ตร.ตากออกหมายเรียกชาวลพบุรี-หนองคายสงสัยเอี่ยวแก๊งคอลเซ็นเตอร์-“ณิชา” เล็งทวงความเป็นธรรม 7 แบงก์

update:

       

       ตาก - ตำรวจตากออกหมายเรียกผู้ต้องสงสัยเอี่ยวคดี “สาว 24 เหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์” เผยเหยื่อโอนเงินเข้าบัญชีชาวลพบุรี-หนองคาย อีก 7 ครั้งกว่าล้านบาท ขณะที่ “ณิชา” เข้ารายงานตัวต่อศาลฯตาก ทุก 6 วันครั้งแรก พร้อมให้ปากคำ พงส.เพิ่มเติม บอกเคลียร์คดีจบ เล็งขอ ยธ.ทวงความเป็นธรรม 7 แบงก์บ้าง
       

       ความคืบหน้ากรณี น.ส.ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ สาวพนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ที่ทำกระเป๋าสตางค์หาย ก่อนที่จะถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์นำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีธนาคาร 9 บัญชี 7 แบงก์ ลวงเหยื่อโอนเงินให้กว่าล้านบาท และมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความที่ สภ.บ้านตาก จนตกเป็นผู้ต้องหา ถูกจับติดคุก 3 วัน 2 คืน ก่อนจะได้ประกันตัวชั่วคราว
       
       ล่าสุด น.ส.ณิชา ได้เดินทางมาจากกรุงเทพฯ เข้ารายงานตัวต่อศาลจังหวัดตาก เมื่อวานนี้(12 ม.ค.) โดยมีบิดา และน้องชาย ติดตามมาให้กำลังใจ
       
       จากนั้น น.ส.ณิชา ได้เดินทางไปกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตาก พร้อมกับนายจิระศักดิ์ สุดสังข์ ทนายความ เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมแก่พนักงานสอบสวน โดยมี พล.ต.ต.ปริญญา วิศิษฐฎากุล ผบก.ภ.จว.ตาก ประธานในการการสอบสวน พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศักดิ์ดา สังขนิตย์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตาก เป็นหัวหน้าฝ่ายสอบสวนในคดีนี้
       
       พล.ต.ต.ปริญญา วิศิษฐฎากุล ผบก.ภ.จว.ตาก เปิดเผยว่า นางสาวณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ มารายงานตัวต่อศาลจังหวัดตาก ทุก 6 วัน เป็นครั้งที่ 1 จากทั้งหมด 5 ครั้ง คงเหลืออีก 4 ครั้ง ซึ่งพนักงานสอบสวน จะต้องเร่งการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ให้แล้วเสร็จในต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2561
       
       ซึ่งขณะนี้คณะทำงาน 3 ชุด ที่ลงพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ได้ความคืบหน้ามาก ในส่วนของจังหวัดตาก ได้สอบสวนไปหมดแล้ว เหลือแต่รอหลักฐานจากคณะทำงานที่ลงพื้นที่กรุงเทพฯ มาประกอบการพิจารณา หลังจากการรวบรวมพยานหลักฐานแล้วเสร็จ ก็จะรวบรวมสำนวนส่งให้อัยการพิจารณาทันที
       
       ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตาก เปิดเผยอีกว่า ขณะเดียวกันพนักงานสอบสวน สภ.เมืองตาก ได้ออกหมายเรียกนายขวัญ ทองน้อย ชาว จ.ลพบุรี ซึ่งนางการต์สินี ยะเมา ผู้เสียหายชาวจังหวัดตาก ได้โอนเงินเข้าบัญชีจำนวน 5 ครั้ง รวมเป็นเงิน 400,000 บาท และนายธีรภัทร์นนท์ งามวงษ์ ภูมิลำเนาอยู่จังหวัดหนองคาย ที่ผู้เสียหาย โอนเข้าบัญชีธนาคารกรุงเทพฯ สาขาเดอะมอลงามวงศ์วาน จำนวน 2 ครั้ง รวมเป็นเงิน 630,000 บาท
       
       “บัญชีทั้ง 2 รายชื่อนี้ เป็นกรณีเกี่ยวกันกับ น.ส.ณิชา โดยพนักงานสอบสวน ได้ออกหมายเรียกครั้งที่ 1 ไปแล้ว แต่ยังไม่มาพบ และจะออกหมายเรียกเป็นครั้งที่ 2 ต่อไป”
       
       ส่วน น.ส.ณิชา ที่จะขอให้ศาลพิจารณาในการรายงานตัวที่ศาลจังหวัดนนทบุรีนั้น ทางศาลไม่อนุญาต ยังคงต้องมารายงานตัวที่ศาลจังหวัดตาก ทุก 6 วัน จนกว่าจะครบอำนาจของพนักงานสอบสวน ในต้นเดือนกุมภาพันธ์ 61 นี้
       
       ด้าน น.ส.ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ เปิดเผยหลังให้ปากคำเพิ่มเติมต่อพนักงานสอบสวนว่า แม้จะมีการสอบสวนเพิ่มเติม ยาวนานถึง 5 ชั่วโมง แต่ตนก็สบายใจ ที่ได้ให้ข้อมูลแก่คณะทำงาน ที่ตำรวจภูธรจังหวัดตาก ได้ตั้งขึ้นมาเพื่อรับฟังข้อมูลของตน ซึ่งตนได้ชี้แจงและมอบหลักฐานที่ตนเองมีทั้งหมด พร้อมกับการทดสอบแบบลายมือชื่อ เพื่อเปรียบเทียบกับลายมือคนร้ายตัวจริงที่ไปเปิดบัญชี
       
       “กรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจบางหน่วย อาจติดใจประเด็นเรื่องที่ตนเองทำบัตรหายบ่อยนั้น ตลอดชีวิตเคยทำหาย 3 ครั้ง คือ ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2557 และ 2 ครั้งหลัง คือ ช่วงกลางเดือนกันยายน 2560 แต่เมื่อทำบัตรใหม่ไม่นาน ก็ถูกขโมยกระเป๋า และบัตรประชาชนหายในวันที่ 6 ตุลาคม 2560 ซึ่งตนเอง ก็ได้ชี้แจงข้อมูลไปตามจริง และหากเจ้าหน้าที่จะเชิญเข้าเครื่องจับเท็จ ก็ยินดี”
       
       น.ส.ณิชา บอกอีกว่า วันนี้ต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้ความเมตตา เข้ามาช่วยเหลือตนเอง ซึ่งจะเป็นกรณีศึกษาถึงข้อบกพร่องในกระบวนการทะเบียนราษฎรณ์ และกระบวนการของธนาคาร หลังจากที่ตนเองสามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในคดีนี้เรียบร้อย ก็จะต้องดำเนินการกับธนาคารต่างๆ ทั้ง 7 แห่ง ซึ่งจะต้องขอให้กระทรวงยุติธรรม เข้ามาช่วยเหลือ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับตนบ้าง
       
       จากนั้น น.ส.ณิชา พร้อมด้วยบิดา และน้องชาย ได้เดินทางไปสักการะ “สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช” เพื่อขอพร ให้สามารถคลี่คลายคดีแล้วเสร็จโดยเร็ว โดยได้นำพวงมาลัยดอกไม้สดสีเหลืองสวยงามคล้องดาบถวายสมเด็๗พระเจ้าตากสินมหาราช เพื่อขวัญและกำลังใจด้วย