3 ดอก กลโกงต่างๆ ของคนญี่ปุ่น

ผู้จัดการออนไลน์

       

       สวัสดีครับผม Mr.Leon มาแล้ว ครั้งที่แล้วพูดถึงเรื่องอาชญากรรมและการฉ้อโกงที่ดินที่เพิ่งเป็นข่าวดังในญี่ปุ่นตอนนี้ วันนี้ขอเพิ่มภาคต่ออีกสักนิดครับ อย่างที่ทราบกันว่าที่ดินในโตเกียวนั้นมีราคาแพงมากๆ อยู่แล้ว และแพงกว่าจังหวัดอื่นๆ มากหลายเท่า ขนาดเทียบกับราคาที่ดินของโอซาก้าซึ่งเป็นใหญ่เป็นอันดับที่2 ของญี่ปุ่น ก็ยังต่างกันหลายเท่า ยิ่งจะมีการจัดงานโตเกียวโอลิมปิคก็ยิ่งทำให้บริษัทเอกชนต่างๆ ต้องการกว้านซื้อที่ดินมาพัฒนา ทำให้ที่ดินยิ่งมีราคาแพงขึ้นไปอีก ที่ดินของคุณป้าเจ้าของเรียวกังย่าน 五反田 Gotanda จึงเป็นที่จับตามองของนักเล่นที่ดินมาก
       

       เพื่อนบางคนอาจจะยังไม่ทราบข้อมูลขอเล่าคร่าวๆ สักนิดก่อนครับ คือเกิดคดีฉ้อโกงที่ดินในย่าน Gotanda ที่ดินแปลงดังกล่าวมีขนาดประมาณ 1 ไร่ครึ่ง เป็นพื้นที่มรดกตกทอดที่เจ้าของไม่ยอมขายให้ใครสักที มีมูลค่าตลาดที่ประมาณ 10,000,000,000 เยน ( ประมาณ 3,000 ล้านบาทคร่าวๆ นะครับ) แต่อยู่ๆ ป้าผู้ที่บอกว่าตัวเองเป็นเจ้าของที่ก็ยอมขายในราคาถูกกว่าราคาประเมินมาก ขายที่ 6,000,000,000 เยนหรือลดราคามากกว่า 40% เลยทีเดียว และผู้ที่เป็นผู้ซื้อที่ดินนี้ได้คือบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่ใครๆ ในญี่ปุ่นต้องรู้จัก ที่ชื่อว่าบริษัท 積水ハウス SEKISUI HOUSE ได้ตกลงซื้อและทำสัญญาโอนเงินเสร็จศัพท์ จากนั้นเวลาผ่านไปประมาณ 6 เดือน บริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังเพิ่งมารู้ว่าเอกสารทั้งหมดนั้นเป็นของปลอม!! เพราะตอนนั้นใช้แค่ตราประทับฮังโกะปั๊มยืนยันเป็นหลักฐานการซื้อขาย จนมีประโยคที่ตำรวจญี่ปุ่นบอกเอาไว้ว่าเอกสารประจำตัวใดๆ ของตัวเองไม่ว่าจะเป็นใบขับขี่ บัตรประจำตัวประชาชน เอกสาร Passport ต้องเก็บไว้ดีๆ เก็บไว้กับตัวอย่าให้หาย อย่าให้ใครยืมไปเด็ดขาด ถ้าหายให้รีบแจ้งความด่วนที่สุดเลยครับ เพราะว่าถ้าคนที่ประสงค์ร้ายแอบเอาใบขับขี่หรือเอกสารเราไปพร้อมกับทำตราประทับฮังโกะที่เป็นชื่อนามสกุลเรา แล้วนำไปหลอกลวงกู้เงินหรือทำธุรกรรมต่างๆ เราก็จะซวยรับเคราะห์ไป
       

       เรื่องฉ้อโกงที่ดินดังกล่าวนี้ แม้ว่าเรื่องราวจะเกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้วแต่เพิ่งมาเป็นข่าวและตำรวจตามจับผู้ร้ายได้เมื่อเดือนตุลาคมนี้เอง ครั้งนี้ผู้เสียผลประโยชน์หรือถูกหลอกลวงคือบริษัท Sekisui house โดยกลุ่มผู้ร้ายกลุ่มนี้ร่วมมือกันทำงานมีผู้ต้องสงสัยประมาณ 8 คน แบ่งหน้าที่กันอย่างแยบยล เป็นฝ่ายต่างๆ เช่น ฝ่ายจัดทำเอกสารปลอม ฝ่ายนักแสดงเป็นคุณป้าที่จะปลอมเป็นเจ้าของ ฝ่ายคนขับรถ ฝ่ายทนายความ เป็นต้น ส่วนเรื่องบริษัท Sekisui house ถูกหลอกจนเป็นข่าวใหญ่ เพราะจะนำเอกสารไปขอโอนเปลี่ยนชื่อในเอกสารการครอบครองที่ดิน ให้มาเป็นเอกสิทธ์ของตนแต่ทำไม่ได้ เพราะศาลไม่อนุมัติเนื่องจากญาติของคุณป้าเจ้าของที่ดินตัวจริงมาแจ้งเจ้าหน้าที่ไว้ว่าถ้าเจ้าตัวไม่ได้ไปเอง กรุณาอย่าทำธุรกรรมใดๆ เป็นอันว่ารู้ว่าถูกหลอกไปหลายพันล้านบาท จึงรีบไปแจ้งตำรวจ และเพราะว่าเป็นบริษัทใหญ่ มาแจ้งความแบบนี้ก็เลยทำให้ตำรวจรีบทำงานกันยกใหญ่ แต่บริษัทใหญ่เจอโดนหลอกแบบนี้ก็ทำให้ภาพลักษณ์ของบริษัทตกไปเหมือนกันครับ ถ้าตอนนั้นให้ทำหลักฐานโดยเซ็นชื่อหรือปั๊มลายมือด้วยคงจะดีกว่าให้ใช้ตราประทับฮังโกะอย่างเดียว ประเด็นเรื่องการใช้ตราประทับฮังโกะมาหลอกลวงนี้ทำให้ผมนึกย้อนกลับไปตอนที่ผมทำงานที่มีป้าและลูกชายมาร้องขอว่าถ้าตัวจริงไม่มาเอง กรุณาอย่าออกเอกสารใดๆ ให้ใคร ตอนแรกนึกไม่ถึงว่าจะมีการหลอกลวงจริง แต่จากข่าวนี้ทำให้เห็นภาพชัดเจน
       
       ที่จริงตอนซื้อขายกันนั้น คนร้ายที่แสดงเป็นป้าต้องจดจำบุคลิกภาพคุณป้าเจ้าของที่ให้ได้ทั้งหมด แต่ขณะที่ทำสัญญาซื้อขายก็มีหลายครั้งเหมือนกันที่ป้านักแสดงมีข้อน่าสงสัย เช่น เมื่อถูกถามว่าป้าเจ้าของที่เกิดปีอะไร ป้านักแสดงกลับตอบผิด!! หรืออายุที่ระบุของป้าเจ้าของกับสภาพร่างกายของป้านักแสดงก็ไม่ค่อยตรงกัน เนื่องจากป้าเจ้าของที่ดินตัวจริงนั้น เป็นคุณป้าอายุ 73 ปี ขณะนั้นป่วยเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลมานานหลายเดือนแล้ว แต่เนื่องจากฝ่ายทนายนักต้มตุ๋นก็เป็นพวกเดียวกันหมด มีแค่คนของบริษัท Sekisui house เท่านั้นที่ไม่รู้อะไร ก็โดนหลอกไปเต็มๆ
       
       บางคนสงสัยว่าแล้วทำไม บริษัท Sekisui house ต้องรีบร้อนซื้อที่ดินนัก มีแหล่งข่าวบอกว่าเพราะประธานบริษัทอนุมัติมาแล้ว ตามปกติของบริษัทญี่ปุ่นทั่วไป ต้องทำตามขั้นตอนตามระบบของบริษัท ต้องตรวจสอบหลายขั้นตอน ต้องเซ็นชื้อรับทราบหลายขั้นตอนก่อนจะถึงขั้นประธานบริษัทอนุมัติ แต่ครั้งนี้ประธานบริษัทประทับชื่อตกลงมาก่อนคนอื่นเลย ก็เลยทำให้พนักงานจัดซื้อของบริษัทพูดไม่ออก มีใบผ่านทางแล้วนี่ ไม่รู้จะทำไงก็ยอมซื้อที่ไปเลยตามเลย
       

       พอสืบสวนย้อนกลับไปก็พบว่ากลุ่มนักต้มตุ๋นกลุ่มเดียวกันนี้เคยก่อเหตุหลอกลวงเช่นนี้มาแล้วหลายครั้ง รวมทั้งที่ 新橋 Shimbashi ที่ไปก่อกวนเจ้าของที่ดินจนกลายเป็นโรคจิตเลย เจ้าของไม่กล้ากับบ้านตัวเองต้องไปพักตามโรงแรมจนเงินหมด กลายเป็นคนไร้บ้าน กินเหล้าเมามายมาก เสื้อผ้ามอมแมมสกปรก คล้ายคนบ้า สุดท้ายวันหนึ่งต้องตายในซอกตึกแคบๆ ตำรวจตีสำนวนว่าเมาแล้วเกิดอุบัติเหตุ แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่มีใครเชื่อว่าป้าเจ้าของที่ดินเกิดอุบัติเหตุเอง อาจจะมีคนสงสัยว่าแล้วทำไมไม่ขายที่ดิน?! ก็คงเพราะไม่กล้าเพราะไม่รู้ว่าใครจริงใครหลอกนั่นเอง บางทีคนญี่ปุ่นนี่ก็แปลกๆ นะครับ ไม่ใช่แค่ปัจจุบันเท่านั้น ก่อนหน้านี้เมื่อ 30 ปีก่อนมีคนหลอกลวงขายที่ดินอีกเคสหนึ่ง ดื่มเหล้าที่เขาเลี้ยงจนเมามาย ดูเกอิชามารำโชว์ มีความสุขสำราญใจ ทำให้ตายใจหลงเชื่อและจ่ายเงินทำสัญญาปลอมไป แต่ก็ไม่กล้าบอกตำรวจเพราะอาย
       
       การฉ้อฉล ฉ้อโกง ก็คือการใช้อุบายหลอกลวงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือการจงใจปิดบังซ่อนเร้นข้อความจริง เพื่อให้ผู้อื่นหลงผิดแสดงเจตนาทำนิติกรรมใดๆ นั่นเอง พวกคดีฉ้อโกงต่างๆ นี้ สามารถแบ่งออกเป็น 3 ระดับ แทนด้วยพืชพันธุ์และดอกไม้ ที่เรียกว่า 松竹梅 Shōchikubai ดังนี้
       

       ◇梅コース Plum course (((; ゚Д゚))) 梅 Ume คือ ดอกบ๊วย ตัวอย่างของกรณีนี้คือ เช่น นาย A ยืมเงินนาย B โดยมีการเขียนสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ และอาจจะมีเอกสารค้ำประกันประกอบด้วย เช่น ทะเบียนบ้านที่อยู่อาศัย คือกรณีที่หนีหนี้ก็สามารถตามพบได้ตามหลักฐานที่ได้ให้ไว้ กรณีเช่นนี้มีเยอะในสังคมญี่ปุ่นแต่ก็ไม่ค่อยมีปัญหาอะไรเพราะมีหลักฐานค้ำประกันอย่างที่บอกไป ตัวอย่างเช่น ไปซื้อโทรศัพท์ที่ร้านแล้วต้องทำสัญญาซื้อขาย แต่บังเอิญคนที่ซื้อไปนั้นไม่จ่ายค่าโทรศัพท์รายเดือนเลย แล้วหนีไปอยู่เมืองอื่น แต่บริษัทโทรศัพท์สามารถตามตัวได้เพราะตอนทำสัญญามีหลักฐานทะเบียนบ้านแนบมาด้วย แม้คนซื้อจะย้ายไปอยู่ที่ไหน เขาจะต้องไปลงทะเบียนที่อยู่ใหม่ที่อำเภอ ทำให้บริษัทโทรศัพท์ตามส่งจดหมายทวงหนี้ไปที่อยู่ใหม่ได้จากการตรวจสอบประวัติจากทะเบียนบ้านนี่เอง แต่จะมีปัญหาก็กรณีที่เอกสารที่มาทำสัญญาตั้งแต่ตอนแรกเป็นของปลอม หรือผิดกฎหมายตั้งแต่แรกเท่านั้น หรือพวกที่คิดดอกเบี้ยแพงเว่อร์เกินกว่าที่กฏหมายกำหนด บางรายโดนดอกเบี้ยโหดเป็น 1000%/ปี ทำให้เงินที่กู้สูงขึ้นเป็นสิบๆเท่า
       

       ◇竹コース Bamboo course ((((( ; ゚Д゚))))) 竹 Take คือ ไผ่ กรณีนี้เข้มงวดขึ้นมาอีกขั้น คล้ายๆ กับกรณีหลวกขายที่ดินนี่แหละครับ สำหรับตัวอย่างครั้งนี้คือ คุณตาอายุเกือบจะ 90 ปีคนหนึ่ง แน่นอนว่าความจำเอย สมรรถภาพร่างกายเสื่อมถอยแล้วล่ะ แกเป็นเจ้าของห้องชุดในอพาร์ตเมนต์ 1 ห้อง สมมติราคา 5 ล้านบาท แต่มีกลุ่มผู้ไม่ประสงค์ดีไปที่สำนักงานทะเบียนที่ดินเพื่อแจ้งว่า คุณตาต้องการขายที่ดินให้พวกเขาในราคา 5 หมื่นบาท พนักงานเห็นว่าผิดปกติจึงไปแจ้งหัวหน้า หัวหน้าให้ออกอุบายว่านัดมาวันรุ่งขึ้นอีกที พอวันต่อมาพวกผู้ร้ายก็มาอีกพร้อมหลักฐานการซื้อขายตามราคาที่พวกตนเเจ้งไปเมื่อวาน แต่ทันใดนั้นตำรวจที่ดักรออยู่ก็ออกมาทันทีและสืบสวนสอบสวนจนผู้ร้ายยอมรับสารภาพว่าเป็นนักต้มตุ๋น แม้ว่าครั้งนี้จะจบลงด้วยการจับตัวผู้ร้ายได้ และปัองกันกลโกงจากแก๊งมิจฉาชีพได้ แต่ถ้าทุกอย่างผ่านกระบวนการซื้อขายและรับรองจากราชการแล้วก็เท่ากับว่า คุณตาโดนหลอกเอาห้องไปแล้ว ไม่มีใครช่วยได้ ต้องไปฟ้องศาลเอาเอง
       

       ◇松コース Pine course ((((((( ; ゚Д゚))))))) 松 Matsu คือ ต้นสน กรณีนี้ทำการหลอกลวงต้มตุ๋นหลายขั้นตอนอย่างซับซ้อน ขอยกตัวอย่างหนึ่งกรณีครับ คือพวกแก๊งต้มตุ๋นจะทำทีให้คนที่ไร้บ้าน สมมุติว่าชื่อนาย ก. เขียนจดหมายเพื่อขอเปลี่ยนที่อยู่ แล้วแก๊งต้มตุ๋นจะเป็นคนนำเอกสารที่นาย ก. เขียนพร้อมตราประทับฮังโกะของนาย ก. ไปทำเรื่องขอเปลี่ยนที่อยู่ที่อำเภอให้ และทำแบบนี้หลายคนเลย โดยใช้ที่อยู่เดียวกัน จากนั้นนำชื่อและที่อยู่ของ นาย ก. ไปทำความผิด เช่น ซื้อโทรศัพท์ เพื่อใช้โทรไปหลอกเอาเงินคนรวย หรือโทรศัพท์ไปหลอกชาวบ้านว่า ลูกหรือพ่อแม่คุณป่วย หรือเข้าโรงพยาบาล หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ต้องใช้เงินให้โอนเงินมาที่บัญชีนั้นบัญชีนี้ หรือเรียกว่า オレオレ詐欺 Ore Ore sagi สรุปว่าถ้าจะให้ตำรวจตามจับ ก็ไม่ใช่ชื่อจริง คนไร้บ้านเจ้าของชื่ออาจจะตายไปแล้วหรือหายไปอยู่ไหนก็ไม่รู้ บ้านที่เช่าก็ทำสัญญาปลอม โทรศัพท์ก็ซื้อด้วยสัญญาปลอม เลขบัญชีก็ชื่อปลอม สรุปจับคนร้ายไม่ได้
       

       ⚖ ที่ญี่ปุ่นมีอีกคำเกี่ยวกับบุคคลที่สาม ในเรื่องการฉ้อโกง คือ 善意の第三者 bona fide third person สุจริตโดยบุคคลที่สาม มีคำพูดหรือมีหลักฐานที่แสดงความจริงใจ คนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ด้วย ตัวอย่างของกรณีนี้คือ วันที่ 1 ของเดือน นายเอได้ชวนนายบีมาเที่ยวที่บ้าน ระหว่างที่นายเอไปเข้าห้องน้ำ นายบีได้แอบขโมยใบขับขี่ของนายเอไป นายเอมารู้ตัวอีกทีว่าใบขับขี่หายไปก็วันที่ 7 แล้วจึงรีบไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ แต่พบว่าวันที่ 2 ที่ผ่านมามีคนใช้ใบขับขี่ของเขาไปกู้เงินที่บริษัทเกี่ยวกับสินเชื่อธุรกิจ ( กรณีนี้บริษัทสินเชื่อธุรกิจถือว่าเป็น 善意の第三者 bona fide third person ) ถ้านายเอมีหลักฐานว่านายบีรู้จักกับบริษัทสินเชื่อธุรกิจนั้น คือร่วมกันหลอกลวงต้มตุ๋น แบบนี้นายเอชนะคดี แต่ถ้าบริษัทสินเชื่อธุรกิจยืนยันว่าตนไม่รู้ไม่เห็น ก็เข้าใจว่านายเอมากู้เงินเอง เช่นนี้บริษัทสินเชื่อก็ไม่ผิด ในกรณีของเรื่องโกงที่ดินนี้มีแต่คนแย่งกันเป็น 善意の第三者 bona fide third person สุจริตโดยบุคคลที่สาม คือต่างก็ยืนยันว่าตนไม่ผิด ติดต่อผ่านอเจนซี่บ้าง ไม่รู้จักผู้ต้องสงสัยคนอื่นบ้าง เป็นต้น
       
       และนี่คือตัวอย่างเกี่ยวกับกลโกงต่างๆ ที่ประเทศญี่ปุ่น ยังมีเรื่องราวน่าสนใจและแปลกๆ อีกเยอะแล้วจะค่อยๆ ทยอยมาเล่าสู่กันฟังนะครับ วันนี้สวัสดีครับ
       

ข่าวโต๊ะญี่ปุ่น

ข่าวยอดนิยม