ผู้การเชียงใหม่เผยเตรียมออกหมายเรียกเจ้าอาวาสวัดสวนดอกรับทราบข้อกล่าวหา

       

       ศูนย์ข่าวเชียงใหม่-ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่เผย เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอแม่อาย เข้าแจ้งความดำเนินคดีแล้วพร้อมหลักฐานเอาผิด เจ้าอาวาสวัดสวนดอก สวมบัตรประชาชนคนตาย เตรียมออกหมายเรียกรับทราบข้อกล่าวหา ถ้าเบี้ยวออกหมายจับ ขณะเดียวกันเตรียมสืบสวนที่มาที่ไปการสวมบัตรอย่างละเอียด เพื่อสาวให้ถึงผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด
       

       ความคืบหน้ากรณีที่มีผู้ร้องเรียนให้ตรวจสอบพระราชรัชมุนี เจ้าอาวาสวัดสวนดอก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ และเจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงใหม่ ที่มีเลขบัตรประจำตัวประชาชนตรงกับเด็กชายดวงดี เวียงดินดำ ชาวบ้านหนองดินดำ ตำบลบ้านแก้ง อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ ที่เสียชีวิตไปแล้วเมื่อปี 2538 โดยมีหลักฐานที่เชื่อว่าพระราชรัชมุนี เป็นชาวพม่า และอาจจะมีการสวมบัตรประจำตัวประชาชนเป็นคนไทย
       
       วันนี้(12 ต.ค.) พลตำรวจตรีสรายุทธ สงวนโภคัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ว่า ค่ำวานนี้ (11 ต.ค.) นายวิเศษ ผงนอก ปลัดอำเภอ (เจ้าพนักงานปกครอง) ระดับชำนาญการ ได้รับมอบหมายจากนายอำเภอแม่อาย เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับพระราชรัชมุนี
       
       โดยกล่าวหาว่า “ยื่นคำขอมีบัตรโดยมิได้มีสัญชาติไทย ด้วยการแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย และแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จในเอกสารมหาชนหรือเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐานโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” เหตุเกิดที่ว่าการอำเภอแม่อาย อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2552
       
       ทั้งนี้ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า หลังรับแจ้งความแล้ว ขั้นตอนต่อไปเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องดำเนินการไปตามขั้นตอน เพราะทางอำเภอแม่อายได้รวบรวมหลักฐานพยานที่จะเอาผิดมาไว้หมดแล้ว จากนี้จะมีการออกหมายเรียกพระราชรัชมุนี มารับทราบข้อกล่าวหา หากไม่มาพบตามนัดหมายจะดำเนินการออกหมายจับตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งอาจจะต้องให้ลาสิกขาบทก่อนดำเนินการตามกฎหมาย
       
       ตอนนี้พนักงานสอบสวนกำลังออกหมายเรียกครั้งที่ 1 ไป แต่หากไม่มาพบ และออกหมายเรียก 2 ครั้งแล้ว ยังไม่มาพบอีกจะดำเนินการออกหมายจับ
       
       ขณะเดียวกันจะมีการสืบสวนสอบสวนว่าบัตรของพระราชรัชมุนี เริ่มต้นมีที่มาที่ไปอย่างไร ออกที่ไหน ใครเป็นผู้ออก ใครเป็นคนทำให้เกี่ยวพันถึงใคร จะต้องเรียกมาสอบสวนทั้งหมด หากพบว่าผิดจะต้องว่ากันไปตามกฎหมาย