เปิดชีวิตลำเค็ญ นร.แชมป์เหรียญทองวิชาการระดับประเทศ ขอของขวัญวันเด็ก “ได้เรียนถึง ป.ตรี”

ผู้จัดการออนไลน์

       

       อุบลราชธานี - นักเรียนหญิงชั้น ม.4 โรงเรียนชายแดน ดีกรีแชมป์เหรียญทองด้านวิชาการระดับประเทศ แต่มีชีวิตความเป็นอยู่ลำเค็ญ ขอของขวัญวันเด็กได้เรียนต่อ ป.ตรี แต่อาจไปไม่ถึงฝัน เพราะตายายมีรายได้รับจ้างตัดอ้อย ไม่มีปัญญาส่งเสีย
       

       ที่โรงเรียนวัดสวายน้อยวิทยา ต.ยางใหญ่ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นโรงเรียนสงเคราะห์ของเอกชนตั้งอยู่ชายแดน 3 ประเทศ คือ ไทย ลาว และกัมพูชา จัดเตรียมงานวันเด็กแห่งชาติ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้คำขวัญประจำปีนี้ว่า "เด็ก เยาวชน จิตอาสา ร่วมพัฒนาชาติ" โดยกลุ่มนักเรียนส่วนใหญ่มีฐานะยากจน ต่างตื่นเต้นที่จะได้ร่วมงานกันอย่างสนุกสนาน ได้มีการจัดเตรียมสถานที่เพื่อรองรับเพื่อนนักเรียนและผู้ปกครองที่จะเข้ามาร่วมงาน
       
       ขณะเดียวกัน นางสาวนันทิกานต์ ศิริบุตร คุณครูประจำโรงเรียนวัดสวายน้อยวิทยา ได้เล่าว่า เมื่อถึงวันเด็กทุกปีโรงเรียนให้ความสำคัญต่อเด็กและเยาวชน ได้จัดงานสร้างความสนุกสนานและแจกของขวัญให้เด็กๆ เหล่านี้ ซึ่งส่วนใหญ่ทางบ้านมีฐานะยากจนอาศัยอยู่ตามแนวชายแดนประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ก็ได้มีโอกาสสนุกสนานกันปีละครั้ง
       
       สำหรับของขวัญที่เด็กบางคนต้องการไม่ใช่ของเล่น หรือขนม แต่มีความฝันคือ อยากจะเรียนต่อระดับปริญญาตรี อย่างกรณีของ น.ส.พัชราภรณ์ มนตรี หรือ “น้องแป้ง” อายุ 17 ปี แต่อาจไม่มีโอกาสทั้งที่มีผลการเรียนดีระดับ 3.78 และมีความสามารถเป็นแชมป์เหรียญทองการแข่งขันทักษะวิชาการภาษาอังกฤษและอื่นๆ ระดับประเทศ แต่ทางบ้านมีฐานะยากจนกว่านักเรียนอีกหลายๆ คน ต้องอาศัยกินข้าวเที่ยงกับโรงเรียนเป็นประจำ
       
       หลังจากนั้น ผู้สื่อข่าวได้เข้าพูดคุยสอบถามชีวิตความเป็นอยู่ของน้องแป้ง ขณะที่น้องแป้งได้ซ้อมร้องเพลงเตรียมสร้างความบันเทิงให้แก่เพื่อนนักเรียนและน้องๆ ในวันเด็ก
       

       

       น้องแป้งเล่าว่า ปัจจุบันเรียนอยู่ชั้น ม.4 ชื่นชอบการร้องเพลง ทั้งเพลงลูกทุ่ง และเพลงสากล ทำให้มีความสามารถด้านการใช้ภาษาอังกฤษ ทั้งการอ่าน การพูด การร้องเพลง และการเล่านิทานเป็นภาษาอังกฤษ โดยได้รับรางวัลการแข่งขันทักษะการใช้ภาษาระดับเหรียญทองของประเทศหลายรายการ
       
       ตรงกันข้ามกับชีวิตความเป็นอยู่ของน้องแป้ง ซึ่งอาศัยอยู่กับตาและยายที่อำเภอนาจะหลวย ห่างจากโรงเรียนแห่งนี้กว่า 40 กิโลเมตร สภาพบ้านตายายและน้าที่พักอาศัยอยู่รวมกันถึง 6 คน เป็นเพียงเพิงหมาแหงนใช้ต้นยูคาลิปตัสทำเป็นเสาบ้าน หลังคามุงด้วยสังกะสีและหญ้าคาสภาพเก่า โดยไม่มีผนังทั้งสี่ด้าน
       
       ส่วนน้องแป้งเมื่อโตเป็นสาว เพื่อนบ้านได้บริจาคนำสังกะสีมากั้นทำเป็นที่พักขนาด 2 คูณ 2 เมตร ไม่มีประตูและหน้าต่าง มีเพียงมุ้งเก่าๆ กับกองหนังสือเรียนที่น้องแป้งใช้อ่านทบทวนการเรียนวางรวมกันอยู่
       

       

       ทั้งบ้านมีเพียงหลอดตะเกียบที่เพิงของตายาย และที่เพิงของน้องแป้งอย่างละ 1 หลอด โดยไม่มีเครื่องไฟฟ้าอำนวยความสะดวกใดๆ สำหรับห้องน้ำก็เป็นเพียงห้องส้วมใช้ถ่าย เวลาอาบน้ำน้องแป้งต้องสวมผ้าถุงยืนอาบน้ำกลางแจ้ง
       
       น้องแป้งเล่าว่า อาศัยอยู่กับตายายและน้าตั้งแต่ยังเล็ก หลังจากพ่อแม่ของน้องแป้งแยกทางกันก็ทิ้งน้องแป้งให้อยู่กับตายายที่มีรายได้จากการเป็นคนงานรับจ้างตัดอ้อย หลังฤดูตัดอ้อยผ่านไปตายายก็สานหวดใช้นึ่งข้าวเหนียวไปแลกข้าวกับเพื่อนบ้าน หรือขายในราคาใบละ 10 บาท และมีรายได้จากเบี้ยยังชีพคนชรา รวมทั้งบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
       
       ส่วนน้าชายอีก 2 คนมีอาการทางประสาท ไม่สามารถทำงานได้ มีเพียงน้าชายคนเล็กที่เพิ่งได้งานเป็นเด็กปั๊มน้ำมันในอำเภอนำรายได้มาจุนเจือคนทั้งบ้าน ซึ่งตาและยายก็ได้บอกกับน้องแป้งว่า เมื่อจบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายแล้วไม่มีปัญญาส่งเสียให้น้องแป้งเรียนต่อในระดับปริญญาตรีสาขาวิชาภาษาอังกฤษ ตามที่น้องแป้งได้ฝันเอาไว้ว่าถ้าเรียนจบจะกลับมาทำงานเป็นครูสอนเด็กนักเรียนในชนบทบ้านเกิด
       
       น้องแป้งบอกว่า “ตอนแรกก็รู้สึกหดหู่ที่จะไม่ได้เรียนต่อ แต่ก็เข้าใจตากับยายที่แก่แล้ว ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะทำงานหนักหาเงินมาส่งเสียให้หนูได้เรียนต่อไปจนถึงความฝันได้” เมื่อครูประจำชั้นถามในห้องเรียนว่า วันเด็กปีนี้ต้องการของขวัญเป็นอะไรบ้าง เพื่อโรงเรียนจะได้จัดหามาให้แก่เด็ก ก็ได้บอกคุณครูว่า อยากได้การศึกษา อยากเรียนหนังสือต่อ อยากเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ
       
       ดังนั้น ของขวัญวันเด็กสำหรับน้องแป้ง ซึ่งกำลังจะก้าวพ้นจากความเป็นเด็กมาเป็นสาว ก็ยังคงมีความฝันอยากได้ของขวัญในวันเด็กเป็นการศึกษาต่อ ซึ่งเป็นฝันที่ตั้งใจขอมาโดยตลอดทุกปี สำหรับอนาคตจะเป็นเช่นไร อาจจะได้เรียนต่อ หรือไม่ได้เรียนต่อก็จะไม่ท้อ จะตั้งใจเรียนให้ดีที่สุด จนถึงวันสุดท้ายในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
       
       เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เชื่อเรื่องความฝันที่เป็นจริงแค่ไหน น้องแป้งกล่าวว่า หากเป็นได้จริง ตนจะกราบขอบพระคุณมาก และก็ยังตั้งใจที่จะเรียนต่อแล้วจบออกมาเป็นครูในชนบท เพื่อกลับมาดูแลตายายและครอบครัวที่อำเภอนาจะหลวย ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นด้วย
       

       หากมีผู้ใจบุญต้องการร่วมสานฝันให้น้องแป้ง เด็กสาวที่มากด้วยความสามารถดีกรีแชมป์แข่งขันทักษะวิชาการเหรียญทองระดับประเทศ ให้เดินไปถึงตามความฝันที่ได้ตั้งใจไว้ตั้งแต่ยังเด็กๆ
       
       สามารถร่วมเติมฝันได้ที่ธนาคารออมสิน ชื่อบัญชีร่วม นางสาวพัชราภรณ์ มนตรี หรือนางสาวนันทิกานต์ ศิริบุตร หรือนายวชิรวิทย์ รุ่งเรืองดีเลิศ เลขที่บัญชี 020260025455 สาขาอำเภอน้ำยืน หรือติดต่อ หมายเลข 09-7326-2974 นายวชิรวิทย์ รุ่งเรืองดีเลิศ ครูที่ปรึกษา และนางสาวนันทิกานต์ ศิริบุตร ครูแนะแนว หมายเลข 08-4823-3248 ส่วนน้องแป้งไม่มีโทรศัพท์มือถือ
       

ข่าวภูมิภาค

ข่าวยอดนิยม