึ้นเรือเป้าหมาย
       
       ผู้อ่านคงสงสัยว่าสารวัตรใจสิงห์แห่งโตเกียวได้เบาะแสอะไร ทำไมจึงพาคณะไล่ล่ามุ่งหน้ามาบุกจับปีศาจฆาตกรถึงซ่องโจรบนเรือลึกลับแต่เช้าตรู่ และปรากฏตัวให้เห็นในสายหมอกยามรุ่งอรุณได้จังหวะพอดีกับที่ปีศาจร้ายจนตรอกกำลังจะกระโดดทะเลหนีให้พ้นจากการไล่ล่าของนักสืบเอก ถ้าบอกว่าเป็นเรื่องบังเอิญก็อาจฟังดูเป็นการสรุปที่ง่ายเกินไปสักหน่อย
       
       ไม่ใช่ นี่ไม่ใช่เป็นเรื่องบังเอิญ แต่อาจเรียกว่าเป็นผลพวงจากการทำอะไรแผลง ๆ ตามแนวของอาเกจิ โคโงโร ก็คงจะได้ คือราวตีสาม เมื่อตำรวจสายตรวจคนหนึ่งที่ออกไปลาดตระเวนตามแนวชายฝั่งของย่านสึกิยามะ ได้ยินเสียงครางหรือพูดให้ถูกคือเสียงเรียกให้ช่วยดังออกมาจากเขื่อนหินกั้นน้ำทะเล เขารีบวิ่งเข้าไปดูก็พบชายคนหนึ่งถูกมัดมือมัดเท้าโยงติดกันไว้ข้างหลังทำให้ตัวงอเหมือนกุ้ง นอนตะแคงดิ้นอยู่บนคันเขื่อน ร้องไห้พลางตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจนเสียงแหบแห้ง
       
       ตำรวจสายตรวจเอาไฟฉายส่องดูก็พบชายที่ถูกมัดดิ้นทุรนทุรายเป็นที่น่าเวทนา ในชุดสูทสากลอย่างดีแต่หน้าตาท่าทางดูหยาบกร้านไม่เข้ากันกับอาภรณ์ที่สวมใส่ จึงถามว่า
       
        “เป็นอะไรไปล่ะนั่น ทะเลาะกับใครรึ”
       
       และพอเหลือบมองไปที่หน้าอกของผู้เคราะห์ร้ายก็เห็นกระดาษแผ่นหนึ่งเหมือนฉีกออกมาจากสมุดบันทึกเขียนข้อความเสียบเอาไว้ด้วยกิ๊บติดผมของผู้หญิง
       
        “เอ๊ะ นั่นอะไร”
       
       ตำรวจสายตรวจขมวดคิ้วเอื้อมมือไปหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาตรวจดู ก็พบข้อความเขียนด้วยดินสอความว่า
       
        “นายคนนี้เป็นสมุนของปีศาจมายากล จับตัวส่งสารวัตรนามิโคชิ ที่สำนักงานตำรวจกรุงโตเกียวทันที
       อาเกจิ โคโงโร”
       
       ตำรวจสายตรวจสะดุ้งตัวลอยเมื่อเห็นคำว่าปีศาจมายากลและชื่อของคนเขียนบันทึก พอได้สติก็เผ่นกลับไปตู้ยามแล้วติดต่อไปที่บ้านสารวัตรนามิโคชิแจ้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดโดยเร็ว และพอสารวัตรรับรู้เรื่องราวก็ไม่รั้งรอให้เสียเวลาเรียกระดมพล รีบรุดมายังที่เกิดเหตุจับตัวผู้ต้องสงสัยไปสอบปากคำอย่างเข้มงวดในทันทีนั้น ไม่นานสมุนโจรก็สารภาพความจริงจนหมดเปลือก
       
       ความจริงนักสืบอาเกจิอาจไม่ได้คาดหวังว่าจะได้กำลังตำรวจมาเป็นกองหนุน แต่การเล่นแผลง ๆ ของเขาบางทีก็ส่งผลดีเกินคาดให้เหมือนกันอย่างเช่นคราวนี้ ทันทีที่รู้รายละเอียดจากปากสมุนโจรสารวัตรใจสิงห์ก็ติดต่อขอความร่วมมือไปยังตำรวจน้ำ ซึ่งตำรวจน้ำพอรับรู้เรื่องราวทุกขั้นตอนแล้วก็อนุมัติจัดเรือลาดตระเวนลำใหญ่ให้สารวัตร นามิโคชิกับตำรวจนักสืบพร้อมตำรวจน้ำใช้ปฏิบัติการไล่ล่าอาชญากรตัวสำคัญครั้งนี้ในทันทีเช่นกัน
       
       เรือลาดตระเวนลำใหญ่พุ่งตัวออกจากท่าบนฝั่งแม่น้ำซุมิดะตั้งแต่ยังไม่รุ่งสาง วิ่งฝ่าความมืดแหวกพื้นน้ำเป็นคลื่นดำมะเมื่อมกระเซ็นกระจายไปตลอดทางรีบรุดไปยังเรือปีศาจฆาตกร และไม่นานนักสืบอาเกจิผู้ปฏิบัติการอยู่บนเรือปีศาจก็เห็นเรือตำรวจน้ำแล่นมาลิบ ๆ ท่ามกลางสายหมอกมืดสลัวก่อนรุ่งอรุณ
       
       ขอย้อนขึ้นไปจับความต่อกับเมื่อสารวัตรนามิโคชิตัดสินใจนำกองกำลังปีนกราบเรือขึ้นไปบนเรือปีศาจ คณะไล่ล่าเริ่มค้นหาจากบริเวณดาดฟ้าและเคลื่อนตัวเข้าใกล้ห้องนายเรือที่ตกอยู่ในความเงียบงันและนิ่งสนิท ห้องนายเรือหลังเกิดเหตุสยองขวัญที่ทำให้เก็นโซปีศาจฆาตกรกลายเป็นศพนอนจมกองเลือด สองสาวนอนสลบหมดสติ และนักสืบอาเกจิยืนนิ่งขึงไม่ไหวติงราวกับต้องมนต์สะกด
       
       ยังไม่ทันถึงห้องนายเรือ ตำรวจนักสืบคนหนึ่งก็ร้องลั่น
       
        “เฮ้ย งู”
       ทุกคนสะดุ้งมองไปตามมือชี้แล้วก็ต้องชะงักและขนลุกไปตาม ๆ กันเมื่อเห็นงูตัวเล็ก ๆ ลายสีน้ำตาลแดงตัวหนึ่งเลื้อยออกมาจากช่องใต้ประตูห้องที่เปิดค้างไว้
       
       ที่ตกใจขนาดนั้นก็เพราะไม่คาดคิดว่าจะต้องมาประจันหน้ากับงูขึ้นมาบนเรืออย่างนี้ ซ้ำร้ายหัวที่พองเป็นรูปดอกจิกยังบ่งชัดว่าเป็นงูพิษเสียด้วย และไม่ใช่เท่านั้น...
       
       แม้งูจะตัวเล็กแต่ผู้ได้เห็นเกิดความรู้สึกได้ถึงความประหลาดอย่างบอกไม่ถูกที่แฝงอยู่ในตัวมัน เหมือนมีเงาของอะไรสักอย่างที่ใหญ่โตมหึมาน่าเกรงขามทาบทับอยู่ เหมือนประจันหน้ากับภูตผีปีศาจที่มีฤทธิ์เดชศักดาทำให้เสียวสันหลังวาบ งูพิษตัวน้อยชูคอแผ่แม่เบี้ยที่น่าเกลียดน่ากลัวเลื้อยหายไปอีกด้านหนึ่งของลำเรือ
       
       กลุ่มตำรวจเดินตามงูไปได้แค่สองสามก้าว ก็มาถึงประตูห้องที่เปิดอ้าให้เห็นภาพนิ่งสยองขวัญภายใน
       
        “อ้าว คุณอาเกจิ อยู่นี่เอง แต่เอ๊ะ...นี่มันเกิดอะไรขึ้น”
       
       สารวัตรนามิโคชิร้องเรียกด้วยความยินดีที่พบตัวคนสำคัญเสียที แต่กลับต้องอุทานออกมาเมื่อเห็นภาพซึ่งราวกับฉากสุดท้ายของละครโศกนาฏกรรมนั้นเต็มตา สองสาวน้อยนอนนิ่งอยู่บนพื้นใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือดราวตุ๊กตาขี้ผึ้ง ศพปีศาจฆาตกรนอนตายอยู่ในท่าต่อสู้ มือไม้ตะกายอากาศต่อสู้ยื้อชีวิตจากเงื้อมมือยมทูตแห่งอเวจี และ อาเกจิ โคโงโรนักสืบเอกยืนนิ่งมองเหม่อไปข้างหน้าราวตกอยู่ในความฝัน
       
        “คุณอาเกจิ นี่ผมเองนะ”
       
       นักสืบเอกได้สติหลังจากถูกสารวัตรใจสิงห์ตบไหล่ดังป๊าบใหญ่ และตอบคำถามของสารวัตรนามิโคชิเป็นฉาก ๆ
       
        “ขอบคุณมากที่ช่วยจัดการเสียเรียบร้อย คุณทำได้สำเร็จจริง ๆ น่าเสียดายเหมือนกันที่ปีศาจฆาตกรมันชิงตายไปก่อนที่จะได้รับโทษตามกฎหมายบ้านเมืองให้สาสม แต่ก็ถือเสียว่าสวรรค์ลงโทษก็แล้วกัน ส่วนสมุนโจรคุณจับพวกมันมัดรวมไว้ที่ห้องโน้นแล้วใช่ไหม ผมจะได้ให้ลูกน้องไปจัดการให้เรียบร้อย”
       
       ว่าแล้วสารวัตรใจสิงห์ก็สั่งให้ลูกน้องช่วยกันพาสาวน้อยทั้งสองไปยังห้องพักที่มีเตียงและช่วยกันปฐมพยาบาล ไม่นานก็ฟื้นเป็นปกติดีทั้งสองคน หลังจากนั้นจึงไปลากตัวสมุนโจรทั้งเจ็ดที่ถูกมัดกลิ้งอยู่ในห้องท้ายเรือลงเรือลาดตระเวนของตำรวจน้ำ
       
       สารวัตรนามิโคชิตามไปตรวจดูความเรียบร้อยจนเสร็จสิ้นแล้วจึงกลับมาที่ห้องนายเรือตามเดิม เมื่อเห็นหน้านักสืบเอกก็ฉุกคิดขึ้นมาได้จึงถามนักสืบอาเกจิซึ่งยังทำหน้างงๆ เหมือนยังไม่ตื่นดีว่า
       
        “ในเรือลำนี้มีงูอยู่ด้วยใช่ไหมคุณ เจ้าปีศาจฆาตกรมันเลี้ยงไว้หรือยังไง”
       
       พอได้ยินนักสืบเอกก็ตาตื่น หน้าถอดสี
       
        “ฮะ...อะไรนะ คุณเห็นงูนั่นด้วยรึ”
       
       การเปลี่ยนอิริยาบถอย่างฉับไวทำให้สารวัตรนามิโคชิพลอยตกใจไปด้วย
       
        “เห็นครับ ตัวเล็กนิดเดียวแต่ดูเหมือนจะเป็นงูพิษ น่าเกลียดน่ากลัวมาก”
       
        “คุณเห็นมันที่ไหน”
       
        “ก็...ใช่ ใช่ เมื่อกี้นี้เอง ผมเห็นมันเลื้อยออกมาจากห้องนี้ แต่มันก็แค่งูเล็ก ๆ ตัวหนึ่งทำไมคุณถึงตกอกตกใจกับมันมากมายขนาดนี้”
       
        “เปล่า ผมคิดว่ามันเป็นภาพลวงตา แต่ในเมื่อคุณก็เห็นด้วยอย่างนี้ มันก็ต้องเป็นงูจริง ๆ คุณเห็นมันเลื้อยไปทางไหน”
       
       พอสารวัตรบอกว่ามันเลี้ยวตรงมุมห้องหายลับไป นักสืบเอกก็ปราดไปตรงนั้นแล้วเริ่มค้นหาทุกซอกทุกมุมทันทีแต่ไม่พบแม้แต่เงาจึงเดินกลับมาที่ห้องนายเรือตามเดิม สารวัตรมือปราบสังเกตเห็นความหวาดกลัวฉาบฉายอยู่บนใบหน้าของนักสืบเอกอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แล้วอยู่ ๆ อาเกจิพูดอะไรแปลก ๆ
       
        “โอคุมุระ เก็นโซ ตายอย่างทุเรศทุรังมาก ปีศาจร้ายใจเด็ดปลิดชีวิตตัวเองด้วยวิธีเหี้ยมโหดเป็นที่สุดจนแม้แต่คนอย่างผมยังไม่คิดว่าเขาจะกล้าทำ และก่อนตายยังตะโกนสาปแช่งด้วยถ้อยคำเกรี้ยวกราดหยาบช้าแฝงไว้ด้วยความอาฆาตแค้นไม่ขาดปากไปจนสิ้นลม
       
        การกระทำที่เหนือมนุษย์และคำสาปแช่งของนายเก็นโซสะกดให้ผมกระดิกตัวอะไรไม่เลยนอกจากยืนตะลึงจังงังขนลุกไปทั้งตัว อยู่อย่างนั้น...คำพูดที่เขาเค้นออกมาเป็นประโยคสุดท้ายยังดังก้องอยู่ในหูผมมาจนบัดนี้
       
        ...วิญญาณพยาบาทของข้าจะออกจากร่างที่สิ้นลมหายใจ และยืนยงอยู่ต่อไปชั่วกัปชั่วกัลป์...
       ทันที่เห็นปลายนิ้วที่ยังสั่นระริกอยู่หยุดนิ่งซึ่งบ่งบอกว่านายเก็นโซตายสนิทแล้วนั้นเอง ผมหันขวับไปมองหน้าโชกเลือดของเขาแล้วก็ต้องสะดุ้งสุดตัว
       
       ทำไมน่ะหรือครับ...ก็บนหน้ามัน ผมเห็นงูลายสีน้ำตาลแดงลักษณะเป็นงูมีพิษตัวเล็ก ๆ เลื้อยขดตัวอยู่ตรงนั้นดู ไกล ๆ เหมือนกำลังผุดขึ้นมาจากบาดแผล ผมคิดจะกระโจนหนีไปให้พ้นแต่ก็ก้าวขาไม่ออก
       
       งูพิษเลื้อยช้า ๆ ไปทั่วใบหน้าพลางแลบลิ้นออกมาเลียเลือดที่ชุ่มโชกอยู่บนนั้น ไม่นานมันก็เลื้อยผ่านคาง ผ่านลำคอลงไปที่พื้นห้อง และยังไม่ทันที่ผมจะตั้งสติทำอะไรต่อไป งูพิษก็ชูคอแผ่แม่เบี้ยเลื้อยตรงมาที่ผม ผมนึกถึงคำสาปแช่งก่อนสิ้นลมของนายเก็นโซขึ้นมาทันที มันทำให้มือเท้าผมเย็นไปหมด
       
       ผมคว้าไม้ที่เผอิญอยู่ใกล้มือตรงนั้นขึ้นมาเงื้อง่าตั้งใจจะตีงูให้อยู่มือ แต่ดูเหมือนว่าท่าทางขึงขังของผมจะทำให้มันกลัว เลยเลื้อยผ่านผมออกจากห้องไป เรื่องก็มีอยู่เท่านี้แหละครับ
       
       การปรากฏตัวของงูตัวนั้นอาจเป็นเรื่องบังเอิญที่เข้ามาได้จังหวะพอดี แต่สารวัตรคิดไหมว่าการมีงูอยู่บนเรือเป็นเรื่องแปลก ยิ่งกว่านั้นการที่มันปรากฏตัวออกมาเหมือนเลือดที่ผุดขึ้นจากร่างของนายเก็นโซในวินาทีเดียวกันกับที่เขาสิ้นลมนั้นยังไม่ใช่เรื่องธรรมดา หรือว่างูพิษตัวนั้นจะเป็นดวงวิญญาณที่ออกมาจากร่างของเก็นโซได้จริงตามคำสาปแช่งด้วยแรงพยาบาทที่สั่งสมไว้จนตกผลึกลึกล้ำอยู่นานปี ผมรู้สึกเหมือนถูกรัดตรึงด้วยอะไรสักอย่างให้ยืนขึงอยู่กับที่ ไม่อาจเคลื่อนตัวไปไหนได้”
       
       สารวัตรนามิโคชิฟังแล้วพลอยขนลุกไปทั้งตัวด้วยความรู้สึกเหมือนงูพิษตัวนั้นเลื้อยขึ้นมาบนสันหลัง ทั้งสารวัตรและนักสืบไม่ใช่คนรุ่นเก่าที่เชื่อเรื่องภูตผีปีศาจ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวาดผวาไปกับความแปลกประหลาดที่กำลังเผชิญอยู่ หรือว่างูพิษจะเป็นร่างทรงของวิญญาณพยาบาทที่ปีศาจมายากลปล่อยออกมาสู่โลก หลังจากที่จบชีวิตลงด้วยตนเอง ดังจินตนาการของอาเกจิ โคโงโร
       

ข่าวยอดนิยม