ตลาดสึกิจิเริ่มปฏิบัติการจับหนู กำจัดขยะมหาศาล รื้ออาคารเก่า

ผู้จัดการออนไลน์

       

       ตลาดสึกิจิที่ปิดตัวไปเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม เริ่มต้นการล้อมจับหนูนับพันตัวภายในตลาดไม่ให้ออกไปสร้างความเดือดร้อนในพื้นที่ข้างเคียง รวมทั้งควบคุมฝุ่นใยหินที่เกิดจากการรื้อถอนอาคารเก่า


       ตลาดค้าส่งปลาที่ใหญ่ที่สุดกลางกรุงโตเกียว และมีท่อระบายน้ำอันซับซ้อนอย่างตลาดสึกิจิ เป็นแหล่งที่อยู่อันอุดมสมบูรณ์ของบรรดาหนูนับพันตัว แต่หลังจากตลาดแห่งนี้ปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ทำให้เกิดความกังวลว่ากองทัพหนูจะอพยพไปยังพื้นที่ใกล้เคียง โดยเฉพาะย่านกินซ่า ที่เป็นแหล่งที่พักหรูหราและร้านอาหารชั้นนำ
       
       ในช่วงวันหยุดเทศกาลโอบงของทุกปี ผู้ดำเนินการตลาดสึกิจิจะวางกับดักหนูกว่า 7,000 ชิ้นและใช้ยาเบื่อกว่า 30 กิโลกรัมเพื่อกำจัดหนูภายในตลาด แต่ละปีจะหนูมากกว่า 200 ตัว ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนหนูที่คาดว่ามีหลายพันตัว ซึ่งผู้คนในตลาดระบุว่า “เห็นหนูทุกวัน”
       

       หลังจากตลาดสึกิจิปิดตัว เจ้าหน้าที่เริ่มปฏิบัติการปราบหนูด้วยการใช้ลวดและแผ่นพลาสติกปิดท่อระบายน้ำทั้งตลาด พร้อมวางกับดัก 39,000 ชิ้น และใช้ยาเบื่อกว่า 320 กก. ด้วยงบประมาณกว่า 35 ล้านเยน
       
       บรรดาเจ้าของร้านอาหารที่อยู่ด้านนอกตลาดบอกว่ แต่ละร้านต้องมีมาตรการป้องกันและกำจัดหนูอยู่แล้ว แต่หากมีหนูที่อพยพออกมาจากภายในตลาดสึกิจิอีก ก็อาจเกินกว่ากำลังจะรับมือได้
       
       ศูนย์มะเร็งแห่งชาติ ที่อยู่อีกฟากถนนตรงข้ามกับตลาดสึกิจิ ก็กังวลว่าบรรดาหนูจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในพื้นที่ จึงได้นำเครื่องไล่หนูแบบคลื่นอัลตราโซนิก 15 เครื่อง และวางกับดักไว้กว่า 50 จุดภายในพื้นที่โรงพยาบาล
       

       ร้านค้ารอบตลาดส่อเค้าอยู่ไม่รอดช่วงรื้อย้าย

       นอกจากเรื่องหนูแล้ว ตลาดสึกิจิยังมีปัญหาขยะจำนวนมาก โดยคาดว่าต้องใช้เวลานานกว่า 16 เดือนกว่าจะเคลียร์พื้นที่ตลาด 230,000 ตารางเมตร และอาคาร 164 ภายในพื้นที่ได้ โดยในแต่ละวันต้องใช้รถบรรทุกกว่า 150 คันเพื่อขนขยะออกจากพื้นที่ จนทำให้การจราจรรอบพื้นที่ติดขัดอย่างมาก
       
       ทางการกรุงโตเกียวได้หาทางลดปัญหาขยะจำนวนมากศาล โดยจะใช้ขยะบางส่วนถมพื้นที่ลานจอดรถที่จะสร้างขึ้นใหม่เพื่อรองรับมหกรรมกีฬาโอลิมปิกปี 2020 รวมทั้งแบ่งการขนย้ายขยะบางส่วนโดยใช้เรือ
       

       ปัญหาใหญ่อีกเรื่องหนึ่ง คือ อาคารเก่าในตลาดสึกิจิ 55 หลังสร้างขึ้นด้วยวัสดุที่มีส่วนผสมของแร่ใยหิน ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ และนานาชาติได้สั่งห้ามใช้วัสดุก่อสร้างที่มีแร่ใยหินแล้ว แต่อาคารเหล่านี้สร้างขึ้นก่อนที่จะมีการห้ามใช้แร่ใยหิน
       
       ประชาชนและร้านค้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงมีความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับการรื้อถอนอาคาร ที่จะทำให้มีฝุ่นและเสียงดัง รวมทั้งการสั่นสะเทือนจากเครื่องจักรหนัก ปัญหาเหล่านี้ไม่เพียงแต่ทำให้ร้านค้าอาจไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้ แต่ยังจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ด้วย ขณะนี้ถึงแม้ร้านอาหารและชุมชนรอบตลาดสึกิจิยังเปิดกิจการอยู่ แต่คาดว่าจะประสบกับความยากลำบากอย่างยิ่ง เมื่อการรื้อย้ายตลาดเริ่มต้นขึ้น.
       

ข่าวยอดนิยม

ข่าววันนี้