ไม่ธรรมดา!ทั้งแกร่งทั้งเผ็ด ปลัดอำเภอหญิง “มือปราบเสือเหลือง” เมืองศรีราชา

update:

       

       ปลัดอำเภอหญิง “มือปราบเสือเหลือง” เมืองศรีราชา บอกเลยว่าทั้งแกร่ง และเผ็ดมากกกก..
       

       
       ฉายามือปราบเสือเหลือง ..ที่ได้รับจากกระทรวงมหาดไทย ของ น.ส.นริศรา ทิพยางกูร หรือ ป.บิว ปลัดอำเภอหญิงวัย 32 ปี แห่ง อ. ศรีราชา จ.ชลบุรี ที่เพิ่งได้รับรางวัล “ปลัดอำเภอแหวนทองคำ” จากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย น่าจะเป็นเครื่องการันตีผลการทำงานด้านการปราบปรามและการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะการกวาดล้างยาเสพติดอย่างจริงจัง แบบไม่หวั่นเกรงต่ออันตรายของปลัดอำเภอหญิง ผู้นี้ได้เป็นอย่างดี
       
       
       ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะความมุ่งมั่นตั้งแต่วัยเยาว์ ที่จะทำงานสายปกครองตามรอยผู้เป็นบิดา ที่ทำงานบริการประชาชนตั้งแต่ยังเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ,ผู้ใหญ่บ้าน และ กำนันในเขต อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี จนเป็นที่รู้จักของคนในพื้นที่ ซึ่งภาพการทำงานต่างๆ ทำให้ปลัดอำเภอหญิงแกร่งอนาคตไกลผู้นี้ ซึมซับงานบริการประชาชน จนตัดสินใจเลือกเรียนในคณะสังคมสงเคราะห์ ม.ธรรมศาสตร์ และคณะรัฐศาสตร์ ม.รามคำแหง หลังจบการศึกษาระดับมัธยมฯ จากโรงเรียนชลกันยานุกูล จ.ชลบุรี และเลือกศึกษาต่อระดับปริญญาโท ที่คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ก่อนสอบเข้าเป็นปลัดอำเภอ ในปี 2552
       
       
       โดยระหว่างเรียนปริญญาโท ปลัดอำเภอหญิงแกร่งผู้นี้ เคยทำงานที่กรมคุมประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติอาญาธนบุรี ก่อนสอบเข้าเป็นปลัดอำเภอ ในปี 2552 และได้รับการบรรจุ ที่ อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี จากนั้นได้ย้ายมาอยู่ที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เมื่อประมาณปี 2554
       
       
       “ตอนมาอยู่ที่ศรีราชา ใหม่ๆ มีปฏิบัติการปิดเมืองตรวจหาผู้เสพและผู้ค้ายาเสพติดอยู่เนื่องๆ ซึ่งฝ่ายปกครอง ได้ผนึกกำลังกับกำนัน -ผู้ใหญ่บ้าน และ อ.ส. ตั้งด่านตรวจตั้งแต่ บางพระ ,หนองขาม, แหลมฉบัง และบ่อวิน คู่กับด่านตรวจของตำรวจในเส้นทางที่เรียกว่าทางเสือผ่าน รวมทั้งปฏิบัติการเคาะประตูบ้าน ซึ่งเมื่อ 5-6 ปีก่อน เราจับผู้เสพยาบ้าคืนเดียวได้มากถึง 210 คน แต่ตอนนี้เต็มที่ก็แค่ประมาณ 70-80 คนต่อวัน ซึ่งการที่จำนวนผู้เสพยาบ้าถูกจับน้อยลง ไม่ใช่จำนวนผู้เสพลดลง แต่เป็นเพราะกลุ่มวัยรุ่น ได้ปรับเปลี่ยนวิธีการเสพยาเสพติดเพื่อหนีการตรวจของเจ้าหน้าที่ ด้วยการย้อนกลับไปหากัญชาและยาเค ”
       
       
       ถือเป็นความยากลำบากของเจ้าหน้าที่และสถานประกอบการ ที่แม้จะพยายามตรวจหาผู้เสพและผู้ค้า เพื่อป้องกันไม่ให้นำยาเสพติดเข้าไปในสถานบริการ แต่ผู้เสพและผู้ค้าก็ยังนำยาเสพติดรูปแบบใหม่ที่ยากต่อการตรวจค้นเข้าไปจนได้ และที่น่าเป็นห่วงคือ รูปแบบการเสพยาเค ของวัยรุ่นยุคใหม่คือ การใช้วิธีสูดดม โดยบางสถานบริการที่ถูกจับกุมและตรวจค้น พบว่าเยาวชนที่เข้าไปใช้บริการ มีการพกหลอดยาดมที่ภายในมีสารเคตามีนเข้าไปแทบทุกคน
       
       
       ส่วนฉายา “มือปราบเสือเหลือง” ที่ได้ มาจากผลการปฏิบัติงานกวาดล้างยาเสพติดในกลุ่มผู้เสพที่อาศัยผ้าเหลืองอำพรางตน ว่ากันว่า ป.บิว สามารถจับสึกผู้ที่อาศัยผ้าเหลืองและวัดใน อ.ศรีราชา เป็นที่พักพิง ลอบเสพและค้ายาเสพติดได้เกือบ 100 รายในช่วงระยะเวลา 5-6 ปีที่เข้ามาทำงานในพื้นที่
       
       
       และภาพการทำงานเคียงบ่า เคียงไหล่ชายอกสามศอกในการออกกวาดล้าง และจับกุมทั้งผู้เสพและผู้ค้ายาเสพติด รวมถึงกวาดล้างปัญหาอาชญากรรมทั้งกลางวัน และกลางคืน ได้สร้างความสงสัยให้กับทั้งผู้ใต้บังคับบัญชา ประชาชนและผู้ที่ได้พบเห็นว่าทำได้อย่างไร ทั้งๆที่การเป็นข้าราชการหญิง สามารถเลือกทำงานในสำนักงานได้มากกว่าการลงเสี่ยงหน้างานที่ไม่รู้ว่าจะต้องพบเจออะไรบ้าง
       
       
       “คำถามเรื่องความกลัวได้ยินและได้ฟังมาเยอะมาก แต่เพราะหน้าที่และความรับผิดชอบในฐานะปลัดอำเภอสายงานป้องกัน ทำให้ต้องตัดทิ้ง เพราะไม่เช่นนั้นจะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชนไม่ได้ ที่สำคัญสายงานป้องกัน ฝ่ายความมั่นคงอำเภอ คือการดูแลความมั่นคงทุกประเภท รักษาความสงบเรียบร้อยทุกอย่าง ทั้งงานการข่าวก็ต้องทำ การกระทำผิดกฎหมายทุกประเภทก็ต้องดูแล ฉะนั้นในบทบาทของงานจึงไม่สามารถนั่งอยู่ในออฟฟิตอย่างเดียวได้ ซึ่งงานที่อันตรายที่สุด คืองานเกี่ยวกับยาเสพติด ที่ต้องมีทั้งการปะทะและการใช้อาวุธ เพราะอัตราโทษของยาเสพติดค่อนข้างรุนแรง โดยเฉพาะในแง่ของการจำหน่าย ฉะนั้นเราจึงต้องระวังให้มาก เพราะยิ่งผู้ค้ามีของอยู่ในตัวมากเท่าไร เขาก็ยิ่งไม่ยอมให้จับง่ายๆ ”
       
       
       และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการทำงาน ปลัดอำเภอหญิงผู้นี้ ได้ผ่านการอบรมในหลักสูตรการยิงปืนต่างๆ รวมทั้งในระดับปลัดอำเภอ และการเรียนรู้เพิ่มเติมทั้งหลักสูตรผู้บังคับหมวดอาสารักษาดินแดน และโครงการ ราชสีห์พิทักษ์ราษฏร์ ที่ จ.ชลบุรี จัดขึ้นเพื่อฝึกให้พลเรือนหรือเจ้าหน้าที่มีความรู้ ความสามารถในการใช้อาวุธในการปิดล้อม การตรวจค้นและการตั้งด่าน เพื่อสร้างความเข้าถึงวิธีการเข้าจับกุมและการบุกเข้าตรวจค้นที่ต้องไม่ทำแบบผลีผลาม แต่ต้องมีบัดดี้ในการทำงานเพื่อช่วยเหลือกันและกัน
       
       
       ป.บิว บอกอีกว่า ความเป็นผู้หญิง และอายุที่น้อยเกินไปกับการทำงานสายป้องกัน ทำให้เมื่อครั้งย้ายมาทำงานที่ อ.ศรีราชา ใหม่ๆ ทำให้ครั้งหนึ่งเคยถูก อ.ส.บอกว่าเธอว่าเธอเป็นแค่เด็กที่ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ซึ่งในครั้งแรกที่ได้ยินรู้สึกผิดหวังกับคำพูดของผู้ใต้บังคับบัญชา แต่สุดท้ายก็สามารถพิสูจน์ให้เห็นว่า แม้จะเป็นผู้หญิง แต่ก็ทำทุกอย่างแบบที่ผู้ชายทำ และไม่เคยทำงานแบบที่นั่งสั่งการอยู่บนหอคอยงาช้าง แต่ยังสามารถออกวิ่ง และไล่จับคนร้ายได้เหมือนผู้ชายอกสามศอก จนเป็นที่ยอมรับในผลของงาน เช่นเดียวกับการได้รับความร่วมมืออย่างดีในด้านต่างๆ ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ในการทำกิจกรรมเพื่อสังคม และการส่งเสริมภาพลักษณ์ของอำเภอ